เมื่อวานนี้เดินทางไปพื้นที่ ต.ภูฟ้า กับคุณสัมฤทธิ์ บัวเพ็ชร์ ช่วง ๑๑ น.เศษและเดินทางกลับถึงตัวเมืองน่านอีกในเวลา ๑๖.๓๐ น.ประมาณระยะเวลาเดินทางประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง ( ๓ ชั่วโมงเดินทาง ) ระยะทางเที่ยวเดียวประมาณ ๙๐ กิโลเมตร
ก่อนหน้าในเดือน มีนาคม ศกนี้คุณสัมฤทธิ์ฯ ได้เล่าเรื่องราวและอธิบายด้วยร่างโครงการพร้อมแผนที่ บอกว่า ชาวบ้านได้เปิดพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกข้าว ในครั้งนี้ได้ไปร่วมประชุมกันชาวบ้าน ๒ หมู่บ้าน พวกเขายินยอมพร้อมใจไม่เผาพื้นที่เปิดและไม่ปลูกข้าว
ในเดือน เมษายน ศกนี้ สื่อมวลชนอาทิ ผู้สื่อข่าวทีวีไทยเมืองน่าน และคุณอภิญญา ข่าวเมืองน่าน/ไทยนิวส์ ได้เคยเดินทางมาที่ ต.ภูฟ้าและสำรวจพื้นที่ดำเนินการโครงการป่าแลกข้าว โดยไม่เอาแต่ได้ โดยไม่ทำลายวิถีชีวิตประชาชน ให้พวกเขามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมเคยถามว่า การปลูกข้าวเป็นวิถีชีวิตมิใช่หรือ? และเหตุใดไม่ไปดำเนินการจับกุมชาวบ้าน? ได้รับคำอธิบายว่าพื้นที่ซึ่งชาวบ้านเปิดรอบนี้ ไม่ได้เปิดเพื่อปลูกข้าวโพด แต่เปิดเพื่อปลูกข้าวชาวบ้านพร้อมไม่เผาหากมีข้าวมาแลก เป็นการยินยอมพร้อมใจไม่ต่อรองอะไรกันมากมาย และในส่วนที่จับกุมคงต้องจับกุมกันทั้งหมู่บ้านแน่นอน
.ในสมัยก่อนมี ผกค.ชุมพื้นที่นี้ ชาวบ้านเคยเปิดป่าไว้ปลูกข้าว เท่าที่ทราบในทางปฏิบัติหากปล่อยพื้นที่เปิดไว้ราว ๓ - ๕ ปี จะได้ป่าเพื่อชาวเขา เพื่อชาวน่าน เพื่อชาวไทย และเพื่อชาวโลก พี่น้องชาวเขาสามารถใช้ประโยชน์ต่อไปภายหน้าจากการร่วมฟื้นฟูป่าแปลงนี้จำนวนไม่น้อย : บันทึก ๒๓ พ.ค.๒๕๕๓



คุณสัมฤทธิ์ฯ ฝากคำคมให้ใจความว่า
"....มีป่าดีไม่ช่วยกันรักษา
ถูกแผ้วถางหมดคุณค่านาอายไหม่
มัวดูดายหลบเลี่ยงเกี่ยงกันทำไม
คนน่านไม่แก้ไข คนเมืองไหนจะมาแก้?....."
แม่น้ำมาง และแม่น้ำว้า มาบรรจบกับที่บ้านผาสุข ก่อนถึงบ้านสบมาง ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ถือว่าเป็นกรณีดูแลแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำสำคัญ ๆ สาขาของแม่น้ำน่าน
ผมถือกรณีนี้น่าสนใจกับการที่ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๓ ที่คุณสัมฤทธิ์ฯ ไปร่วมประชุมชาวบ้าน ๒ หมู่บ้านที่เข้าไปทำกินพื้นที่สุ่มเสี่ยง คือ ๑.บ้านห่างทางหลวง จำนวน ๑๑๑ ราย ๒ บ้านผาสุข จำนวน ๓๙ ราย รวม ๑๕๐ ราย
พื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านใช้ทำไร่หมุนเวียน ทั้งหมดพร้อมและให้ร่วมมือคืนผืนป่าต้นน้ำ ขณะเดียวกันหน่วยงานและหลายภาคส่วนจะได้ร่วมมือบูรณการให้กำลังใจ เพื่อให้ชาวบ้านท้องอิ่ม และต้องไม่ลืมความเสียสละโดยหาทางยกย่องชาวบ้านกันให้เป็นกิจลักษณะด้วย
เท่าที่โทรสอบถามคุณสัมฤทธิ์ จากที่ สำนักส่งเสริมอาสาสมัครและเครือข่าย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจฯ เครือข่าย ทสม.น่านเมื่อ 24 - 05- 2553 ประชาชนได้เสียสละบริจาคเป็นกองทุน รวมทั้งคณะวิทยากร และพี่สัมฤทธิ์ จะได้นำเงิน จำนวน 2 หมิ่นมาเปิดบัญชีเร็ว ๆ นี้ต่อไป เป็นการประเดิมและเป็นการขับเคลื่อน
สัปดาห์ที่ผ่านมา หน.สัมฤทธิ์ฯ ได้นำเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปราม
ผวจ.น่านได้มอบให้รองผวจ.น่าน (นายเกษม วัฒนธรรม) เป็นประธานที่ประชุม ท่านและที่ประชุมให้ความสนใจ
ผมคิดว่าเรื่องนี้พูดกันมาตั้ง้แต่ต้นปี ควรมีความก้าวหน้ามากกว่าพูด จะขับเคลื่อนหรือไม่อย่างไร ทางการควรกำหนดให้ชัด
ทราบมาว่า รองเกษมฯ ได้มีหนังสือสั่งการให้ฝ่ายเลขาฯ คือ ทสจ.น่าน รับไปดำเนินการขับเคลื่อนทำการบ้านในส่วนนี้ น่าติดตาม