คนอย่างหน่วยสนับสนุนก็ทำวิจัยได้

"วิจัย" ใครไม่กลัว ยกมือขึ้น

    คำว่า " วิจัย " หลายคนได้ยินคำคำนี้แล้วแทบจะวิ่งหนี  หลายคนเคยเรียนต่อ และมีประสบการณ์ในการทำวิจัยมาบ้าง อาจมีหลายคนที่ชอบการทำวิจัย แต่สำหรับฉัน คำว่า " วิจัย " ช่างน่ากลัวอะไรขนาดนั้น กลัวจนไม่กล้า ที่จะอ่านก็ไม่กล้าที่จะศึกษา      ดูเหมือนมันยากไปซะหมด  กลัวมากจนไม่คิดที่ทำวิจัย  ตัวฉันใช่จะไม่เคยเรียนวิจัย ไม่เคยทำวิจัย ที่ไหนเล่า  เคยหน่ะเคยแต่รู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ  ที่โรงพยาบาลป่าติ้ว  ก็เคยมีโครงการให้เจ้าหน้าพัฒนาตนเองในการทำวิจัย เมื่อ 10 ปีก่อน เรียนรู้การทำวิจัยแบบมีส่วนร่วม เรียนได้ครึ่งหนึ่ง เสียดายท่านอาจารย์ที่สอน ท่านมาเสียชีวิตไปเสียก่อน  เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา  ได้ร่วมเรียนรู้การทำวิจัยเชิงคุณภาพ ในผู้ป่วยเบาหวาน ก็เป็นอันล้มเลิกไป  เลยทำให้ท้อๆเกี่ยวกับการทำวิจัย   และท่านอาจารย์

ดร.ปรัชญนันท์  นิลสุข

[email protected]

http://www.prachyanun.com ท่านได้กล่าวไว้ และโดนใจคนอย่างฉันทีเดียว  ว่าด้วย.....เรื่อง

ปัญหาของการทำวิจัย 

  • ปัญหาของการทำวิจัยก็คือ ไม่มีปัญหา

  • มีปัญหาแต่ไม่รู้ว่าวิจัยอย่างไร

  • วิจัยเสร็จแล้วไม่รู้จะเขียนรายงานการวิจัยอย่างไร

  • เขียนเสร็จแล้ว  ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:e66kLmYRq1UJ:www.prachyanun.com/ppt/writing1.ppt+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2&cd=10&hl=th&ct=clnk&gl=th สืบค้น วันที่ 17 พฤษภาคม 2553

  • หลายคนคงมีความรู้สึกเช่นนี้ไม่มากก็น้อย และฉันเองก็เคยรู้สึกเช่นนั้น แต่ประสบการณ์ในการเรียนวิจัยครั้งนี้เป็นหนึ่งประสบการณ์ที่ฉันก้าวผ่านความหวาดกลัวกับ คำว่า" วิจัย"  ของฉัน ที่เริ่มจาก การจัดทำโครงการการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย R2R ในกลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลป่าติ้ว โดยความเมตตาท่านอาจารย์ ka-poom  ดูสายตาในความไม่แน่ใจ ระคนความหวาดกลัว ของหลายคน น้องอ๋อย และน้องทัย พนักงานรายวัน หน่วยสนับสนุน เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งในความรู้ฉันในวันแรก อาจจะมีมากกว่าน้องๆ ในความไม่แน่ใจ เจือความหวาดกลัว  ซึ่งก็อาจเป็นได้ ในวันแรกๆของการเรียนรู้การทำวิจัย [ R2R ] เพื่อแก้ปัญหาในหน้างานตนเองนั้นเป็นการเรียนที่แสนสนุก  

 เมื่อสิ้นวันแรกของการเรียนรู้ฉัน  เริ่มเกิดความรู้สึกแปลกๆ เกี่ยวกับ คำว่า " วิจัย " เอ๊ะน่าสนใจดี  เอ๊ะยังงัยนี่  เพราะน้องๆที่หน่วยสนับสนุน บอกว่า เข้าใจในสิ่งที่ ท่านอาจารย์สอน เราเริ่มยิ้มได้  เพราะฉันเองเป็นคนชวนน้องๆเข้ามาเรียนบอกกับน้องๆว่า ถ้าไม่เข้าใจก็ออกมาได้ แต่น้องไม่ยักกะออกมาก่อน  

    ในครั้งต่อมา น้องๆ ได้หาพากันนำเรื่องเอ๊ะ... คือปัญหา หรือ โอกาสพัฒนาในหน้างานตัวเองมาเป็นหัวข้อการทำวิจัยได้ ครั้งหลังๆ  ฉันเองขออาสาจัดบรรยากาศการเรียนรู้แบบใหม่ หลายคนมีความสุขค่ะได้นอนไป กินไป หลับไป ตื่นมาก็ฟังต่อ

สำหรับตัวฉันเองเกิดพลังและถือว่าเป็นพลังแห่งความสุข สุขในการเรียนรู้ตามแบบฉบับของท่านอาจารย์ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยความกรุณา ที่สามารถทำเรื่องยากๆ ที่ฉันเคยฝังอยู่ในหัวกับความยากของคำว่า "วิจัย" ออกมาให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ   ด้วยความอยากรู้ให้มากขึ้นๆ  ฉันได้พยายามศึกษาการทำวิจัยเพิ่มเติม ในใจก็ ยังคิดว่า วิจัยมันยากอยู่ดี  แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ การให้กำลังจากคำพูดของท่านอาจารย์ ทำให้ใครหลายคนเกิดอาการฮึกเหิม รวมทั้งตัวฉันด้วย ทุกครั้งที่ได้ประชุมทีมเพื่อหาเรื่องเอ๊ะในงาน........สนุกค่ะ  มีความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเมื่อพวกเราพูดถึง R2R 

ได้ลองนำแบบอย่างจากท่าน ด้วยเทคนิคเทกำลังใจด้วยคำพูดอย่างเทจนหมดหน้าตัก    เพื่อกระตุ้นให้น้องๆในหน่วยสนับสนุนลุกขึ้นมาทำวิจัย ไม่กี่วันมานี้งานซักฟอกได้รับจดหมายจากสวรส. ให้ส่งFull Paper  เรื่อง เพิ่มพลังซักหารสอง ซึ่งเป็นสิ่งที่น้องได้ร่วมกันศึกษา จนสามารถแก้ปัญหาหน้างานของตนเองและได้นำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆได้รับรู้ว่า คนอย่างหน่วยสนับสนุนก็ทำวิจัยได้  และลองเขียนบทคัดย่อส่งอาจารย์และลองส่งไปสวรส.ดู  นี่เป็นแค่ก้าวแรกสำหรับการเรียนรู้การทำวิจัยของฉันเท่านั้น      

     แล้ว Full Paper หล่ะเขียนงัย โทรปรึกษาเพื่อนบางคน เค๊าบอกว่า Full Paper ก็เขียนให้เต็มหน้ากระดาษงัย!!!!! [ฮ้าๆๆๆๆ """นึกขำตัวเองในความไม่รู้ และขาดประสบการณ์เพราะมัวแต่กลัวจนไม่กล้า]  กลัวค่ะ กลัวเขียนไม่ถูก สารพัดอีกแล้วความกลัวของฉัน ความรู้สึกในตอนนั้นสับสนกับความรู้สึกกลัว กับคำว่ากล้า ว่าจะส่งเขียนส่งไปมั๊ยน๊า เอาไม่เอา เพราะ กลัวความยาก ของ  คำว่า Full Paper  จึงตัดสินใจตอนค่ำๆวันที่ 9 พฤษภาคม 2553 โทรไปเรียนปรึกษาท่านอาจารย์  ka-poom  ว่า Full Paper เป็นอย่างไร ท่านบอกตามสายขณะอยู่ขอนแก่น ด้วยกำลังใจอีกว่า "ไม่ยากค่ะให้พี่ลองเขียนดูก่อน  และลองให้พี่แก้วช่วยดู หาตัวอย่างมาดูวิธีการเขียนลองดู" ว่าแล้วก็ขึ้นไปห้องสมุดโรงพยาบาล   ค้นหาตัวอย่างการเขียนวิจัย 5 บท  ในตอน 2 ทุ่ม    แล้วท่านก็กรุณาขับรถกลับมาจากขอนแก่นในเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม 2553  เพื่อมาให้กำลังใจในการเขียน Full Paper ของฉัน พี่แก้วและพี่สร้อยเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาในวันที่มาเขียนงานด้วยจนได้ส่งในวันต่อมา

อ๋อ....นี่เองเหรอ  Full Paper ฉันกลัวอยู่ตั้งนาน...... เขียนแบบนี้เอง

กับอีกหนึ่งประสบการณ์ ความกลัวของฉันhttp://gotoknow.org/blog/somying-o/359048

ขอขอบกับทุกๆกำลังใจจนทำให้ฉันก้าวข้ามผ่านความกลัวกับ คำว่า " วิจัย " มาได้โดยเฉพาะท่านอาจารย์ 

 

เขียนบันทึก จาก อุ้มบุญ