คนโง่มีรักจึงจมปรักกับพันธนาการ....คนฉลาดไร้รักจึงเป็นอิสระจากพันธนาการ

   ณ หน้าตึกเรียนคณะศึกษาศาสตร์  เดือนเมษาผ่าน....

     "แว๊กๆ ไอ้บ้า..." ผมหันควับ ใครมาด่าเรา  "เธอทำอย่างนี้ได้อย่างไร... อื่อๆ..แว๊กๆ ฉ๊อดๆ แซ็ดๆ" กับอีกหลายถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากอันเรียวบาง รูปกระชับกับใบหน้า ยกเว้นรูปร่างเธอเท่านั้นแหล่ะ  ที่ดูเหมือนจะเจ้าเนื้อเกินไปหน่อย  นั่งอยู่บนรถเวฟ คันสีน้ำเงินคุยกับหนุ่มหน้าทะเล้นที่นั่งรถอีกคัน (ไม่ใช่ผม...เขาไม่ได้ด่าผม) โดยมิได้สนใจนิสิตนักศึกษาที่พึ่งเลิกเรียน  ลงบันไดมาประหนึ่งร่างที่ไร้วิญญานสิงสู่  ป่าวหรอกครับ  เธอทั้งหลายมิได้เรียนหนักขนาดนั้น  คงไม่มีสิ่งใดเกินไปกว่าปาตี้ที่สุดเหวี่ยงเมื่อคืนที่ทำให้พวกเธอได้หลงลืมตัวตนไปชั่วขณะ วาดลวดลายประหนึ่งนางฟ้าเริงร่าทักทายสายลม ณ เบื้องบน  ปลดปล่อยเธอออกจากพันธนาการที่แบกไว้บนบ่าชั่วขณะอึดใจ  ขณะเสียงตะโกนด้วยความโมโห ฉุนเฉียวยังคงดังประหนึ่งว่าเรื่องราวทั้งหมดอยากให้รู้กันทั่วทั้งมหาลัย พรางขย่มรถมอเตอร์ไซค์คล้ายดังขุนแผนควบม้าสีหมอกออกศึกก็มิปาน  นั่นคงจะเป็นอาการที่เธอพยายามจะบอกถึงสิ่งที่มันไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้ หรือถึงแม้กล้าเอ่ย อีกคนก็ไม่กล้าที่จะเข้าใจ  จากวันที่สายลมโอบอุ้มความรักไหลผ่านเข้ามาทางประตูบานใหญ่  หัวใจดวงน้อยของเธอก็ได้เบ่งบานเหมือนนางนกรุ่นกางปีกล่องลอยทักทายสายลมแสงแดด ณ เบื้องบน (...)

      @_@ สถานการณ์ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  โดยเหมือนเป็นเรื่องปกติของผู้คนแถวนี้  ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก  แต่สำหรับผมแล้วเรื่องแบบนี้กลับเป็นเรื่องน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้ประสงค์จะสอด(เสือก..)รู้แต่ประการใด  หากแต่สำหรับคนเราแล้ว  มีช่วงระยะเวลาหนึ่งสองคนเคยมีความฝันที่สวยงามร่วมกัน  ปราถนาจะเคียงคู่  บุกน้ำลุยไฟ พูดคุยกันด้วยภาษาดอกไม้ยามต้องน้ำค้างยามหน้าหนาว  มองตารู้ใจ ปราถนาฟังเสียงกันและกันกระทั่งตาย   เรื่องราวอันใดกันถึงทำให้พวกเขาถึงทำประหนึ่งว่ามิเคยรู้จักกัน  คุยกันเหมือนแค้นกันมาหลายชาติก็มิปาน  แสงแดดแก่ๆยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป 

      @-@ ขณะผมนั่งรถผ่าน  คราบน้ำตานองเต็มสองแก้มนวลอมชมพู่นั่นของสาวเจ้า  พรางลดกระจกยืนกาแฟสดคาบูชิโนในมือที่พึ่งซื้อมาให้  หวังเรื่องราวจบลงด้วยความเข้าใจ  คุยกันด้วยเหตุผล  เปล่าหรอกครับ  ผมเพียงแค่คิด  บรรยากาศแบบนี้เขาคงไม่ต้องการกาแฟของผมหรอก  บางทีเขาคงต้องการมากกว่ากาแฟรสกลมกล่อมของผม  "สาวน้อย"หากผมมีโอกาสได้พูดน่ะ"บางทีเธอคงต้องการเวลาเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างอีกนิด  อย่างน้อยก็ทุกสิ่งอย่างไม่ได้เป็นดั่งเราปราถนาทุกอย่าง  หากเรื่องราวหนนี้ผ่านพ้น เธอจะเข็มแข็ง  สาวน้อย... แต่ปัญหาตอนนี้คือเธอต้องมีเหตุผลให้กับลมหายใจถัดไป"  หวังว่าถ้อยคำน่อมแหน่มไม่ได้เลิศหรูอะไร  คงมีส่วนให้เธอได้สำนึกถึงเหตุผลได้บ้าง  บางทีชาอู่หลงหอมพันลี้ของผมกับสายลมที่แผ่วเบาอาจช่วยปลอบประโลมความโศกเศร้าเสียใจของเธอได้ ....หวังเช่นนั้นจริงๆ