—สจฺเจน กิตตฺ ปปฺโปติ “คนได้เกียรติเพราะความสัตย์”
—สุจริต คือ บังศาสตราพ้อง
—เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา
คำพูดเหล่านี้เป็นประโยคที่กล่าวถึงการประพฤติตนให้เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ เพราะความซื่อสัตย์เป็นวิธีแห่งผู้กล้า
กวนอู ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของความซื่อสัตย์ ด้วยความห้าวหาญของเขา จึงทำให้โจโฉนิยมชมชอบจนถึงขั้นเชื้อเชิญและพยายามทำทุกวิถีทางที่จะเอากวนอูมาเป็นพวก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะใจของกวนอูได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กวนอูหลงกลอุบายที่โจโฉยุให้กวนอูออกรบแล้วล้อมจับไว้ จากนั้นจึงให้ทหารลอบเข้าไปจับตัวภรรยาของเล่าปี่มาเป็นตัวประกัน แล้วขู่บังคับให้กวนอูยอมจำนน กวนอูซึ่งเป็นห่วงในตัวพี่สะใภ้ จึงต้องยอมแต่โดยดี แต่ก็มีข้อแม้ไว้ 3 ข้อ คือ หนึ่ง กวนอูเป็นข้าในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่ใช่ข้าของโจโฉ
สอง ห้ามไม่ให้ทำร้ายพี่สะใภ้ของกวนอูอย่างเด็ดขาด
สาม ถ้าพบว่าเล่าปี่ยังมีชีวิตอยู่ กวนอูจะไปหาทันที และห้ามรั้งไว้
ในสามข้อนี้ มีข้อสุดท้ายข้อเดียวที่โจโฉแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์จึงรับไว้ก่อน จากนั้นก็ให้กวนอูพักอยู่บ้านหลังเดียวกับพี่สะใภ้ เพื่อต้องการให้เกิดความใกล้ชิดกันจนถึงขั้นมีสัมพันธ์ชู้สาว แต่กวนอูรู้ทันจึงไม่ยอมอยู่ในบ้าน แต่กลับนั่งเฝ้าที่หน้าประตูทุกคืน
ต่อมาเมื่อโจโฉเห็นว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้ผล จึงใช้แผนมอบสิ่งของ โดยการให้เสื้อกันหนาวตัวใหม่แก่กวนอู ในครั้งนี้กวนอูรับเสื้อไว้ แต่ก็ไม่ได้ถอดเสื้อตัวเก่าที่เล่าปี่เคยมอบให้ และกลับเอาเสื้อตัวใหม่ที่ได้รับใส่ข้างใน แล้วเอาตัวเก่าใส่ไว้ข้างนอก โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึงเล่าปี่
ต่อมาโจโฉให้ม้าเช็กเธาว์ ซึ่งกวนอูแสดงอาการดีใจมาก โจโฉจึงถามสาเหตุของความดีใจครั้งนี้ และก็ได้รับคำตอบว่า “ม้าตัวนี้มีฝีเท้าดี วิ่งได้ในระยะทางไกลไกลโดยไม่ต้องพัก ดังนั้นเมื่อทราบว่าเล่าปี่อยู่ที่ใด ตนก็สามารถไปหาได้ทันที” โจโฉตัดพ้อว่าทำไมกวนอูจึงไม่ยอมตัดใจจากก๊กของเล่าปี่ กวนอูจึงตอบไปว่า จริงอยู่ที่โจโฉมีบุญคุณ แต่กวนอูได้กระทำสัตย์สาบานไว้เมื่อครั้งพี่น้องทั้งสามพบกัน ว่าจะร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน แต่ก่อนที่จะจากไปกวนอูจะตอบแทนบุญคุณให้โจโฉอย่างแน่นอน จากนั้นกวนอูจึงเป็นกำลังในการออกรบให้แก่โจโฉ จนเมื่อทราบข่าวว่าเล่าปี่ยังมีชีวิตอยู่ และอาศัยอยู่ที่เมืองกิจิ๋ว กวนอูจึงวางแผนหลบหนีไปพร้อมกับพี่สะใภ้เพื่อไปหาเล่าปี่ ระหว่างนั้นได้ถูกทหารของโจโฉสกัดกั้นไว้ แต่โจโฉสั่งห้ามทหารไว้ ทั้งยังขี่ม้าไปส่งกวนอูที่นอกเมือง แล้วกล่าวสดุดีกวนอูว่า “เรานี้มีบุญน้อยนัก จึงไม่สามารถมีกวนอูไว้ได้สมใจ”
ต่อมาขงเบ้งออกอุบายเพื่อให้กวนอูได้ตอบแทนบุญคุณของโจโฉ โดยการให้ไปออกรบกับทัพโจโฉ จนทัพโจโฉแตก เมื่อโจโฉหลบหนีมาเจอกวนอูซึ่งรอตัดหัวโจโฉอยู่ จึงใช้วาจาเพื่อให้กวนอูสำนึกในบุญคุณ เมื่อกวนอูปล่อยตัวโจโฉไปเพื่อเป็นการตอบแทนจึงรู้สึกว่าตนเองได้กระทำผิดต่อกองทัพ จึงขอให้เล่าปี่ตัดหัวตนเองเสียเพื่อเป็นการลงโทษ ขงเบ้งจึงกล่าวว่า จริงจริงแล้วเป็นอุบายที่ต้องการให้กวนอูได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณของโจโฉ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าบุญคุณนั้นได้ทดแทนกันแล้ว จึงไม่ใช่ความผิดของกวนอู
ด้วยความซื่อสัตย์ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมของกวนอูจนวาระสุดท้าย เมื่อกวนอูรบพุ่งแล้วถูกล้อมที่เมืองเป๊กเสีย และพยายามหนีจนเพลี่ยงพล้ำขาหัก เพราะถูกอุบายของซุนกวนที่วางไว้จนถูกจับตัวได้ ซุนกวนพยายามเกลี้ยกล่อมให้กวนอูสวามิภักดิ์ แต่กวนอูก็ปฏิเสธเช่นเคย เมื่อซุนกวนถูก “โงหอม” เป่าหูว่า “ขนาดโจโฉซึ่งมีบุญคุณยังไม่สามารถเปลี่ยนใจกวนอูได้ แล้วจะชุบเลี้ยงกวนอูไว้ทำไม น่าจะฆ่าเสียแล้วนำศพกวนอูไปให้โจโฉ เพื่อเป็นสิ่งที่แสดงว่าซุนกวนยอมเป็นพวกโจโฉ โจโฉก็จะได้ไม่โจมตีทัพของซุนกวน” ซุนกวนหลงเชื่อจึงสั่งฆ่ากวนอูเสีย แล้วนำศพของกวนอูส่งไปให้โจโฉเพื่อหวังผลทางการเมือง โจโฉจึงนำศพของกวนอูมาบรรจุหีบไม้หอมแล้วจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติ แม้แต่ม้าของกวนอูยังไม่ยอมกินข้าวกินน้ำและไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องตัวมันจนตรอมใจตายตามกวนอูไป นี่เองจึงเป็นเครื่องยืนยันความซื่อสัตย์ของกวนอูเป็นอย่างดี เพราะคุณธรรมที่กวนอูมี คือ รู้จักตนเอง รักษาสัจจะ กล้าหาญ รักพวกพ้อง รู้จักบุญคุณ
และซื่อสัตย์
ข้อคิดทางการบริหาร "ชื่อเสียงเกียรติยศของเราย่อมเกิดจากฝีมือปัญญา และความสุจริต คำพูดคนเรานั้นสำคัญกว่าสิ่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งไม่ได้การันตีได้ว่าคนจะซื่อสัตย์ได้เพราะสัญญาจากตัวหนังสือดังนั้นเมื่อคำพูดของเรายังเชื่อถือไม่ได้แล้วเรายังจะมีอะไรเหลือไว้ให้คนอื่นเชื่อถือได้อีก"