มีหลายคำถามที่แสดงว่ายังไม่เข้าใจวินัยเชิงบวก
จากการติดตามงานเรื่องวินัยเชิงบวก ทำให้พบคำถามหลายคำถามครับ ที่แสดงว่าไม่เข้าใจวินัยเชิงบวก ลองอ่านดูนะครับ
1. วินัยเชิงบวก เป็นการ Spoil เด็ก ทำให้เด็กเสียนิสัย
ที่ถูก วินัยเชิงบวก ไม่ใช่เป็นการ Spoil เด็กครับ ไม่ใช่การโอ๋เด็ก ไม่ใช่การตามใจเด็ก วินัยเชิงบวกจะเน้นการใช้เหตุผล บอกว่าควรทำอะไรที่ถูกต้อง การใช้วินัยเชิงบวก ไม่ใช่ว่าเด็กจะทำอะไรก็ได้ตามใจตนเอง หรือ ไม่ใช่ว่าเด็กทำอะไรผิดก็ปล่อยไปโดยไม่ลงโทษ เป็นการเข้าใจผิด เด็กทำอะไรผิด ไม่ใช่ว่าปล่อยไป เพียงแต่ใช้วิธีการไม่ลงโทษ แต่ไม่ยอมรับ และ ไปยอมรับเด็กที่ทำดี ทำถูก แทน การไม่ยอมรับนี่มีผลต่อเด็กมากเลยนะครับ เด็กกลัวจะไม่ได้รับการยอมรับ ต่อไปจะพยายามทำให้ถูกต้องเพื่อให้ครูยอมรับ
2. ที่ห้องมีเด็กหลายคน ใช้วินัยเชิงบวกกับเด็กหลายๆคน คงใช้ไม่ได้ผล
ที่ถูก ห้องเรียนมีเด็กหลายคนก็สามารถใช้วินัยเชิงบวกได้ หลักสำคัญอยู่ที่การจัดระบบ และ การสร้างข้อตกลงร่วมกันทั้งห้อง เมื่อทั้งห้องมีระบบ มีหลักการ มีข้อตกลงร่วมกัน ก็จะสามารถใช้วินัยเชิงบวกทั้งห้องได้ ไม่ว่าจะมีจำนวนมากเท่าไรก็ตาม
3. เด็กที่โรงเรียนดื้อและเกเรมาก วินัยเชิงบวกเอาไม่อยู่ พวกนี้ต้องตีจึงจะได้ผล
ที่ถูก เด็กไม่ว่าจะดื้อหรือเกเรอย่างไร ก็สามารถใช้วินัยเชิงบวกได้ครับ ที่สำคัญ คือ ต้องให้เวลา ให้โอกาส และ ให้ความรัก ต้องให้ทั้งสามอย่างครับ จึงจะครบกระบวนการวินัยเชิงบวกและใช้วินัยเชิงบวกได้ผล
4. วินัยเชิงบวก พวกนักวิชาการก็ดีแต่พูด ไปเอาทฤษฎีของต่างประเทศมา ไม่เหมาะกับเด็กเรา เด็กของเราเรารู้ดี ต้องตีเท่านั้นจึงจะได้ผลโบร่ำโบราณเขาก็สอนมาว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
ที่ถูก วินัยเชิงบวกไม่ใช่ดีแต่พูดครับ สามารถนำไปใช้ได้จริง ถึงแม้เป็นทฤษฎีต่างประเทศ แต่มาเทียบเคียงดูแล้ว ก็ตรงกับหลักพุทธศาสนาครับ นั่นคือ ครูต้องเป็นกัลยาณมิตร เพื่อให้เด็กเกิดโยนิโสมนสิการ หรือหลักการเรียนอิทธิบาท 4 เริ่มที่ ฉันทะ ครับ ฉันทะเกิดจากใจครับ ไม่ใช่เกิดจากการบังคับหรือการลงโทษ
5. การตียังสามารถใช้ได้ ถ้าเป็นการตีด้วยความรัก
ที่ถูก เราเข้าข้างการตีครับ เรามีความเชื่อเรื่องการตีที่สั่งสมมาทางวัฒนธรรม เลยเข้าข้างตัวเองว่าเป็นการตีด้วยความรัก การตี ไม่มีหลักวิชาการใดๆมารองรับเลยครับว่าเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ การตีได้ผลระยะสั้นทันใจ แต่ไม่ได้ส่งเสริมการเรียนรู้ และยังสร้างรอยแผลในใจให้เด็กอีก เรื่องนี้มีงานวิจัยยืนยันครับ
6. การดุด่าเป็นสิ่งจำเป็น ขนาดดุทุกๆวัน เด็กยังไม่รับผิดชอบ ถ้าไม่ดุไม่ด่า รับรองว่าเด็กเละแน่ๆ
ที่ถูก เด็กขาดการมีส่วนร่วมครับ ครูใช้แต่อำนาจบังคับให้เด็กทำตาม เด็กจะต่อต้าน หรือ อยู่ในระเบียบเฉพาะหน้า พอลับหลังก็จะไม่มีระเบียบ ครูต้องคอยขู่ ดุ ด่า ให้เด็กอยู่ในระเบียบ ถ้าไม่ดุก็ไม่มีระเบียบ ถ้าใช้วินัยเชิงบวกโดยสร้างข้อตกลงให้เด็กมีส่วนร่วม ต่อไปไม่ต้องดุต้องด่าครับ
ครับ เรื่องวินัยเชิงบวก ต้องศึกษาให้เข้าใจทุกแง่ทุกมุมครับ ก่อนที่จะบอกว่า "ไม่ได้ผล"
น่าสนใจครับท่านอาจารย์ spoil centered V.S student centered
แล้วกับ ผู้ใหญ่ ๆ ล่ะคะ ท่านรองฯ วินัยเชิงบวก ยังดัดได้ไหม ;)
แบบว่าไม่ค่อยชอบยุ่งกับเด็กค่ะ ต้องเอาไปปรับใช้ กับผู้ใหญ่ๆ อิ อิ
* spoil centered V.S student centered
* ครับ บางที student centered คนยังเข้าใจผิดว่า คือ การตามใจเด็ก เด็กอยากจะเรียนอะไร อยากจะทำอะไร ก็ให้ตามใจเด็ก เป็นความเข้าใจผิดครับ
* student centered จริงๆ คือ "ฉันทะ" ครับ พอใจในการเรียนรู้
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
วินัยเชิงบวกจะใช้กับผู้ใหญ่ ผมว่ามีข้อจำกัดอยู่มากเลยครับ ถ้าจะใช้กับผู้ใหญ่ เพราะเราจะต้องมีความ "อดทน" และ "ใจเย็น" มากๆๆๆๆ
บางทีภาระงานของเรา เวลามีไม่มาก และ ความอดทนของเราก็มีจำกัดครับ
แต่ถ้าสามารถใช้ได้ ก็จะดีมากครับ และ ผมรับรองว่าใช้กับผู้ใหญ่ได้ครับ ใช้ได้ผลดีด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดอย่างที่ว่ามาแหละครับ
ขอบคุณมากครับ
* คนเราทุกคนล้วนต้องการความเข้าใจทั้งนั้น หากครูเข้าใจเด็กๆทุกเรื่องก็ไม่ยาก
ครับ ประเด็นสำคัญของวินัยเชิงบวกก็อยู่ที่ตรงนี้แหละครับ
ขอบคุณมากครับ
การจัดให้มี กิจกรรม Student centerd โดย ดูสมรรถนะ และ พฤติกรรม น่าจะพอไหว เลี่ยงหลีก ของ การตามใจเด็ก และ ครู ครับ
เห็นด้วยกับวินัยเชิงบวกครับ
แต่ก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมดครับ เพราะอาจยังมีข้อบกพร่องที่มองไม่เห็น
ถ้าใช้อย่างมีสติ เหตุผล เป็นสิ่งที่ดีครับ อยู่กับวิจารณญาณของผู้ใช้
คนโบราณถึงสอนว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แสดงว่าภูมิปัญญาโบราณของปู่ย่าตายายคงเห็นประโยชน์ของการตีอยู่บ้าง
ดูสมรรถนะ และ พฤติกรรม ของเด็ก นี่แหละครับ คือ กิจกรรม Student centerd
Student centered กระบวนการ ยึดสมรรถนะ และ พฤติกรรมของเด็ก
ส่วนเป้าหมาย อยู้ที่ Knowledge ตามที่หลักสูตรกำหนดครับ
ไม่ใช่การตามใจเด็ก ถ้าตามใจเด็ก เด็กจะอ่อนแอ ทั้งร่างกาย จิตใจ และ สติปัญญาครับ
ขอบคุณมากครับ
วินัยเชิงบวก ถ้ามองในภาพรวมทุกแง่ทุกมุมแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องครับ จะมีข้อบกพร่องก็เกิดจากผู้นำไปใช้เองครับ นำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง
สำหรับ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" เป็นวิธีคิดแบบ "อำนาจนิยม" ครับ เกิดในสภาพสังคมไทยที่เน้นการใช้อำนาจ และ ยอมรับการใช้อำนาจว่าถูกต้อง
ที่ว่าเป็นคำสอนของคนโบราณ ถ้าจะให้โบราณจริง ก็ต้องคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ วินัยเชิงบวก จะอยู่ที่ กัลยาณมิตรจากครู และ ฉันทะของผู้เรียน ครับ
* ควรดุให้นักศึกษากลัวบ้าง
นี่แหละครับ Social model ที่เขารับมาจากวัฒนธรรม "อำนาจนิยม" โดยคิดว่า อำนาจนิยม เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
คุณครูหลายท่าน เห็นครูคนอื่นใจดี เด็กไม่กลัว ไปต่อว่าเขาว่าสอนเด็กไม่เป็น ทำให้เด็กเสีย ไม่มีระเบียบวินัย
อาจารย์ในระดับอุดมศึกษาบางท่าน ก็ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งอำนาจมายังผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนรับวัฒนธรรมอำนนาจมมาใช้ต่อกับเด็กนักเรียน
วินัยเชิงบวก จึงถูกต่อต้านว่า ใช้ไม่ได้กับเด็กไทย
ท่านรอง ที่เคารพ
* ถ้าจะวิเคราะห์กันจริงๆแล้ว วินับเชิงบวก เป็นสิ่งจำเป็นมากเลยนะครับ สำหรับบ้าน สำหรับเมือง
* คงต้องเริ่มที่ตัวเราก่อนครับ
ขอบคุณมากครับ
ไม่เคยรู้จักวินัยเชิงบวก
อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากค่ะ ^^
ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นด้วยว่าวินัยเชิงบวก ให้ผลบวกมากกว่าค่ะ วินัยเชิงบวกไม่ใช่การให้ท้ายเด็ก
การดุด่าทำให้เด็กขาดความภูมิใจในตนเอง ขาดความมั่นใจในตนเองค่ะ
* เห็นด้วยว่าวินัยเชิงบวก ให้ผลบวกมากกว่าค่ะ
(ครับ วินัยเชิงบวก ให้ผลบวกจริงๆครับ)
* วินัยเชิงบวกไม่ใช่การให้ท้ายเด็ก
(บางท่านยังเข้าใจว่าวินัยเชิงบวกเป็นการให้ท้ายเด็ก คือ เขายังไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง)
* การดุด่าทำให้เด็กขาดความภูมิใจในตนเอง ขาดความมั่นใจในตนเองค่ะ
(ครับการดุด่า เด็กจะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยและขาดความมั่นใจครับ)
ขอบคุณมากครับ