ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า
3 แกนนำมอบตัวแล้ว

กงกรรมกงเกวียน
กรรมใดใครก่อก็แบ่งๆกันไปล่ะกัน
ประเมินความเสียหาย
จากการชุมนุมยืดเยื้อ 3 เดือน
ครม.เศรษฐกิจประเมินความเสียหายจากนปช.ชุมนุมหากยืดเยื้อ 3 เดือนทำจีดีพีหด 0.64% หรือคิดเป็น 5 หมื่นล้านบาท
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตี เปิดเผยหลังประชุมครม.เศรษฐกิจ (รศก.) ว่า หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง ประเมินผลกระทบจากการชุมนุมของนปช.เบื้องต้นว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อตั้งแต่ 1-3 เดือน จะมีผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ภาพรวมจะลดลง 0.64% คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เป็นการพิจารณาจากตัวเลขสมมติฐานของ สศช. ที่เคยประมาณการเศรษฐกิจทั้งปี 2553 จะเติบโต 4.5%
นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ศก.ยังเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้ รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และพื้นที่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.53 เป็นต้นมา พร้อมกับมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน 3 มาตรการสำคัญ คือ การบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง, การช่วยเหลือพนักงาน-ลูกจ้าง และการช่วยเหลือจากการสูญเสียรายได้ของกิจการ
1.มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง ได้แก่ มาตรการชะลอกระแสเงินสดจ่ายออก เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตลอดจนค่าสาธารณูปโภค และเงินนำเข้าประกันสังคมออกไปอีก 180 วัน และมาตรการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ SMEs โดยจัดหาเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1-2 และมาตรการสนับสนุนวงเงินบัตรเครดิต โดยการลดหย่อนอัตราการผ่อนชำระและอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตลง โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ
2.มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ถูกให้ออกจากงาน และ 2.กลุ่มที่ขาดรายได้จากส่วนแบ่งการขายและบริการ โดยภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้างทั้ง 2 กลุ่มที่ถูกปลดออกจากงานระหว่างการชุมนุม โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน รวมทั้งนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย และนางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ตรวจสอบกลุ่มพนักงานที่ได้รับผลกระทบจริง เพื่อให้ทราบจำนวนผู้ถูกเลิกจ้างที่ชัดเจน และสามารถให้ความช่วยเหลือได้ภายในเดือนพ.ค.นี้
3.มาตรการสำหรับผู้ประกอบการจะให้การสนับสนุน 2 เรื่องได้แก่ 1.ขยายเวลาชำระภาษีนิติบุคคลออกไป 180 วัน รวมทั้งจะพิจารณาเรื่องภาษีทุกกรณี อาทิ ภาษีโรงเรือน ที่จะไปเจรจากับกทม.ให้ เนื่องจากกทม.เป็นผู้เก็บภาษีดังกล่าว 2. เรื่องสภาพคล่อง ได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ จัดเงินกู้ดอกเบี้ยผ่อนปรน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมครม.พรุ่งนี้ โดยคาดว่าดอกเบี้ยอยู่ที่เอ็มแอลอาร์ลบ 3% ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระดอกเบี้ยให้ 3% เพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ประสบปัญหาสภาพคล่องที่มีประมาณ 2,000 ราย
นายพุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า หากภายหลังมีการตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ประกอบการรายใดให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ ก่อการร้าย ทางภาครัฐจะยกเลิกมาตรการให้ความช่วยเหลือทั้งหมด และจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการรายนั้นต่อไป...
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
............................................
"จุรินทร์"สรุปยอดผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม12 มี.ค.-8พ.ค.มีทั้งหมด1,442ราย เสียชีวิต29ราย ยันคงสิทธิการรักษาเดิม ย้ำสธ.รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
จะจบไหมครับครูจ่อย
ความเสียหายไม่ต้องพูดถึงครับ นี่แหละผลขอความแตกแยกทางความเชื่อ
คาดว่าจะเป็นไฟลามทุ่ง ขยายวงกว้างต่อไป
ที่นี้แหละบ้านนอกอย่างเราอาจจะโดนบ้าง
ท่านผอ.ครับ
สวัสดีค่ะคุณครู
ดิฉันไม่อยากดูทีวี เพราะไม่อยากเจอ 3 หน้านี่แหละค่ะ ตกข่าวไม่เป็นไร
ไม่ใช่การแตกแยกทางความเชื่อ แต่เป็นผลมาจากกิเลสของอดีตนายกที่หนีไปต่างประเทศ
แล้วกลับมาสร้างกรรมใหม่ให้กับประเทศโดยการผ่านตัวแทนของสามคนดังภาพที่ปรากฎ
คุณครูจ่อยต้องตามติดตัวต้นเหตุต้นตอนะคะ