คุณค่าความหมายของการมีขีวิต

ขอบคุณชีวิต(และความรัก)

          คงไม่มีใครปฏิเสธสายสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ในระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้นเป็นสิ่งที่งดงาม...
แต่ไหนแต่ไรมา ฉันเชื่อมั่นและศรัทธาในอุดมคติของความรัก  ความรักที่อยู่บนพื้นฐานของความเมตตาเกื้อกูลนั้น เป็นสิ่งที่ยังคงความอบอุ่นเย็นให้แก่ชีวิตผู้คน  ช่วยขจัดความมืดหม่น ความว้าเหว่ความบาดในจิตใจ และยังสร้างความเติบโตงอกงามแก่จิตวิญญาณ
          ในเมล็ดพันธุ์แห่งความรักเช่นนี้  ยิ่งได้รับการหว่านเพาะในในผู้คนมากเท่าไร ปีติสุขยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น  โลกเราคงเป็นโลกแห่งสันติสุข  ไม่ต้องรบราเข่นฆ่าฟันกันอย่างน่าสะพรึงกลัวเหมือนทุกวันนี้   เบื้องหลังการทำงานของคนตัวเล็ก ๆ อย่างฉัน  เป็นโลกแห่งสายสัมพันธ์และความอบอุ่นเอื้ออารีที่หล่อเลี้ยงใจฉันมาตลอด นับแต่เริ่มต้นจนบัดนี้  นับแต่วัยเยาว์ที่ฉันฝันว่าอยากทำโน้นทำนี้  จนมาถึงทุกวันนี้ อายุย่างเข้า 30 ปี นับว่าเป็นความฝันของฉันใช้เวลาเดินทางมายาวไกลไม่น้อยแล้ว  และในวันนี้ฉันได้เลือกงานที่ฉันรัก  ฉันอาจจะไม่ร่ำรวย ไม่มีทรัพย์สมบัติภูมิหลัง(ที่พ่อแม่สร้างให้มา)  แต่ฉันก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้  แต่ฉันคิดว่าคนเราลงได้ทำงานที่ตนเองรัก  นั่นคือความสุข  ใช่ว่าเราทุกคนจะมีโอกาสเลือกทำงานได้ดังใจปรารถนาทุกคน  หากไม่มีการนำหรือจัดสรรจากใครบางคน  การทำอาชีพนี้ก็เปรียบได้กับวิศวกรที่เราต้องสร้างเหมือนกัน ก็แค่สร้างคนให้เป็นคน  มันฟังดูเหมือนไม่ยาก แต่จริง ๆ แล้วยากมาก เพราะเราต้องใช้หัวใจและความรักในการหล่อหลอมมัน  ฉันเลยถือว่าความรัก ความเมตตา และจิตใจที่งดงามเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะสร้างเขา  และจะถามว่าการทำงานมีปัญหาที่ต้องแก้ไขบ้างหรือไม่ มีทั้งนั้นเพียงแต่ว่าเราจะเริ่มแก้จากตรงไหน ต้นเหตุหรือปลายเหตุแต่โดยส่วนใหญ่ตัวฉันจะไม่มองที่คน จะมองที่ปัญหามากกว่า แล้วเริ่มแก้จากเราหากเราทำได้  ทุกอย่างต้องนับหนึ่งที่เราไม่ใช่ที่คนอื่น การจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถทำอะไรได้มากมาย  ก็ต้องมีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดีเช่นกัน  และในปัญหานั้น ๆ  หากยากที่จะแก้ไข   หรือในบางเรื่องราวที่อัดอั้นตันใจมืดแปดด้าน  ฉันก็จะได้รับการปลอบโยนดูแลจิตใจจากเพื่อนร่วมทุกข์ ซึ่งในเวลานั้นเราก็ต้องการเพื่อนสักคนจะไม่มีเลยหรือ  และในนั้นเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ เมตตาและความรัก เอื้ออาทรจากเพื่อนผู้รับฟังและการเรียนรู้ความทุกข์ด้วยตนเองบ้างก็จะทำให้เราเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ฉันแข็งแรงขึ้นในวันนี้เมื่อไรก็ตามที่เราแข็งแรงเราก็จะสามารถดูแลคนอื่นได้  มันเหมือนการส่งมอบน้ำใจเอื้อต่อกัน และถ้าเขาแข็งแรงเขาก็จะดูแลคนอื่น ๆ ต่อไปได้  ในอีกมุมหนึ่ง บางครั้งการทำงาน เมื่อได้เห็นคนอื่น ๆ ทำสิ่งดีให้แก่สังคม  หรือเห็นคนที่แกร่งสู้ชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องราวจริง ๆ ของชีวิตเขา มันก็ปลุกจิตวิญญาณฉันให้มีพลัง หรือจุดประกายดี ๆ ได้เช่นกัน  คนดี ๆ ที่มีชีวิตอันเป็นแบบอย่าง มีมากมายไม่น้อย อาจเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ได้เด่นมากมาย แต่มีน้ำใจเสียสละเพื่อผู้อื่นในสังคม
          ในความแตกต่าง หลากหลาย  เราทุกคนล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกัน  มนุษย์ต้องรักกันและเมตตาต่อกัน ดูแลซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรกันในทุกยามที่สามารถทำได้ ขอบคุณชีวิตในวันนี้ที่สอนให้ฉันตระหนักถึงความรัก และคุณค่าความหมายของการมีชีวิต