เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้บริหาร
ขณะนี้ดิฉันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปริญญาโทสาขาวิชาการบริหารการศึกษา สาขาที่ครูผู้ชายส่วนใหญ่ต้องการเรียนเพื่อสอบเป็นผู้บริหารในอนาคต แต่สำหรับดิฉันเรียนเพื่อเพิ่มความรู้และเป็นการพัฒนาตนเอง
จากการที่เรียนมานั้น ดิฉันได้รับแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตอย่างมาก เป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติในมุมมองต่าง ๆ และความรู้ที่ได้เรียนสามารถปรับมาใช้กับเด็กนักเรียนที่ตนเองสอนและเพื่อนร่วมงานเรื่องการทำงานเป็นทีม มีความรับผิดชอบในการทำงาน เป็นนักการวางแผนที่ดี ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆของโลกปัจจุบัน ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราต้องมีสติ เป็นนักวิเคราะห์ที่ดี หาเหตุหาผล ประมวลสิ่งต่าง ๆรอบตัว ก่อนที่จะสรุปผลออกมา
สำหรับผู้เรียนที่มุ่งหวังจะเป็นผู้บริหารในอนาคต ต้องมีลักษณะที่ดี ดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้ที่มีความกล้า คือ กล้าคิด กล้าเสี่ยงที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงาม ผู้นำจะต้องมีความกล้าทั้งกาย วาจาใจ เพราะจะต้องเผชิญกับงานในรูปแบบต่าง ๆจึงจำเป็นจะต้องกล้าที่จะเผชิญกับการต้านทานหรือการขัดขวาง
2. เป็นผู้มีความเพียรพยายาม มีความอดทนวิระยะที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่
ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้
3. เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถริเริ่มสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นมาจากความคิดของตน
โดยไม่ต้องให้ใครสั่งให้ทำ และมีความสามารถในการเสนอข้อคิดเห็นที่จะแก้ไขสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ดีขึ้นหรือเจริญขึ้น
- เป็นผู้ที่มีพรหมวิหารสี่ ซึ่งได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อันเป็นสิ่งที่ผู้นำยึดไว้
ปฏิบัติกับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเมตตา คือ การให้ความรัก ความเอ็นดู ปรารถนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสุข กรุณา คือ ความสงสารคิดช่วยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาพ้นทุกข์ มุทิตา คือ การที่พลอยยินดีในลาภยศสรรเสริญสุขที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับ และอุเบกขา คือ ความเที่ยงธรรม ความวางตัวเป็นกลาง
- เป็นผู้มีความสงบเสงี่ยม ไม่หยิ่งยโสโอหัง
6. เป็นผู้มีบุคคลิกภาพที่ดี คือ มีกิริยา ความประพฤติ ศีลธรรม จรรยา ความสุภาพ ความอ่อน
โยน ฯลฯ
ถ้าเราปฏิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะกลายเป็นที่รักของผู้ใต้บังคับบัญชา ของเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลทั่วไป