การรับรู้ (Perception)
เมื่อเรามองไปรอบๆตัว เราทราบว่าสิ่งนั้นคืออะไร เช่น โต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องโทรสาร เป็นต้น การที่เราสามารถตีความสิ่งต่างๆ ที่ได้จากประสาทสัมผัส หรือ อวัยวะรับความรู้สึก 5 ชนิด คือ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง ให้มีความหมายว่าสิ่งที่มองเห็นคืออะไร เสียงที่ได้ยินคืออะไร และกลิ่นที่ได้คือกลิ่นอะไร ฯลฯเราเรียกการตีความนี้ว่า “การรับรู้” ซึ่งการรับรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่มีผลต่อพฤติกรรม และการก่อตัวของทัศนคติของบุคคล
การรับรู้ของบุคคลแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ที่ได้รับและการประเมินค่าสิ่งที่รับรู้ก็แตกต่างกันไปด้วย การรับรู้ของบุคคลเกิดจากการได้และเห็นสิ่งต่างๆ ได้รับฟังสรรพสิ่ง ได้กลิ่นและได้สัมผัส เป็นความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัสโดยอาศัยอวัยวะสัมผัส บุคคลประเมินค่าจากสิ่งที่รับรู้โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิหลังของตน
การรับรู้ หมายถึง กระบวนการประมวลและตีความข้อมูลต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราที่ได้จากการรู้สึก ซึ่งการรับรู้ของบุคคลจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางจิตวิทยาบางตัว ได้แก่ การเรียนรู้ ประสบการณ์ แรงจูงใจ อารมณ์ฯลฯ โดยปัจจัยเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทร่วมกับการรับรู้
การรู้สึกและการรับรู้(Sensation and Perception)
อวัยวะรับความรู้สึกมีหน้าที่รับข้อมูลที่อยู่รอบๆตัวเรา ส่งผ่านเส้นประสาทขึ้นสู่สมองข้อมูลจะอยู่ในรูปพลังงานต่างๆ เช่น ความร้อน แสง เสียง ฯลฯ อวัยวะรับความรู้สึกแต่ละชนิดจะรับพลังงานได้เฉพาะ เช่น ตารับเฉพาะแสง หูรับเฉพาะเสียง ผิวหนังรับเฉพาะอุณหภูมิ สัมผัส ฯลฯ ข้อมูลจะเร้าอวัยวะรับความรู้สึกให้แปรพลังงานเหล่านี้เป็นกระแสประสาทเดินทางขึ้นสู่สมอง สมองจะเกิดการรู้สึก เช่น มองเห็น ได้ยิน ฯลฯ แต่จะเห็นอะไร ได้ยินอะไร นั่นคือ เกิดการรับรู้ขึ้น การรับรู้จึงเป็นขบวนการขั้นสูง ถ้าไม่มีอวัยวะรับความรู้สึกจะเกิดการรับรู้ขึ้นไม่ได้ และถ้ามีอวัยวะรับความรู้สึก แต่ไม่มีการตีความออกมาก็ไม่เกิดการรับรู้ขึ้น การที่จะบอกว่าสิ่งที่เห็น คือ เด็ก นักเรียน เสียงดังเช่นนี้คือ เครื่องบิน จะต้องมีประสบการณ์รู้จักสิ่งเหล่านี้มาก่อน ต้องรู้ว่าเด็กที่แต่งกายแบบนี้ ถือกระเป๋าหรือสะพายเป้ คือ เด็กนักเรียน เสียงที่กึกก้องอยู่บนท้องฟ้า คือ เสียงเครื่องบิน ถ้าดังขึ้นตามลำดับคือการเคลื่อนใกล้เข้ามา ถ้าค่อยๆลดลงตามลำดับคือการเคลื่อนไกลออกไป การตีความสิ่งที่เรารู้สึกจึงต้องอาศัยประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น คนเราเวลาที่โกรธจะไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ทำให้เราทำอะไรโดยปราศจากการยั้งคิดและเหตุผล ทั้งนี้เพราะการรับรู้ของเราตกอยู่ใต้อิทธิพลของความโกรธ ทำให้การรับรู้ผิดไปจากความเป็นจริง ดังคำพังเพยของไทยในเรื่องนี้ว่า เห็นช้างตัวเท่าหมู การตีความนอกจากจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ อารมณ์แล้วยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น การเรียนรู้ แรงจูงใจ เจตคติ ฯลฯ นั่นคือปัจจัยทางจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง
การศึกษาการรู้สึก คือการศึกษาขั้นที่ (1) และขั้นที่ (2) ในแผนภูมิ นั่นคือ ศึกษาเรื่องของพลังงานเร้า ได้แก่ แสง เสียง กลิ่น รส การสัมผัสและอุณหภูมิ ศึกษาโครงสร้างของอวัยวะรับความรู้สึก ได้แก่ โครงสร้างของนัยน์ตา โครงสร้างของหู โครงสร้างของจมูก โครงสร้างของลิ้น และโครงสร้างของผิวหนัง ศึกษาระบบประสาทจากอวัยวะรับความรู้สึกขึ้นสู่สมอง ส่วนการศึกษาการรับรู้ คือการศึกษาขั้นที่ (1) ขั้นที่ (2) และ ขั้นที่ (3) ในแผนภูมิ นั่นคือ ศึกษาขบวนการรู้สึกและการตีความสิ่งที่ได้จากการรู้สึก
อวัยวะรับสัมผัส
เป็นเครื่องมือที่ใช้ทำหน้าที่รับสิ่งเร้ารอบตัวเรียกว่าเครื่องรับ ซึ่งแยกเป็น 7 ประเภท คือ
1. ตา ทำหน้าที่รวบรวมความรู้สึกต่อสิ่งเร้านั้น ดังนั้นการรับสัมผัสที่มาปรากฏแก่นัยน์ตา จึงมีทั้งที่เป็นวัตถุ หรือภาพสีต่างๆ สามารถมองเห็นได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล
2. หู ทำหน้าที่รับ ขยาย และแปลงการสั่นสะเทือนรวมทั้งย่นย่อสิ่งเหล่านี้เข้ามาในระบบประสาท
3. จมูก ให้ความรู้สึกจากการได้กลิ่น ภายในจมูกประกอบด้วย เยื่อจมูกที่มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบางๆคาดอยู่ในช่วงจมูก ที่นี่จะมีปุ่มประสาทอันเป็นที่ตั้งของปลายประสาทรับกลิ่น ปุ่มประสาทประกอบด้วยเซลที่ขนยื่นออกมาพันเยื่อบางนั้น มีความไวต่อความรู้สึก เมื่อมีกลิ่นผ่านเข้ามาทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น
4. ลิ้น ให้ความรู้สึกสัมผัสทางการรู้รส เรียกว่า รสสัมผัส คนเรานั้นสามารถรู้รส ได้ 2 แบบ คือ การรู้รสทั่วไปซึ่งจะรับรู้เมื่ออาหารเข้าไปอยู่ในปาก และการรับรู้รสเฉพาะ ที่เกิดจากการกระตุ้นต่อที่บาง
แห่งภายในปาก การรับรู้นั้นอาจต้องอาศัยกลิ่นด้วย จึงจะรับสัมผัสได้ไว เช่น เวลาเป็นหวัดนานๆจะไม่รู้รสไวเหมือนปรกติ
มนุษย์เราสามารถรับรสพื้นฐานได้ 4 รส คือ เสเปรี้ยว เค็ม หวานและขม อาการกระตุ้นตุ่นรับรสทำให้เกิดความรู้สึกเป็นรสเหล่านี้ออกมาได้เกือบบริสุทธิ์
เหตุที่คนเราต้องมีการรับรู้รสเพื่อประโยชน์ 2 ทาง คือ เราเลือกอาหารที่กินได้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อหลีกเลียงการอาหารที่เป็นพิษ นอกจากนี้ยังพบว่าอารมณ์และความพอใจของเรานั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรู้รสด้วย
5. ผิวหนัง ให้ความรู้สึกสัมผัสทางความรู้สึกหรือกายสัมผัส ความรู้สึกนี้เราสามารถจำแนกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. ความรู้สึกจากการสัมผัสเมื่อมีสิ่งใดมากระทบ
2. ความรู้สึกจากความอุ่นหรือเย็นซึ่งเป็นอุณหภูมิ
3. ความรู้สึกสัมผัสทางผิวกายที่ทำให้เกิด ความรู้สึกของความเจ็บปวด
6. ความรู้สึกสัมผัสของการเคลื่อนไหวของร่างกายหรือกล้ามเนื้อสัมผัส เป็นความรู้สึกสัมผัสของการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่เกิดจากเครื่องรับสัมผัสที่อยู่ในกล้ามเนื้อเอ็นและข้อต่อของร่างกายที่ทำให้เราทราบถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย
7. ความรู้สึกที่เกิดจากการทรงตัว ความรู้สึกสัมผัสเกี่ยวกับการทรงตัว มีเครื่องรับความรู้สึกสัมผัสอยู่ 2 ชนิด ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะ ช่วยให้ร่างกายทรงตัวอยู่ในระดับสมดุลได้เป็นปรกติ
บันทึกได้ความรู้ดีมากค่ะ