ข้าพเจ้าจะตั้งใจเรียนหนังสือ

วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓

เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษารัฐประศาสนศาตร์ ระดับปริญญาโท รุ่นที่ ๑๓ ของนิด้า พิษณุโลก  ข้าพเจ้าก็ไปกับเขาด้วย ไปถึงก่อนเวลานัดประมาณ ๓ นาที เข้าไปนั่งฟังท่านอาจารย์ รุ่นพี่ และเจ้าหน้าที่ มาพูดเรื่องต่างๆ ให้ฟัง  คงจะเป็นธรรมเนียมเสียแล้วที่การปฐมนิเทศมีจุดประสงค์ที่จะ (ขู่) ให้ผู้ฟังอยากจะประพฤติตนอยู่ในร่องในรอยที่ผู้พูด หรือผู้สั่งมาให้ผู้พูดมาพูดต้องการ  มีการบอกว่าต้องมาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐  การตอบสอบต้องเขียนด้วยลายมืออย่างยาวมาก (ใครๆ ก็รู้ว่าหมอลายมือแย่  แต่ที่ใครๆ ไม่รู้ก็คือในปัจจุบัน พยาบาลก็ลายมือแย่ และใครๆก็ลายมือแย่) ก็เกิดกังวลเป็นห่วงคณาจารย์ที่ท่านจะต้องดูลายเขี่ย จำนวน ๗-๑๔ หน้า x ๗๖ คนต่อรุ่น  น่าศึกษาว่าท่าน ๑.อ่านให้สามารถประเมินผู้เขียนอย่างไร  ๒.รักษาดวงตาอย่างไร

ในภาคบ่ายท่านอาจารย์ก็ได้สอนเกี่ยวกับการใช้ internet และการใช้ net ของ นิด้า ซึ่งจะมีข้อมูลมากมาย  ส่วนหนึ่งจะเป็นเอกสารประกอบการสอนของอาจารย์ บทย่อเนื้อหาที่เรียนของรุ่นพี่ และบางอย่างที่ไม่เหมาะสมจะระบุในนี้  ในวันพรุ่งนี้ท่านอาจารย์บอกว่าจะสอนการอ่านภาษาอังกฤษที่มีคำศัพท์เกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์ แต่ใครที่คิดว่าอ่านเก่งแล้วท่านก็เห็นใจ บอกว่าจะไม่ไปเรียนก็ได้ ทีแรกก็ดีใจ แต่แล้วด้วยความคิดรอบด้านอย่างรวดเร็ว (ระแวง) ก็เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องเรียนอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน  อืม อาจารย์จะหลอกเราหรือเปล่าหนอ  ท่านคงเจตนาอย่างที่ท่านพูดแหละ แต่ตอนที่เจ้าหน้าที่พูดท่านไม่อยู่ในห้อง   อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน ยังใช้ได้  แต่ความหมายคงเพี้ยน เพราะในภาษิตคงตั้งใจหมายถึง (เจตนารมณ์) คนที่เจตนาหลอก เราจึงไม่ควรไว้ใจ แต่นี่อาจารย์เราแท้ๆ ท่านคงลืม   อืมมม หรือไปเซนต์ชื่อแล้วกลับ  น่าเกลียดแฮะ  งั้นหาหนังสือเข้าไปอ่านในห้องเรียนดีไหม  ก็เมื่อบ่ายนี้ยังนั่งอ่านหนังสือสุนทรียสนทนาในครอบครัวขณะอาจารย์สอนเลยนี่นา หลังจากผ่อนพักหลับตาในห้องเรียนไปพักใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีการส่วนตัวของข้าพเจ้าเองที่จะเพิ่มสมรรถภาพในการเรียนเมื่อตื่นขึ้นมา

ตอนเย็นรุ่นพี่ ตั้งแต่รุ่น ๑๐, ๑๑, ๑๒ จัดงานเลี้ยงรับน้องที่กองบิน ๔๖ มีพี่ไปร่วมมากมาย ดูทุกท่านสนุกสนานและสนิทสนมกันเป็นอันมาก ประทับใจครับ เนื่องจากหอยนางรมตัวโตมาก กิจกรรมก็สนุกสนานดี มีน้องคนหนึ่งมาจากมหาสารคามย้ายมาเรียนที่นี่เนื่องจากมาทำงานที่จังหวัดพิจิตรชื่อกี้ (จึงถูกแซวว่าจะถูกจับ) จะต้องมานอนค้าง เสียค่าโรงแรมมากว่าคืนละ ๑,๐๐๐ บาท จึงพาเขานั่งรถดูลู่ทาง และแนะนำว่าน่าจะหาที่พักที่ราคาย่อมเยากว่านี้ เพราะต้องมาทุกสัปดาห์เสียดายเงินของเขา

ข้าพเจ้าคิดว่าจะตั้งใจเรียนครับ