แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์
จรรยา หยงสตาร์*
การเรียนการสอนในปัจจุบันเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนจะประสบผลสำเร็จ ต้องเกิดจากการได้รับความรู้ประสบการณ์ตรงจากการศึกษา และปฏิบัติจริงในกิจกรรมการเรียนการสอน มีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริงของนักเรียน ด้วยการบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ การจัดกระบวนการเรียนรู้ได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ให้มากที่สุด ได้คิดเองและมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติหรือแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย จนสามารถสร้างองค์ความรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผู้เรียน และครูผู้สอน ต้องสืบเสาะหาแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งความรู้ เพื่อทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจและประสบผลสำเร็จสูงสุด
ชุมชนหยงสตาร์หรือท้องถิ่นหยงสตาร์ เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ประกอบไปด้วย 11 หมู่บ้าน เป็นชุมชนเก่าแก่ มีความรุ่งเรืองมาในอดีต เพราะเป็นเมืองท่าหน้าด่านที่ใช้ติดต่อค้าขายกับต่างชาติ สภาพพื้นที่เป็นเกาะชายฝั่งทะเลอันดามัน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 90 ศาสนาพุทธร้อยละ 10 ทั้งสองศาสนาอยู่ด้วยกันอย่าสันติ ใช้ภาษาถิ่นใต้ในการสื่อสาร สภาพเศรษฐกิจของชุมชนพอมีพอกินส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม และการประมง ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา
ประกอบกับชุมชนมีสถานที่สำคัญและเป็นแหล่งเรียนรู้อยู่มากมาย ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้น อีกหลายด้าน ฉะนั้นจึงมีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่สามารถนำมาใช้จัดกิจกรรมในการเรียนการสอนได้ (โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ,2552:3)
แหล่งความรู้ในท้องถิ่น แหล่งความรู้ในท้องถิ่น หมายถึง สิ่งต่างๆที่มีอยู่ภายในท้องถิ่น ที่มีคุณค่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ให้เกิดการเรียนรู้ของนักเรียนได้ แหล่งความรู้นั้นรวมถึง สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต บุคคลที่มีความรู้
ด้านต่างๆ สถานที่และหน่วยงานต่างๆ รวมตลอดถึง
กิจกรรมทั้งหลายในท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน นักวิชาการได้แบ่งประเภทของแหล่งเรียนรู้ไว้เป็น 4 ประเภท ใหญ่ๆคือ
1. แหล่งเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติหมายถึงสภาพธรรมชาติในท้องถิ่นที่สามารถนำมาใช้ให้ความรู้แก่นักเรียนได้ เช่น สภาพทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ สัตว์ พืช ภูเขา แหล่งน้ำ ป่าไม้ ฯลฯ ลักษณะของหิน ดิน แร่ ฯลฯ ที่มีค่าของมนุษย์ในท้องถิ่น รวมทั้งสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ มลภาวะและนิเวศวิทยา เป็นต้น
2. แหล่งเรียนรู้ที่เป็นมนุษย์หรือ บุคคล หมายถึง บุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ที่สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของท้องถิ่น เป็นผู้รู้ผู้ชำนาญในสาขาอาชีพเฉพาะอย่าง เช่น ช่างแกะสลัก ช่างเครื่องยนต์ ช่างปั้น ช่างทอผ้า หรือมีความชำนาญในทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนาหรือวิทยาการต่างๆ เช่น นักบวช พระสงฆ์ หรือ ผู้ปกครองนักเรียน
3. แหล่งเรียนรู้ทางสังคม หมายถึง สภาพความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตในชุมชน การประกอบอาชีพต่างๆของคนในชุมชน สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัด โบสถ์ สุเหร่า โรงงาน ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์ดาวเทียม สถานที่ราชการ เป็นต้น
4. แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่น เช่น การทำขวัญนาค งานบวช งานแต่งงาน งานบุญบั้งไฟ งานเดือนสิบ งานประเพณีสงกรานต์เป็นต้น
(วัชรี บูรณสิงห์,2542:139-140)
แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์ เหมือนอย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าชุมชนหยงสตาร์เป็นเป็นชุมชนเก่าแก่ มีความรุ่งเรืองมาในอดีต ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกหลายด้าน เพราะฉะนั้นแหล่งเรียนรู้เลยครอบคลุมทั้ง 4 ประเภท ตลอดจนถึงมีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นด้านประวัติศาสตร์ ด้านสมัยใหม่ในยุคปัจจุบัน นับว่าเป็นความโชคดีของ โรงเรียน และนักเรียนในละแวกนั้นและละแวกใกล้เคียง ที่ชุมชนหยงสตาร์มีแหล่งเรียนรู้มากมายให้ได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้
แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์ที่สามารถรวบรวมได้
- ป่าชายเลน อยู่ใน หมู่ 1 หมู่ 2
- สวนยางพาราเกษตรกร อยู่ใน หมู่3 หมู่ 7
- สวนปาล์มของเกษตรกร อยู่ใน หมู่ 3 หมู่ 7
- การทำน้ำปลาของกลุ่มแม่บ้านหยงสตาร์ อยู่ใน หมู่ 7
- การทำผ้าบาติกของกลุ่มสนใจ อยู่ใน หมู่ 3
- การร้อยลูกปัด ของกลุ่มสนใจ อยู่ใน หมู่ 3
- กลุ่มทำขนมพื้นบ้าน อยู่ใน หมู่ 3
- การทำประมงชายฝั่ง อยู่ในหมู่ 4
- การเลี้ยงปลาในกระชัง อยู่ใน หมู่ 2
- การเลี้ยงหอยแมลงภู่ อยู่ใน หมู่ 4
- การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ อยู่ใน หมู่ 3 หมู่ 4
- ธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชนเกาะหยงสตาร์ อยู่ใน หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 4 หมู่ 7
- โบราณวัตถุที่เกาะเหลาตรง อยู่ใน หมู่ 2
- ซากเรือโบราณ อยู่ในหมู่ 2
- กระโจมไฟ “อโลกวชิรยุตต์” อยู่ใน หมู่ 4
- ด่านศุลกากรตันหยงสตาร์ อยู่ในหมู่ 2
- ทวดโต๊ะแหลม อยู่ในหมู่ 4
- โรงพระร้อยเก้า อยู่ในหมู่ 2
- เกาะตะบันหรือเกาะสะระบัน อยู่ในหมู่ 2
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Walk Way) อยู่ในหมู่ 2
- หินหัวช้าง อยู่ในหมู่ 4
- แหลมหยงสตาร์ อยู่ในหมู่ 4
- การแสดงพื้นบ้าน การรำรอแง็ง
- พิธีแต่งงานตางหลักศาสนาอิสลาม
- พิธีเข้าสุนัต
- วันสำคัญ วันฮารีรายอ
- คุณประจักษ์ หยงสตาร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์
- อาจารย์สมมิตร หนกหลัง เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี
- อาจารย์กาจ หยงสตาร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ของชุมชนหยงสตาร์
- นางประยงค์ หยงสตาร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านทำขนมพื้นบ้าน
ประโยชน์ของการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์ มีทั้งประโยชน์ทางตรง และประโยชน์ทางอ้อม
ประโยชน์ทางตรง นักเรียนได้ใช้เป็นแหล่ง
ข้อมูลเพื่อศึกษาหาความรู้ ในด้านต่างๆ และเป็นการเพิ่มทักษะ ประสบการณ์ให้กับตัวเอง
ประโยชน์ทางอ้อม ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วม และอยู่ในสังคมได้อย่างมความสุข นักเรียน เป็นอีกหนึ่งของสังคม ต้องศึกษาและเรียนรู้ความเป็นอยู่ต่างๆในสังคม ในท้องถิ่น และในส่วนที่เกี่ยวข้องที่เป็นอยู่ให้ถ่องแท้ เพื่อจะได้ปรับตัวเองให้อยู่ในชุมชนได้อย่างมีความสุข นักเรียนจะต้องศึกษากระบวนการทางสังคมให้รู้จักว่าสังคมนั้นมีระเบียบแบบแผนในการดำเนินชีวิตอย่างไร มีปัญหาทางสังคมอย่างไร และควรจะแก้ปัญหาที่เกิดโดยใช้กระบวนการความรู้และเทคโนโลยีต่างๆได้อย่างไร เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนเองต่อสังคมที่ตนอาศัยอยู่ และสามารถดำรง ตนให้อยู่ในสังคมนั้นได้อย่างมีความสุข นักเรียนจะต้องมีความรู้และทำความเข้าใจกับแนวคิด ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนของตน ให้ภูมิใจ และรักในบ้านเกิด เพื่อจะได้เกิดความซาบซึ้งในขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้วัฒนธรรมนั้นได้คงอยู่และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังต่อไป
สรุปแหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์มีมากมายครอบคลุมหลายด้าน ทั้งด้านที่เป็นธรรมชาติ ด้านที่เป็นมนุษย์ ด้านทางสังคม และด้านวัฒนธรรม ตลอดจนถึงทางประวัติศาสตร์ แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์มีประโยชน์ต่อชุมชน โรงเรียน และ นักเรียน ทำให้มีแหล่งศึกษาเรียนรู้ที่หลากหลาย ประหยัดเวลาในการเดินทาง สะดวกในการเดินทาง เพราะอยู่ใกล้โรงเรียนใช้เวลาในการเดินทางไม่มาก ประหยัดงบประมาณ ค่าใช้จ่ายน้อย ในส่วนของภูมิปัญญาท้องถิ่น ก็สะดวกในการติดต่อประสานงาน เพราะเป็นคนในชุมชน รู้จักคุ้นเคยกันดี และทุกคนพร้อมที่จะให้ความรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษา
สุดท้ายแหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์สมควรได้รับการอนุรักษ์ดูแล ให้เป็นมรดกทางการศึกษาและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรมุ่งมั่นในการ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ไปยังชุมชนใกล้เคียง ได้หันมาศึกษาหาความรู้ และ ทางรัฐ ควรให้ความสนใจช่วยเหลือ พัฒนาให้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนหยงสตาร์คงอยู่ตลอดไป
…………………………………………………………………………………………………………เอกสารอ้างอิง
วัชรี บูรณสิงห์(2548).การบริหารหลักสูตร CURRICULUM
MANAGEMENT:การใช้ทรัพยากรและแหล่งความรู้
ในท้องถิ่น,บทที่ 9,หน้า139-140.พิมพ์ครั้งที่ 3กรุงเทพมหานคร:
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
โรงเรียนบ้านหยงสตาร์(2552).รายงานผลการจัดทำโครงการ:บทที่1,
หน้า 3
เคยไปเก็บข้อมูลด้านภาษาและเขียนบันทึกเรื่องราวชุมชนแห่งนี้เหมือนกันครับ...อยากบอกว่าประทับใจชุมชนบ้านหยงสตาร์มากครับ ในหลายเรื่องๆ โดยเฉพาะบ้านอาจารย์ต่างๆที่นั่นท่านๆมีความรู้มากครับ ประชาชนใจดี วิถีเรียบง่าย สบายๆโฮมสเตย์ที่น่าประทับใจครับ