ทูตวิสาขะ

รายงานข่าวการทำงานของอาสาสมัคร  งานวันวิสาขโลก

ในระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤษภาคม  ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา  คณะกรรมการจัดงานวิสาขโลกและมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ได้จัดให้มีการอบรมอาสาสมัครทูตวิสาขโลก (Liaison) ที่มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา  โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม  ๓๐๐ รูป/คน  ซึ่งทูตอาสาสมัครเหล่านี้จะเป็นผู้ทำหน้าที่ต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ชาวพุทธผู้เข้าร่วมประชุมจาก ๘๓ ประเทศทั่วโลก จำนวน ๑,๖๐๐ รูป/คน  อันประกอบด้วย ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์ และนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา  ตลอดทั้งชาวพุทธในประเทศไทย จำนวน ๒,๐๐๐ รูป/คน  โดยในการจัดงานครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๓-๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ โดยมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา และนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมที่สำนักงานสหประชาชาติในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ในการอบรมตลอดทั้ง ๓ วัน  ได้มีวิทยากรมาให้การอบรมเพื่อให้อาสาสมัครได้เรียนรู้การทำงานในการเป็นทูตหรือเป็นตัวแทนของชาวไทย  เพื่อสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นแก่ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกในการน้อมสักการะบูชาพระพุทธองค์เนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน  ซึ่งทูตวิสาขบูชาโลกมีหน้าที่ต้อนรับและบริการผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่การไปรับแขกที่สนามบินสุวรรณภูมิ นำไปพักที่โรงแรมต่าง ๆ และเข้าร่วมประชุมตามหมายกำหนดการทั้งที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสำนักงานสหประชาชาติ ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓.

นอกจากการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศแล้วยังมีกลุ่มอาสาสมัครที่ทำหน้าที่ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานชาวไทยทั้งที่เป็นพระมหาเถระ พระนักวิชาการ พระนักศึกษา ตลอดทั้งพระสังฆาธิการจากทั่วประเทศ รวมทั้งอุบาสกอุบาสิกา ทั้งที่เป็นนักวิชาการ ผู้นำองค์กรพุทธ ตลอดทั้งผู้สนใจที่ต้องการเห็นสังคมไทยและสังคมโลกหลุดพ้นจากวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น  ในจำนวนนี้มีอาสาสมัครที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ชาวไทยจำนวน ๔๗ รูป/คน โดยมีการแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม  คือ กลุ่มแรกดูแลแขกที่เป็นนักวิชาการ และบทความภาษาไทย กลุ่มที่สอง ดูแลการลงทะเบียน  กลุ่มที่สาม ต้อนรับแขกทั่วไป  ทั้งที่เป็นพระภิกษุสงฆ์และฆราวาสทั่วไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแรกมีหน้าที่รองรับแขกที่เป็นนักวิชาการ (Panellist) ซึ่งจะมีการประชุมทางวิชาการในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม โดยในตอนเช้าจะมีการอภิปรายทางวิชาการโดยนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาชื่อดังเข้าร่วมอภิปราย  ส่วนช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอบทความทางวิชาการจากผู้ส่งบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการประชุมทางวิชาการ  ซึ่งเป็นบทความวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนากับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง  โดยมีการมอบรางวัลแด่บทความดีเด่นจากอธิการบดี  จากนั้นก็จะสรุปบทความเป็นบทปฎิญญาของการประชุม  ซึ่งจะนำไปกล่าวในวันประชุมที่สำนักงานสหประชาชาติเป็น “คำปฏิญญากรุงเทพ ฯ 2010” หรือ Announcing of the Bangkok Declaration 2010.