เมื่อวันที่ ๒๖ มิย. ๔๙ ได้พบ รศ. กำจัด มงคลกุล ที่ผมเคารพนับถือมาก ท่านถามว่าที่ผมกำลังทำเรื่อง KM อยู่นี้จะมีผลอย่างไรต่อประเทศ

             ท่านคงจะหมายความว่าจะก่อผลสะเทือนเชิงระบบเหมือนอย่างการทำ สกว. ไหม

              ผมเรียนท่านว่าผมหวังว่าจะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โดยที่เราภูมิใจว่า KM แนว สคส. จะช่วยให้ประเทศไทยไม่หลงทางไปทำ KM ตกยุค

              KM ตกยุค คือ KM ในรูปแบบที่เขาทำกันมาเมื่อ 20 - 10 ปีก่อนในสังคมตะวันตก และพบว่าเกือบทั้งหมดไม่ได้ผล เสียเงินเปล่า เขาจึงพัฒนา KM แนวใหม่ขึ้นมาใช้ เป็น KM แนว P&P (People & Process) หรือแนวเน้นความรู้ฝังลึก แต่ตำราเก่าๆ ก็จะยังเป็นเรื่องของ KM แบบเก่า หรือตำราใหม่ที่ไปลอกตำราเก่ามาโดยที่คนเขียนก็ไม่เคยทำ KM ก็จะยังหลงเน้น T&T (Technology & Tool) เป็นหลัก

               KM หลงทางในประเทศไทยอาจอธิบายได้อีกแบบหนึ่ง ว่าไปเลียนเกณฑ์แบบฝรั่งหรือญี่ปุ่นมาโดยไม่เข้าใจวิวัฒนาการของ KM KM ของฝรั่งและญี่ปุ่นเขามีฐาน IM (Information Management) ที่แข็งอยู่แล้ว เขาจึงออกเกณฑ์ที่เน้น IM แต่จริงๆ แล้วเวลานี้ KM แนวหน้าของเขาหันมาเน้นด้านความสัมพันธ์ระหว่างคน เรื่องความรู้ฝังลึก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

              ดังนั้นถ้าเกณฑ์วัด KM ของเราเน้นที่ IM เราก็จะตกหลุมพราง ที่ไปตามหลังเขาแบบคนตาบอด (จริงๆ แล้วปัญญาบอด) สคส. เราจึงหวังมากว่าจะได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมไทยไม่ให้เดินหลงทางในเรื่อง KM

              แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีใครเป็นเทวดารู้เจนจบ สคส. เราก็ต้องเรียนรู้ไปปรับปรุงไป    เราไม่รู้จริงมาตั้งแต่เกิด

องค์กรภาครัฐ 16

 

วิจารณ์ พานิช

๒๘ มิย.๔๙