เมื่อครั้งเจอพญานาค


งูสีเขียวมีหงอน เกล็ดสีเขียวทอง

พญานาค(พระยานาค)  มีอยู่จริง                    

 

เล่าประสบการณ์โดย      ยรรยง สินธุ์งาม 

 

          การที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเรื่อง วิญญาณ ดังนี้

 

1. พญานาค เป็น วิญญาณ อยู่ ใน สวรรค์ ชั้นที่

1 ชั้น จาตุมหาราชิกา มี ท้าววิรูปักษ์ เป็นราชาผู้ปกครอง ซึ่งท่านจะดูแลอยู่ทิศตะวันตกของสวรรค์ ชั้นนี้

 

2. เมื่อมีพญานาค ก็ต้องมี สวรรค์ ชั้นนี้ อยู่จริง

 

3. เมื่อมี ภพสวรรค์อยู่จริง การทำความดี ก็ย่อมมีผลดี และส่งผลให้ผู้กระทำ ไปสู่ภพภูมิ ที่ดี ส่วน ผู้ทำความชั่ว ก็ย่อมได้รับ ผลที่ไม่ดี และทำให้วิญญาณ ของผู้นั้น ต้องไปรับ ทุกข์ทรมาน อยู่ใน นรกภูมิ

ความเข้าใจเกี่ยวกับพญานาค

คนไทยโดยทั่วไป มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค มาตั้งแต่ครั้ง พุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าเสี่ยงทายลอยถาด แล้วถาดก็จมลงสู่ท้องน้ำที่มีพญานาคตนหนึ่งเฝ้ารักษาไว้ หรือเหตุการณ์ที่ พญานาค มุจรินทร์ แปลงกายมาปกป้องลม ฝน ให้พระพุทธเจ้าถึง 7 วัน 7 คืน หรือ เหตุการณ์ ที่ พญานาค แปลงกายมาขอบวชเป็นพระในพุทธศาสนา ซึ่ง พระพุทธเจ้า ไม่อนุญาตให้บวช ด้วยเพราะ เป็น สัตว์เดรฉาน

จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลก ข้างต้นได้ กล่าวว่า เป็น วิญญาณ ระดับเทวดา ที่อยู่สวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกา แต่กลับเป็นสัตว์เดรฉาน เหตุผลจะเป็นเช่นใด ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่จากการที่ศึกษา พบว่า สวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกา

เป็น สวรรค์ชั้นที่อยู่ ใกล้ชิดกับโลกมนษย์และเดรฉาน เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งมีความหลากหลาย ของ วิญญาณระดับต่างๆ มากมาย อยู่ในชั้นนี้

 

จากที่ศึกษามา พญานาค มี 4 ตระกูลใหญ่ๆ 1. ตระกูลวิรูปักษ์ จะมีผิวกาย สีทอง 2. ตระกูลเอราปถ จะมีสีกายเป็นสีเขียว 3.ตระกูล ฉัพพยาปุตตะ จะมีสีกาย เป็นสีรุ้ง 4. ตระกูลกัณหาโคตรมะ จะมีผิวกายเป็น สีดำ

 

มีข้อน่าสังเกต อย่างหนึ่ง เกี่ยวกับ ชื่อ ของ นาคตระกูล ทั้ง 4 ทำไมเป็นภาษา บาลี สันสกฤต ทั้งหมด ทำไมไม่มีชื่อเป็น จีน เป็น ฝรั่ง เป็น เกาหลี หรือเป็นภาษาอื่นเลย หรือ ภาษาบาลีและสันสกฤต คือ ภาษากลาง ของภพภูมิวิญญาณ หรือ รวมไปถึง ภาษากลางของจักรวาล ขอตั้งข้อสังเกตไว้ นะครับ

ตามความเข้าใจ เราจะเห็นว่า พญานาค เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ ไม่ว่าจาก ตำนาน จากเรื่องเล่า ของ พระธุดงค์ พระวิปัสสนา ทั้งหลาย ทำให้เรารับรู้ว่า พญานาค มีฤทธิ์ แปลงกายเป็นงู หรือ เป็นคนก็ได้ เรื่องการแปลงร่างของ พญานาค สามารถแปลงเป็น เรือ ให้คนข้ามฟาก ก็ได้ เป็นเต่า เป็นจระเข้ ก็เคยมี เรามักจะเคยชิน กับ รูปร่าง ของพญานาค จากการถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ เช่น ภาพวาด หรือ งานปั้น ตาม วัดวา อาราม ทางพุทธศาสนา บ้างก็มี หัวเดียวบ้าง สามหัว ห้าหัว เจ็ดหัว เก้าหัวบ้าง ก็น่าแปลก ทำไมจำนวนหัวไม่เป็นเลขคู่บ้างล่ะ นี่ก็เป็น อีกหนึ่งข้อสังเกต

พญานาคที่ข้าพเจ้าได้เคยพบ

เมื่อประมาณ กลางปี 2535 ผมชวนน้องชาย ไปสำรวจถ้ำ ตามตำนาน ริมแม่น้ำโขงแถบอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เข้าไปในถ้ำต่ำๆ แห่งหนึ่ง มีสายน้ำเล็กเย็นฉ่ำ ไหลจากภายในออกมานอกถ้ำ สู่ลำห้วย ซึ่งลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำโขง อีกไม่ถึง ห้าสิบเมตร เราเดินก้มย่อตัวต่ำๆ เดินเข้าไปข้างใน อย่างระมัดระวัง ใช้ไฟฉายส่องทาง ได้ระยะทาง สิบกว่าเมตร ผนังถ้ำก็ตัน มีแอ่งน้ำ ลักษณะครึ่งวงกลม อยู่ท้ายสุดของถ้ำ

ผมก็ไม่รู้ว่าแอ่งน้ำ จะมีความลึกเท่าไร เราหยุดเดิน เพราะถ้ำตันซะแล้ว ขณะที่สายตาสำรวจก้อนหินตามผนังถ้ำ ก็ปรากฏ งูสีเขียว โผล่หัวขึ้นมาดูพวกเรา ขนาดเท่าหลอดยาดม ที่วางขายตามท้องตลาด เขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาประมาณ สิบ เซนติเมตร ทำให้ผมชะงัก เพราะกำลังจะลงไปในแอ่งน้ำ ผมเอามือวิดน้ำใส่ งู ตัวนั้น
2 -3 ที งูก็ดำน้ำหายไป และไปโผล่มองดูเรา อีกด้านหนึ่งของขอบแอ่งน้ำ ผมก็เอามือ วิดน้ำใส่อีก งู ก็ดำน้ำและก็หายไป

 

ในความคิดของผม ตั้งแต่ที่เห็นแอ่งน้ำ ก็จะรู้ทันที ว่าใต้แอ่งน้ำนี้ จะต้องมีช่องทาง เพื่อไปอีกสถานที่หนึ่ง พอผมลงไปในแอ่งน้ำ ความลึกอยู่ระดับเอว เมื่อเอามือลูบผนังถ้ำลงไป ในน้ำ จะพบรูขนาดที่คนตัวใหญ่ๆ มุดเข้าไปได้ ผมลองมุดเข้าไปดู ซักครู่ ก็โผล่ขึ้นมา พร้อมบอก ให้น้องชายส่งเชือกมา ผมมัดที่ข้อเท้าขวา ก่อนที่จะดำน้ำหายเข้าไปใน รูใต้น้ำ อีกครั้ง ความกดดันที่มากขึ้นทำให้น้ำทะลักเข้าหู ผมทั้งสองข้าง

 

ผมดำน้ำเข้าไปได้ระยะทางประมาณ 6 ถึง 7 เมตร ยังไม่เห็นว่าจะทะลุตรงไหน ใจก็คิดว่า เราจะไม่เหลืออากาศ พอที่จะ ดำน้ำกลับนะ ครั้งนี้ พอแค่นี้ก่อนเถอะ ก็เลยหมุนตัว ในช่องหิน กลับหัว แล้วว่ายออกมา เมื่อโผล่ขึ้นจากผิวน้ำ ก็พบน้องชายนั่งทำหน้าตกใจอยู่ เขาบอกว่า กลัวมาก ที่ต้องนั่งอยู่คนเดียว เราเดินทางโดยปราศจากอาวุธใดๆทั้งสิ้น พกพาไปเฉพาะเครื่องนอน และอาหารแห้ง ข้าวจี่ น้ำดื่ม กล้องก็ยังไม่มี 

จุดสำคัญมันอยู่ที่ งูเขียว ตัวนั้น เป็น งูสีเขียวมีหงอน เกล็ดสีเขียวทอง (ที่โผล่พ้นน้ำ)

จะสะท้อนแสงไฟ ระยิบระยับ คล้ายกับ กระดาษกากเพชร ไม่แลบลิ้น ตาไม่สะท้อนแสงไฟ เกล็ดส่วนหัวไม่สะท้อนแสง เหมือนเกล็ดช่วงลำตัว ส่วนหัวมีหงอนสีแดง ส่วนโคนมีสีเหลืองอ่อน ช่วงกลางถึงปลายเป็นสีแดง ไม่ปรากฎ ครีบตรงสันหลัง

 

     
     ภาพวาด พญานาค พบที่แอ่งน้ำในถ้ำ ริมแม่น้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ กลางปี 2535
     
   
    ลักษณะที่เกล็ดส่วนลำตัวสะท้อนแสงระยิบระยับ น่าจะเกิดจากการลักษณะการเรียงตัวของเกล็ดไม่เป็นระเบียบ คล้ายๆกับการเจียรไน เหลี่ยมมุมของเพชร และ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากโครงสร้างของธาตุ ที่เป็นองค์ประกอบของเกล็ด

 

แม้จะสังเกตพบว่า งู ที่พบในถ้ำ ต่างจากงูโดยทั่วไป ผมเองก็ไม่ได้พูดให้น้องชายที่ไปด้วยฟัง เพราะเกรงว่า เขาจะกลัว จนเกินกว่าเหตุ เมื่อบอกว่า นั่นคือ ร่างกายหยาบ ของ พญานาค

 

    นี่เป็นประสบการณ์ การผจญภัยเมื่อวัยรุ่น ของผม สำหรับหน้าถัดไป จะเล่าถึงการ สนทนาธรรมกับพญานาค ที่ภูน้อย มุกดาหาร  และการต่อสู้กันระหว่างพญานาคกับพญานาค  การท้าดวลกันระหว่างคนกับนาค รวมทั้ง จะวิเคราะห์ ภาพพญานาค จากเว็บตามที่ มีการบันทึกไว้ เช่น หนองคาย  หรือที่ มุกดาหาร ซึ่งกำลังฮือฮา และตามด้วย ภาพกายทิพย์ ของ พญานาค ลักษณะต่างๆ ที่ผมบันทึกภาพไว้ได้

 ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียน

 

หมายเลขบันทึก: 361006เขียนเมื่อ 24 พฤษภาคม 2010 10:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 19:55 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (14)

สวัสดีครับ

บางครั้งพญานาคอาจไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเนื้อเพราะพญานาคมีกายทิพย์

แต่จากประวัติของพ่อ แม่ครูบาอาจารย์ พระอริยเจ้า

หลายครั้งที่ท่านกล่าวถึงพญานาคบ่อยๆครับ

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะ

 คนเราอาจจะเกิดมาหลายแสนชาติ...มีภพภูมิหนึ่งที่เคยเกิดเป็นพญานาคตระกูลเอราปถ จะมีสีกายเป็นสีเขียว เล่าให้ใครฟังเขาอาจจะว่าเราบ้าก็ได้...แต่ในภพภูมิปัจจุบันยังมี...ใครคนหนื่งซึ่งคอยตามไปดูแลเราอยู่ห่างๆ ...เขามีร่างกายสีเขียว..เคยขึ้นมาเล่นน้ำที่แม่น้ำโขงหน้าวัดปากแซง(วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ)ในวันที่ทำพิธีสวดอิติปิโส108 จบ แต่ปรากฏกายเพียงครู่เดียวค่ะ...แต่เขาอยู่ในใจเสมอ...อย่าหาว่าบ้าเลยนะคะ...ไหนๆคุยถึงเรื่องพญานาคกันแล้ว...ขอบคุณบันทึกดีๆที่แบ่งปันค่ะ

ดร.ศศินันท์ ต้องมีความสัมพันธ์ เป็นกรณีพิเศษ ครับ ถึงเห็นได้ด้วย ตาเนื้อ อีกอย่าง เขาผู้นั้น จะต้องเคย เป็นญาติ คนรู้จัก

เพื่อนสนิท หรือไม่ก็คู่ชีวิต หรือ พ่อ แม่ ลูก ของเรา ในอดีตชาติ จึงมาปรากฏกายให้เห็น อย่างใกล้ชิด

มีเทพอารักษ์ อย่างนี้ ต้องขออนุโมทนา สาธู๊ ....

ขอบคุณอีกครั้งครับผม

จริงอย่างที่ คุณ Phornphon ว่า ครับ กายทิพย์ เนี่ย ใช้ตาเนื้อมองไม่เห็น เว้นแต่ ว่า ผู้มีกายทิพย์ ใช้พลังของตนทำให้

มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น เราก็จะมองเห็นได้ ว่าง่ายๆ ก็คือ เขาอยากให้เราเห็น จึงมีโอกาสได้เห็น ครับ

ขอบคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยม แวะเข้ามาอีกนะครับ

แวะมาทักทายค่ะ มีเรื่องเล่ามาแลกเปลี่ยนค่ะ

มีวิทยากรท่านหนึ่งเป็น ดร. ท่านบอกว่าขอเอาตำแหน่งเป็นประกันว่าพญานาคมีจริง

ท่านเจอมาแล้ว ไปนอนโรงแรมริมฝั่งโขง ท่านยืนริมหน้าต่างมองแม่น้ำโขงแล้วนึกในใจว่า เอ๊...พญานาคมีจริงรึปล่าวน๊า

ดึกคืนนั้นก็เจอ ตอนเจอท่านบอกว่าไม่ได้หลับไม่ได้ฝัน เหมือนเจอจริงๆ

มาในลักษณะโกรธเคืองที่ไปลบหลู่ ตาแดงก่ำ เลื้อยมาทับตัวท่าน

ท่านต้องสวดมนต์และระลึกถึงพ่อแม่ให้ช่วย จึงหายไป

พอรุ่งเช้ารีบไปวัดไปทำสังฆทาน หลวงพ่อทักว่า"เมื่อคืนเจออะไรมาล่ะโยม"

ดร.ท่านนี้เตือนว่า ไม่เชื่ออะไรก็อย่าลบหลู่ อย่าคิดว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นจะไม่มีจริง

เหมือนที่คนบางคนมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหล

หลานชาย คุยกับครุฑได้บอกเสียงดุมาก..คุยเวลาจับเหรียญครุฑที่ปลุกเสก..และมองเห็นตัวด้วย..

เชื่อว่าเป็นจริงแน่นอน เพราะเมื่อปี 2498 ผมเคยเห็นงูตัวสีเขียวมีเกล็ดเขียว มีหงอนสีแดงตัวยาวปประมาณ 1 ศอกใหญ่ประมาณ

หัวแม่มือเลื้อยจากดงสะแกลงไปในแอ่งน้ำ ผมตกใจมากเช่ือว่าเป็นพญานาคเหมือนที่เคยดูตามบันใดวัด วิ่งไปบอกแม่ แม่บอกว่า

มันเป็นงูหงอนนะลูก เป็นพวกงูกระด้างที่อยู่ตามแอ่งน้ำที่มีสายหร่ายแและพวกกอบัว ผมยังจำติดตามมาจนทุกวันนี้ สถานที่อยู่ที่

บ้านดงตาลหมู่ที่ 5 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ ราชบุรี บริเวณนั้นเป็นป่าสะแก คล้ายป่าทาม หน้าแล้งน้ำในแอ่งหนองในหนองแห้งหมด ผมเข้าใจว่าพญานาคน่าจะเป็นงูหงอนตัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ ตามบึงและถ้ำริมแม่น้ำทีมีป่ารกริมน้ำ

สวัสดีค่ะ เมื่อวันพฤหัสบดีที่23 ม.ค.ที่ผ่านมา หนูเห็นงูตัวสีทองๆมีหงอนแต่ไม่มีครีบในคลองอู่ตะเภา รู้สึกอึ้งมากทำอะไรไม่ถูกเลยก็เลยไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้ ไม่รู้ว่าเกิดจากแสงสะท้อนหรืออะไรนะคะ รอบตัวมันดูเป็นประกายมันกำลังว่ายไปขึ้นฝั่ง วันก็ถามพ่อกับแม่ท่านก็ไม่ทราบว่าคืองูอะไร มาหาข้อมูลเกี่ยวกับงูตัวนั้นก็เห็นเว็บนี้พอดี หนูอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ค่ะ แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นพยานาคคะ ลืมไปค่ะลักษณะเหมือนภาพวาดข้างบนเลยแต่คนละสีกันนะคะ

ผมเคยเจอ ตอนบวชอยู่ วัดเวฬุวัน จ.ชัยภูมิ ตอนนั้น นั่ง สมาธิเสร็จ ลืมตาเจอกําลังเลื้อย อยู่บนโขดหิน ตัวมีสีมรกต ที่หัวมีหงอนลักษณะคล้ายดอกหงอนไก่เลยครับ สีแดงๆตอนแรกไม่ได้คิดอะไรจนมาพบเจอเพจนี้ก็เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง

ผมเคยเจอ ตอนบวชอยู่ วัดเวฬุวัน จ.ชัยภูมิ ตอนนั้น นั่ง สมาธิเสร็จ ลืมตาเจอกําลังเลื้อย อยู่บนโขดหิน ตัวมีสีมรกต ที่หัวมีหงอนลักษณะคล้ายดอกหงอนไก่เลยครับ สีแดงๆตอนแรกไม่ได้คิดอะไรจนมาพบเจอเพจนี้ก็เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง

พญานาคมีหรือไม่สังเกตุรสชาติอาหาร. อร่อยมองเห็นไม่ของหวานอร่อย/ส้มตำอร่อยมองไม่เห็นรู้ว่าอร่อยสองอย่างนี้รูปร่างไม่เหมือนกัน. พญานาคมีแต่เรามองไม่เห็นพยาสัตว์ชั้นสูงใกล้เคียงมนุษย์กายละเอียดไม่รัปทานอาหารใช้เสพอาหารสัมผัสทางอาหารทิพย์ที่มองเห็นคืองู/สัตว์เลื้อยครานที่มีขนาดใหญ่กว่าปกตินับถือได้แต่อย่าหลงเชื่อในสิ่งที่เราพิสูจน์ไม่ได้ใช้สติรู้แล้วผ่านไป

พยมวรเจษฎา ไทยพรหมทัต

ผมเคยเห็นกายทิพย์13/05/2559

สวัสดีครับ  

    เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2560 เวลาประมาณบ่ายโมง  ที่ หลุมโบก น้ำ  บริเวณน้ำตกทุ่งนาเมือง ช่วงบน   บ้านทุ่งนาเมือง  อ.โขงเจียม  จ.อุบลราชธานี  ผมได้พบ งูลักษณะ สีเขียวเหลือง ตลอดทั้งตัว เว้นเฉพาะส่วนหัว เป็นสีน้ำตาล ดำ   ดำน้ำ บิดตัวเป็นเกลียว สองรอบ  แล้วดำน้ำหายลงไป ใน หลุมน้ำ  ตลอดทั้งตัว เปล่งประกาย เหมือนกากเพชร ที่โดนแสงแดด  เว้นแต่ส่วนหัว ที่ไม่ สะท้อนแสง   เมื่อลงไปดู ในหลุมน้ำ ก็ไม่เห็น  ขณะนั้น คิดเพียงว่า งูน้อย ตัวนี้ คงขึ้น จาก หลุมน้ำ ไม่ได้  และ คงแอบซ่อนอยู่ใต้หลุมหิน  จึงได้ เอาไม้หย่อน ลงไปใน โบกน้ำ  เพื่อให้ เขาใช้เป็น สะพาน

  แต่ เมื่อมาพบ โพสต์นี้ โดยบังเอิญ  จึงขอนำ ข้อมูล ที่พบ มาร่วมบันทึกไว้ ณ เว็บ นี้  ขอรับ 


สวัสดีครับ

ผมเห็นพวกท่านๆจากสมาธิครับ ผมฝึกอาโลกกสิณมาเข้าปีที่ 6 แล้ว จากครูบาอาจาย์แม่ชีท่านนึงครับ ลักษณะท่านจะเหมือนงูจงอางครับ มีเจ็ดเศียรลำตัวเดียว สีดำหงอนสีทอง องค์นี้ผมเจอท่านที่เพชรบูรณ์ หลังจากนั่งกรรมฐานเสร็จ แผ่เมตตา ท่านปรากฏให้เห็นในสมาธิเลยครับ ชัดเจนมาก เหมือนดูด้วยตาเนื้อเลย ท่านมารับบุญครับ ที่ว่าชัดเจนก็คือผมเข้าสมาธิได้ลึกมากวันนั้นท่านเข้ามาในนิมิตร เห็นเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 60 ครับ ผิวเนื้อดำแดง เครื่องแต่งกาย เหมือนขอมโบราณ สีดำ หน้าเหมือนคนโบราณครับ ภาพที่เห็นคือผมเดินคุยกับท่านบนลานหิน โล่ง ฟ้าเป็นสีแดงส้ม ท่านถามผมว่า สบายดีมั้ย ปฏิบัติไปถึงไหนแล้ว ท่านก็จับไหล่ผม ผมก็ตอบท่านไปครับ ผมนั่งวันนั้นเกือบๆ 4 โมง ตั้งแต่ 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 และผมก็มาจบข้อสงสัยเลยครับ ผมไปปฏิบัติธรรมที่ลานธรรมที่พิจิตร มีคนถ่ายรูปติด ขณะที่ผมนั่งกรรมฐาน เห็นเป็นเส้นสีขาวเป็นลำๆอยู่บนหัวผม พอซูมภาพเห็นเป็นเกล็ดเลย ท่านมารับบุญและมายืนยันครับ ความสงสัยผมจบลงแล้วครับ สำหรับเรื่องพญานาค

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี