กระบวนการรับรู้
1. การเลือก(Select) สิ่งเร้าที่เรารู้มักจะเป็นสิ่งเร้าที่เราตั้งใจ (Attention) ที่จะมอง ที่จะฟัง ที่จะสัมผัส ขั้นแรกของการรับรู้จึงเป็นการคัดเลือกสิ่งเร้าบางอย่างเพื่อเข้าสู่การตีความหมาย โดยเราจะทำการเลือกข้อมูลบางอย่าง และไม่รับรู้ข้อมูลบางอย่าง เช่น ขณะที่พนักงานรับโทรศัพท์พูดคุยกับลูกค้าทางโทรศัพท์อยู่นั้น เขาจะไม่สนใจหรือได้ยินเรื่องที่เพื่อนร่วมงานซึ่งนั่งข้างๆ พูดคุยกัน ทั้งๆที่ก่อนรับโทรศัพท์เขาก็ร่วมอยู่ในกลุ่มพูดคุยนั้นด้วย
2. การจัดระเบียบ(Organize) เมื่อสิ่งเร้าได้รับการคัดเลือกแล้ว ก็จะถูกจัดระเบียบให้เป็นหมวดหมู่หรือเป็นประเภทๆ เพื่อให้สะดวกในการแปลความหมายและการจัดเก็บข้อมูลในขั้นต่อไป สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการจัดระเบียบได้แก่
- ความคล้ายคลึงกัน (Similarity) สิ่งเร้าลักษณะคล้ายกันจะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
- ภาพและพื้น (Figure and Ground) สิ่งเร้าที่เห็นเป็นภาพจะเด่นออกมาจากส่วนอื่นๆ
- ความใกล้ชิด (Proximity) สิ่งเร้าที่อยู่ใกล้กันก็จะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
- ความต่อเนื่อง (Continual) สิ่งเร้าที่มีแนวทางเดียวกันจะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
- การปิดช่องว่าง (Closure) บางส่วนของสิ่งเร้าที่ขาดหายไปจะถูกเติมเต็มเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์
3. การแปลความหมาย(Interpret) เป็นขั้นที่สามารถตีความหรือแปลความหมายได้ว่าสิ่งเร้าที่เราเลือกรับรู้นั้นคืออะไร เช่น เราสามารถรับรู้ว่าเสียงที่ดังเอะอะออกมาจากห้องข้างๆ คือเสียงของผู้จัดการซึ่งกำลังต่อว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ชอบมาทำงานสาย หรือเราสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่แต่งชุดกระโปรงลายเสือและรัดรูปที่เดินมาแต่ไกลนั้นคือ เลขานุการของผู้อำนวยการ ซึ่งการรับรู้ในขั้นนี้อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยจะขอกล่าวในเรื่องข้อผิดพลาดของการรับรู้
4. การจัดเก็บข้อมูล(Store) เมื่อแปลความหมายของข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งเร้าแล้วข้อมูลก็จะถูกเก็บบันทึกไว้ในสมองเพื่อเป็นประโยชน์ในการอ้างอิง และเรียกใช้ในภายหลังได้อย่างรวดเร็ว เช่น เมื่อเราเข้าไปทำงานใหม่ในองค์การแห่งหนึ่ง เรารับรู้ว่ากลุ่มผู้บริหารขององค์การนี้จะแต่งกายด้วยเสื่อสูท ผูกเน็คไท และติดป้ายโลโก้ขององค์การไว้ที่เน็คไท ดังนั้นคราวหน้าเมื่อเราเห็นคนแต่งตัวแบบนี้อีกในองค์การ เราก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นผู้บริหารขององค์การ อย่างไรก็ตามการจัดเก็บข้อมูลอาจมีการตกหล่นไม่ครบถ้วนของข้อมูล หรือมีการบิดเบือนข้อมูลบางอย่างเกิดขึ้นได้
ธรรมชาติของการรับรู้
ธรรมชาติของการรับรู้ทั่วไป มีลักษณะดังนี้ คือ
- เลือกสิ่งที่รับรู้ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะรับรู้สิ่งเร้าที่มีลักษณะสำคัญ ดังนี้
1. สิ่งที่ตนสนใจหรือที่ต้องการในขณะนั้นโดยปรกติเมื่อบุคคลกำลังสนใจในเรื่องใดก็เลือกรับรู้เฉพาะสิ่งนั้น
2. สิ่งที่แปลกและเด่นสะดุดตา ซึ่งดึงดูดจุดความสนใจให้อยากรู้อยากเห็น
- จัดหมวดหมู่ของสิ่งรับรู้ เมื่อคนเร้าพบสิ่งเร้าหลายๆอย่างในขณะเดียวกันเราก็มีแนวโน้มจัดเหล่านั้นออกเป็นหมวดหมู่ ดังนี้
1. ความใกล้ชิด มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะรับรู้สิ่งที่ใกล้ชิดกันให้เป็นภาพเดียวกัน
2. ความคล้ายคลึงหรือเหมือนกัน เรารับรู้สิ่งเร้าที่เหมือนกันหรือคล้ายกันว่าเป็นพวกเดียวกัน
3. ความต่อเนื่อง สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน เรารับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน
4. ความสมบูรณ์แบบ สิ่งเร้าที่ขาดหายไปบางส่วนมักจะรับรู้ว่าเป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ได้
- ภาพและพื้น การรับรู้ภาพทำนองนี้ เรามองเห็นส่วนที่เด่นชัด หรือ ส่วนที่อยู่ในความใส่ใจภาพของภาพ และบางส่วนที่อยู่เบื้องหลังไกลออกไป หรือบางส่วนที่เราให้ความสนใจน้อยเป็นพื้น
- ความคลาดเคลื่อนของการรับรู้ สามารถแบ่งได้ ดังนี้
1. ความคงที่ของการรับรู้ การรับรู้วัตถุหรือสิ่งที่ของบางอย่างที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนทำให้การรับรู้ของคนเราต่างไปจากภาพที่เห็นในขณะนั้น
2. ภาพลวงตา เป็นการรับรู้ที่ผิดพลาดจากความเป็นจริง เนื่องจากอิทธิพลของสิ่งเร้าที่แวดล้อมอยู่ภายนอกนั้น