ในเวทีสุนทรียสนทนาเพื่อปฏิรูปอุดมศึกษา เมื่อวันที่ ๖ พ.ค. ๕๓   ศ. ดร. ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ เลขาธิการ สมศ. มาคุยเรื่องแนวคิดใหม่ในการทำงานของ สมศ.   ทำให้ผมชื่นใจมาก   ว่าเราน่าจะเริ่มเดินถูกทางแล้ว   ที่ สมศ. จะมาทำงานสร้างวัฒนธรรมคุณภาพขึ้นในวงการศึกษา   เป็นการทำงานคุณภาพของแท้ ไม่ใช่คุณภาพหลอกๆ

          เราคุยกันในภาพใหญ่ เรื่องหนึ่งคือการเอาข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เอามาสังเคราะห์ให้เห็นภาพใหญ่ ภาพที่ชัดเจนเชื่อมโยง สำหรับเอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย   หรือเชิงจัดการระบบ   รวมทั้งใช้งานของแต่ละหน่วยงานเจ้าของข้อมูลด้วย   งานนี้ สคช. จะเป็นแกนนำ

          คุณค่าของข้อมูลที่เชื่อมโยง ต่อแต่ละหน่วยงานเจ้าของข้อมูลก็คือ   ข้อมูลของตนจะมีความหมายมากขึ้น เอาข้อสังเคราห์ที่ได้มาใช้ในการวางเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ การทำงานของตนได้แยบยลขึ้น

          ข้อมูลที่แยกส่วน แทบจะไม่มีความหมาย   แต่เมื่อเอาข้อมูล (data) จากหลายหน่วยงานมาสังคราะห์หาความหมายร่วมกัน    จะเกิดสารสนเทศ (information) ที่มีความหมายมากกว่าสารสนเทศที่เกิดจากข้อมูลที่แยกส่วน   ที่จริงไม่ใช่มากกว่าในเชิงปริมาณ แต่มากกว่าในเชิงความลึกซึ้งและเชื่อมโยง   ซึ่งไม่ใช่มากกว่า แต่อยู่ในคนละมิติ   เป็นมิติที่มองเห็นเหตุปัจจัยต่างๆ ได้เชื่อมโยงกว้างขวางลึกซึ้ง

          หน่วยราชการ และไม่ราชการ ในประเทศไทยมักเป็นโรคหวงข้อมูล   เราหวังว่าการริเริ่มบูรณาการข้อมูลที่กล่าวถึง จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเห็นคุณค่าของการนำเอาข้อมูลของหลายหน่วยงานด้านอุดมศึกษามาหาความหมายร่วมกัน   งานแบบนี้ สวรส. ทำต่อเนื่องมากว่า ๑๐ ปี   ใหม่ๆ หน่วยงานต่างๆ ไม่ค่อยร่วมมือ   เพราะเป็นโรคหวงข้อมูล   เวลานี้ในวงการสุขภาพโรคหายเกือบหมดแล้ว

         ต้องบำบัดโรคนี้โดยลงมือทำ   ทำอย่างอดทน   ทำให้เห็นคุณค่า   แล้วโรคจะค่อยๆ จางไปเอง

 

วิจารณ์ พานิช
๗ พ.ค. ๕๓