กราบสวัสดีค่ะคุณครู
เห็นความไม่อยากเขียนจดหมายฉบับนี้แล้วก็รู้สึกละเหี่ยวใจ แม้หนูเองยังรู้สึกระอา ครูเองคงรู้สึกมากกว่า เพราะสอนแล้วไม่จำ ครูสอนไม่รู้กี่ครั้ง บอกไม่รู้กี่ที แต่ก็ไม่เคยตื่นขึ้นมารู้ตัวสักที
เช้าวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ตื่นมาหุงข้าวทำกับข้าว ออกกำลังกาย เสร็จแล้วก็มานั่งเขียนตอบ mail ที่ครูสั่งให้หนูพิจารณาใหม่อีกรอบ จริง ๆแล้วพยายามครุ่นคิดตลอดเวลาว่า จะตอบยังไงดี ดูอะไรก็ดูไม่เห็น มีแต่ความรู้สึกน้อยใจ เสียใจ ขุ่นมัว เศร้าหมอง (ผิดศีลข้อ ๑) แต่ก็พยายามเขียน แล้วครูก็โทรมาแทรกพอดี รู้สึกดีใจที่ครูบอกว่า “จะมาขอนแก่นและมากับพี่จำปีด้วย” พอวางสายก็เศร้า (ผิดศีลข้อ๑) เพราะอยากจะถามครูที่สงสัยว่าต้องตอบยังไง แต่เสียงในใจก็ตวาดออกมาว่า “สอนมาตั้งเยอะละดูเองซิ” แล้วก็ก้มหน้าเขียนต่อไป
พอได้เวลายกตะกร้ากับข้าวไปวัด ปรากฏว่าช่วงวันที่ ๒๔-๓๐ ที่วัดจะฉันฑ์เช้าหกโมงครึ่ง เป็นข้าวต้ม ตลอดเจ็ดวันที่มีผู้มาพักค้างภาวนา กับข้าวที่เตรียมไปจึงจัดไว้สำรับเพล ขับรถมาทำงาน ช่วงนี้รถค่อนข้างติดในช่วงเวลาเร่งด่วน มาถึงที่ทำงาน ช่างเข้ามาตรวจสอบแก้ไขเครื่อง GC และต้องเคลียร์สารเคมีในตู้เย็น เพื่อส่งซ่อม เจองานเก่า ๆ ของเก่า ๆที่เก็บค้างไว้หลายปี ก็มานึกย้อนในตนเองว่า “โชคดีนะที่ตู้เย็นเสียได้โอกาสเคลียร์ของที่ใช้ไม่ได้แล้วทิ้ง” ทำให้รู้สึกว่าถ้าหมั่นดูบ่อย ๆ ก็ดีนะ แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะครูของบางอย่างก็เสียดาย เช่นสารมาตรฐานบางตัว เคยใช้ในการหาปริมาณ พอเก็บนาน ๆ ก็ปรับลดลงมาใช้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์แทนได้ เพราะคุณภาพจะต่ำลง เหมือนน้ำยังไงก็คือ น้ำ แม้อัตราส่วนของบางอย่างในน้ำจะเปลี่ยนไปแต่สูตรเคมีของน้ำก็ยังเป็น H2O เที่ยง ๆวันนี้ทานข้าวที่ห่อมาและได้ข้าวต้มธัญพืชจากเฮียที่วัดท่านเมตตาให้มา อิ่มมากค่ะครู บ่าย ๆมีง่วง ๆบ้าง แต่ดูร่างกายช่วงนี้จะหนักหน่อย มีน้ำมูกไหลเป็นระยะ ๆ และจุดที่นั่งทำงานแอร์ลงพอดี ถ้าปรับลดลงท่านอื่น ๆ ก็จะร้อน กำลังหาวิธีขึ้นไปปรับระดับช่องลม
บ่าย ๆ นั่งทำงานที่ค้างอยู่ เสร็จซะที กว่าจะอดทนทำจนเสร็จ ใจก็แอบเฝ้ารอว่า ครูจะมาถึงตอนไหนนะ พอเลิกงาน พี่จั่นสีหน้าไม่ค่อยดี ท่านบอกว่า พอดีไปฟังเรื่องการเมืองมา เลยช่วยกันหาเรื่องผ่อนคลายมาเล่ากันได้ฮาก่อนกลับบ้านค่ะครู ในใจหนูรู้สึกว่าพยายามบังคับตนเองให้มีสติเพราะกลัวว่าเจอครูแล้ว ใจหนูจะไม่ดี กว่าจะเป็นเป๋ ๆ จนรู้สึกเหนื่อยค่ะครู พอกลับถึงบ้าน ไม่ไหวหยิบตำเหมี่ยงกับข้าวที่เหลือจากตอนเที่ยงมาทาน แล้วพี่อ้อ มาหาแล้วจะเอากับข้าวมาให้ กล่าวขอบพระคุณท่าน แต่ขอไม่รับ ไม่นานครูโทรมาชวนทั้ง ๆ ที่รู้สึกอิ่มแต่ก็อยากไปเจอครู ใจก็กลัวแต่ก็ยังอยากไปเจอ
พอเจอครูและพี่จำปี หัวเราะเฮฮา รู้สึกดีค่ะ แต่ก็รู้สึกหนัก ๆ ในใจ อาการเหมืออิจฉา อยากเป็นธรรมชาติบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ รู้สึกเหนื่อยกับก้อนหนัก ๆ ในตนเอง พอส่งพี่จำปีเสร็จ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกกลัวและอึดอัด ยื่งครูบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ เดี๋ยวมันจะเป็นบ้า”
“ถ้าอยู่กับจนหายใจ ตั้งแต่ที่สอนมา ก็คงได้อะไรบ้าง”
ที่ถามในเมลล์ก็เพื่อให้หาว่า ทำไปเพื่ออะไร ถ้ารู้ว่าทำไปเพื่ออะไรใจจะไม่สั่นคลอน
แล้วครูก็ไปส่งขึ้นรถ พอกลับมาถึงบ้าน หนูรู้สึกอึดอัด จึงรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน แล้วก็นั่งดูต้นไม้ ความบีบคั้นภายในยังอยู่ หนูจึงไปอาบน้ำผ่อนคลาย กราบพระแล้วก็นอน