การศึกษาทางเลือก

“การศึกษาทางเลือก”  โอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยในปัจจุบัน

                ถ้าพูดถึงการศึกษาทางเลือก หลายๆคนอาจนึกสงสัยว่าเป็นการจัดการศึกษาแบบใด  จะเป็นรูปแบบเดียวกันกับการศึกษานอกระบบหรือไม่ ซึ่งถ้าดูจากชื่อเรื่องแล้ว หลายท่านคงจะมีข้อสงสัยอยู่ในใจแน่นอนว่า ทำไมการศึกษาทางเลือกจึงถือว่าเป็นโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กไทยในปัจจุบัน และจะให้โอกาสสำหรับเด็กไทยอย่างไร 

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา มาตรา ๑๐ ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิ และโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า สิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือ มีร่างกายพิการ หรือ ทุพพลภาพ หรือ บุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือ ด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าว มีสิทธิ และโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นพิเศษ  

                และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวน การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละระดับการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาด้านภาษาโดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา

สำหรับโรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓ ได้พิจารณาความจำเป็นดังกล่าว จึงได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (การศึกษาทางเลือก) โรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓ พ.ศ. 2551 ขึ้น โดยตั้งบนฐานความคิด หลักการและปรัชญาการศึกษานอกระบบโรงเรียน โดยเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ จะทำให้มีความกระตือรือร้นในการเรียน เป็นหลักสูตรที่มีการบริหารจัดการที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องมีขั้นตอนมาก แต่มีคุณภาพได้มาตรฐานที่กำหนด มีคุณภาพในที่นี้ก็คือ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีวิธีการแสวงหาความรู้ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีอาชีพที่มั่นคง รักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ และความกตัญญู  เป็นคุณภาพสำหรับคนที่เข้าศึกษาตาม หลักสูตรการศึกษาทางเลือก  และมีความยืดหยุ่น ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เป็นหลักสูตรที่บูรณาการกับชีวิต ทั้งด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในชุมชน สังคม และประเทศ จะทำให้เป็นหลักสูตรที่เคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา โดยมีมาตรฐานเป็นกรอบในการพัฒนาผู้เรียน ทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการเทียบโอน เนื่องจากผู้เรียนมีความรู้ประสบการณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เป็นขั้นเหมือนผู้เรียนในโรงเรียน จะเป็นเพียงเสริม เติมเต็มให้บรรลุมาตรฐานของคนที่พลาดโอกาส  ดังนั้นการเทียบโอนจึงมีความสำคัญและจำเป็นมาก สำหรับกลุ่มเป้าหมายการศึกษาทางเลือก  นอกจากนี้การวัดประเมินผลต้องเปลี่ยนไปตามสภาพการเรียนรู้ ตามสภาพจริง โดยไม่เพียงมองไปถึงโอกาสที่ควรได้รับ แต่ยังมองไปถึงโอกาสที่ควรจะได้รับการตอบสนองต่อปัญหาความต้องการและความสนใจแท้จริง ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตการดำรงชีวิต วิถีวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีโลก วิถีธรรม และวิถีชุมชน การเข้าถึงผู้เรียนที่ยากไร้ห่างไกลและมีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นไปตามการจัดการศึกษาในมาตร 8  ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545  ที่กำหนดว่าเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและมีการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

                หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน(การศึกษาทางเลือก) โรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓ มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีปัญญา มีครอบครัวอบอุ่น มีอาชีพมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง และมีสิ่งแวดล้อมยั่งยืน อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อศึกษาตามหลักสูตรนี้  จึงกำหนดจุดหมาย ดังต่อไปนี้

                1. มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และเป็นคนดีของสังคม

                2. มีความรู้พื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต และการศึกษาต่อ

                3. มีความสามารถในการประกอบอาชีพ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัว ชุมชนและการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

                4. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย และท้องถิ่น ตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                5. มีทักษะในการดำเนินชีวิตที่ดี และสามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน สังคม ได้อย่างมีความสุขตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                6. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ และสามารถบูรณาการความรู้มาใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

                สำหรับกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาทางเลือก คือ นักเรียนตกหล่น ออกกลางคัน ต้องการเปลี่ยนที่เรียน หรือลาออกจากโรงเรียนเดิมด้วยสาเหตุต่าง ๆ หรือไม่สามารถเรียนในเวลาปกติได้ และยังอยู่ในการศึกษาภาคบังคับ ศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3  และนักเรียนที่พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับหรือผู้ที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 16 เป็นต้นไป ศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 

                จากข้อมูลต่างๆ ของการจัดการศึกษาทางเลือกข้างต้น  จะเห็นได้ว่าเป็นการจัดการศึกษาที่จัดได้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ที่เปิดโอกาสให้กับทุกคนได้มีสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน  จากจุดเริ่มต้นของโครงการจนถึงปัจจุบันนี้  ได้มีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วจำนวน  5  รุ่นด้วยกัน  ในแต่ละรุ่นนักเรียนที่มาเข้าเรียนในโครงการนี้มักจะเป็นนักเรียนที่ ติด  0 , ร. , มส. มาจากโรงเรียนอื่น  หรือเป็นนักเรียนที่โดนไล่ออกเนื่องจากเวลาเรียนไม่พอ  และปัญหาด้านพฤติกรรมต่างๆ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  มากที่สุด  โดยจะเข้ามาเรียนในการศึกษาทางเลือกช่วงปลายเทอม 2  เพราะโรงเรียนเก่าของนักเรียนจะคัดนักเรียนที่มีปัญหาซึ่งคาดว่าจะไม่จบการศึกษา  และส่งตัวมายังการศึกษาทางเลือกของโรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับนักเรียนเหล่านี้  ซึ่งในแต่ละรุ่นกว่าที่นักเรียนผู้หลงผิดแต่ละคนจะฝ่าฟันอุปสรรคจนสำเร็จการศึกษาไปได้นั้น  แต่ละคนจะต้องมีความเพียรพยายามอย่างหนัก  ต้องอาศัยความอดทนและต้องเอาชนะอุปสรรค  กิเลศต่างๆ ที่อาจนำพาให้นักเรียนเหล่านี้หลงทางผิดไปอีกครั้ง  เพราะการศึกษาทางเลือกนี้เป็นการจัดการเรียนการสอนที่อยู่นอกเวลาเรียนปกติ  เช่น  การเรียนในวันเสาร์ และวันอาทิตย์  การนัดพบกลุ่มกับครูที่ปรึกษาในแต่ละวิชานอกเหนือเวลาเรียน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักเรียนในโครงการจะต้องเอาชนะความเกียจคร้าน และกิเลศต่างๆ ไปให้ได้  เพราะในแต่ละรุ่นของโครงการจะมีนักเรียนที่จบการศึกษาและสามารถรับผลการเรียนพร้อมกับนักเรียนที่เรียนในระบบมีจำนวนน้อยมาก  เป็นเพราะในแต่ละวิชา  นักเรียนจะมีเวลาพบครูน้อย  เมื่อครูสั่งงานไปแล้ว  นักเรียนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและต้องมีความขยันหมั่นเพียร  แต่บางคนก็เกิดความเกียจคร้านในการทำงาน  ผัดวันประกันพรุ่ง  และไม่มีใครที่จะคอยจ้ำจี้จ้ำไชกับนักเรียนเหมือนกับการศึกษาในระบบ  ทำให้นักเรียนไม่ขยันทำงานส่ง  จนไม่มีคะแนน  และสุดท้ายก็ไม่จบการศึกษาตามที่นักเรียนแต่ละคนหวังไว้  ทั้งๆที่เป็นโอกาสในการแก้ตัวของนักเรียนแล้ว  แต่สำหรับบางคนที่คิดได้ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนจบการศึกษาและนำวุฒิการศึกษาที่นักเรียนได้มาด้วยความภาคภูมิใจไปสมัครเรียนต่อในสถาบันที่นักเรียนหวังไว้ 

                จากจุดเริ่มต้นของการดำเนินโครงการเพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนในโรงเรียน  จนกลายเป็นโครงการที่มีคนรู้จักกันมากมาย  และผู้ปกครองนักเรียนให้การยอมรับในการช่วยแก้ปัญหาทางการเรียนให้กับนักเรียน  จน ณ ปัจจุบันนี้ การศึกษาทางเลือกของโรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓ ได้มีนักเรียนที่จบการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น  จำนวน  92  คน  เป็นความสำเร็จของการศึกษาทางเลือกที่สามารถให้โอกาสแก่เยาวชนที่เกิดความพลาดพลั้งในเสี้ยวหนึ่งของชีวิตให้กลับมาก้าวเดินต่อไปในสังคมได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต   นักเรียนที่เข้ามาศึกษาตามการจัดการศึกษาทางเลือก จึงเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนและสังคม  เพราะเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างแท้จริง  และทางโรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓  ดีใจและภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งหรือพลังในการผลักดันชีวิตของเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น  และรอวันติดตามชื่นชมความสำเร็จ  เพราะเราทุกคนที่นี่ถือว่า “ครูคือผู้ให้”

              

อ้างอิง 

งานวิชาการ. หลักสูตรการศึกษาทางเลือกโรงเรียนวิเชียรมาตุ ๓. พ.ศ. 2551.

http://www.ams.cmu.ac.th/pub/law/eduact/