การจัดการเรียนรู้คำศัพท์ให้มีชีวิตโดยใช้เกม

 
นิรุสลินดา  ชายภักตร์
 
          ในสังคมปัจจุบันการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน  เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร  การศึกษา  การแสวงหาความรู้  การประกอบอาชีพ  การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก  และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก  นำมาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ  และการใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้  รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้ง่ายและกว้างขวางขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต 
          หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ได้กำหนดคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไว้ข้อหนึ่งว่า “มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง  ครอบครัว  โรงเรียน  สิ่งแวดล้อม  อาหาร  เครื่องดื่ม  เวลาว่างและนันทนาการ  สุขภาพและสวัสดิการ  การซื้อ-ขายและลมฟ้าอากาศ  ภายในวงคำศัพท์ประมาณ  1,050-1,200  คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม)”  (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)
          คำศัพท์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของภาษาทุกภาษา  เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้เพื่อสื่อความหมายถึงความรู้สึกนึกคิด  ความต้องการหรือความรู้ต่าง ๆ  ในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร  การมีความรู้และความสามารถในการใช้คำศัพท์ของบุคคล ๆ หนึ่ง  ถือเป็นปัจจัยหลักที่จะบ่งบอกว่าบุคคลผู้นั้นสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด  คำศัพท์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเพิ่มพูนอยู่เสมอ  เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ และคำศัพท์ก็มีความสำคัญในลักษณะเดียวกันในการเรียนภาษาต่างประเทศ  ซึ่งถ้าผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ในภาษาใหม่ไม่เพียงพอ  ผู้เรียนก็จะประสบปัญหาในการสื่อความหมายและความต้องการของตนเองในการใช้ภาษาต่างประเทศ  และไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ได้ฟังได้อ่านที่นำเสนอเป็นภาษาต่างประเทศ  ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จในการสื่อสาร  คำศัพท์จึงเป็นสิ่งที่มิอาจจะละเลยได้ในกระบวนการเรียนการสอน 
          จากการที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้คำศัพท์  ได้มีผู้คิดค้นหาวิธีการ  หรือแนวทางในการสอนศัพท์   เช่น การพัฒนาสื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันแบบบูรณาการ  โดยคณาภรณ์    นาคเสน  การสอนภาษาอังกฤษโดยใช้เกมต่อคำศัพท์ โดยขจิต ฝอยทอง  การใช้แบบฝึกการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  โดยขวัญตา พรรณปัญญา  การเรียนและความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ระหว่างการเรียนแบบใช้เกมกับการเรียนปกติ  โดยปรีชา สังข์ทอง  และการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากการสอนโดยใช้เกมและไม่ใช้เกมในการสรุปบทเรียน  โดยบังอร  โกศลปริญญานันท์  เป็นต้น
          จะเห็นได้ว่ามีการวิจัยการสอนคำศัพท์ในหลากหลายรูปแบบ  และหนึ่งในการวิจัยที่เป็นกิจกรรมเพื่อชักจูงให้นักเรียนเรียนอย่างสนุกสนานพร้อมๆ กับการเรียนรู้ นั่นคือ  การใช้เกม  ดังที่  สุมาลี  ถีรพงษ์ (2535, หน้า 37) กล่าวว่า  การเล่นเกมทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม  เกิดความสนุกสนานและช่วยเสริมการเรียนรู้ในเรื่องของคำศัพท์ได้อย่างดี  เกมเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถของเด็กวัยประถมศึกษา  เพราะเด็กวัยนี้ชอบเล่นชอบการแข่งขัน  ชอบทำกิจกรรมที่เป็นการเคลื่อนไหว  สอดคล้องกับ
ระวิวรรณ  ศรีคร้ามครัน (2543, หน้า 182)ได้กล่าวถึงการนำเกมมาใช้ในการสอน(Games) กล่าวว่า  การจัดให้ผู้เรียนเรียน  โดยนำเกมมาร่วมใช้ในการสอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชา  สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน  ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในด้านการสื่อสาร  รู้จักการทำงานร่วมกัน  รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาในด้าน  พุทธิพิสัย  เจตพิสัย  และทักษะพิสัยด้วย  และสำนักงานทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการ  ยังกล่าวถึงเกมว่า  เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในการสร้างความสนุกสนาน  เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้แก่นักเรียนได้เป็นอย่างดี  เกมเป็นกิจกรรมพิเศษที่สำคัญ  ซึ่งครูสอนภาษาจะนำเข้ามาสอนในชั่วโมงเรียนหรือนอกชั่วโมงได้ดีเช่นเดียวกับเพลง  ครูควรเลือกหรือดัดแปลงเกมให้เหมาะสมกับวัยและระดับชั้นของนักเรียน  โดยคำนึงถึงความยากง่ายของคำศัพท์  ไวยากรณ์ที่ใช้  และวิธีเล่น
การจัดการเรียนรู้คำศัพท์ให้มีชีวิตโดยใช้เกม  เป็นวิธีการซึ่งครูต้องการจูงใจผู้เรียนให้เรียนรู้จากกิจกรรม  เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กคิดว่าเป็นการเล่น  การเล่นย่อมจะทำให้เด็กสนุกสนานและอยากเรียนมากขึ้น  ครูจะแทรกการสอนศัพท์ไว้ในการเล่นการทำกิจกรรม  เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยการกระทำ  ด้วยการแสดง  ด้วยการเล่น  ภายใต้การควบคุมของครู  เป็นการนำเอาความซุกซนของเด็กมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเรียนการสอน  ดังนั้นการเรียนรู้คำศัพท์ที่เกิดขึ้นผู้เรียนจะเป็นผู้สร้างคำศัพท์ให้มีชีวิต
          หลักการเรียนรู้ของเอ็ดการ์ เดล (อรนุช  ลิมตศิริ, 2552) ที่กล่าวว่า “มนุษย์จะเรียนรู้ได้ดีขึ้น  หากการเรียนรู้นั้นเกิดจากประสบการณ์  รูปธรรม  และการเรียนรู้ในรูปของกรวยประสบการณ์ (The  Cone  of  Experiences) โดยเรียงลำดับจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม  ที่ผู้เรียนสามารถรับรู้ได้ง่ายที่สุดไปสู่ประสบการณ์ที่เป็นนามธรรม  ซึ่งเรียนรู้ได้ยาก  และได้เสนอเปอร์เซ็นต์ในการจำควบคู่ไปด้วย ดังนี้
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  10 %  ของสิ่งที่อ่าน  นับเป็นการรับรู้ทางสายตาด้านเดียว
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  20 %  ของสิ่งที่ได้ยิน
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  30 %  ของสิ่งที่มองเห็น เช่น การดูรูปภาพอย่างเดียว
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  50 %  ของสิ่งที่มองเห็นและได้ยิน
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  70 %  เมื่อผู้เรียนมีโอกาสพูดคุย  อภิปราย  สนทนา นับเป็นการเรียนแบบกระตือรือร้น (active  learning)
          -  ผู้เรียนจะจำได้เพียง  90 %  เมื่อผู้เรียนได้พูดและลงมือปฏิบัติ  โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นการเรียนแบบกระตือรือร้น (active  learning)
การส่งเสริมการเรียนรู้คำศัพท์โดยวิธีการเล่นเกมจึงเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนจำคำศัพท์ได้มากกว่า 70 % 
หลักในการเลือกเกม
                ในการใช้เกมประกอบการสอน  จะต้องคิดอย่างรอบคอบในการคิดล่วงหน้า  เพื่อให้การสอนประสบความสำเร็จ  ดังนี้
                1.  กำหนดถึงจุดประสงค์ของเกม  ว่าสอดคล้องกับจุดประสงค์ของเนื้อหาที่ต้องการสอนหรือไม่
                2.  คำนึงถึงช่องว่างภายในห้องเรียนที่จะใช้เล่นเกม (สถานที่)
                3.  จำนวนของนักเรียนจะจำกัดตัวเลือกเกี่ยวกับเกม  บางเกมจะเล่นได้ผลดีถ้ามีนักเรียนจำนวนมาก  ในขณะที่บางเกมใช้คนเพียง  2  คน  แต่บางเกมก็อาจนำมาปรับใช้ได้  ทั้งนี้ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า
                4.  ตัดสินว่าเกมไหนใช้กับทีมหรือรายบุคคล  และบางเกมจะใช้ได้ทั้ง  2  แบบ
                5.  ควรคำนึงถึงวัยของผู้เล่นเกมด้วย  เพราะตามปกติแล้วเราจะไม่อยากให้เด็กเล่นเกมของผู้ใหญ่  และไม่อยากให้ผู้ใหญ่เล่นเกมของเด็ก
                6.  คำนึงถึงระดับกิจกรรมที่ต้องการ  ถ้าเป็นไปตามที่ต้องการออกกำลังหรือแสดงท่าทางอาจจะจัดให้เล่นท้ายชั่วโมง  มิฉะนั้นจะเกิดความวุ่นวายจนเรียนไม่ได้ในชั่วโมงนั้น  ถ้าหากต้องการหรือจำเป็นต้องเล่นก่อนหน้านั้น  คือต้นชั่วโมงหรือกลางชั่วโมง  ก็เลือกเกมที่เงียบๆ ไม่ใช้เสียงมากนัก
                7.  กำหนดเวลาในการเล่มเกมไว้ล่วงหน้า  เพื่อความสะดวกและแผนการดำเนินการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น
                8.  เตรียมวัสดุให้พร้อมล่วงหน้า  หรือถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง  ก็เปลี่ยนวัสดุหรือคำศัพท์ตามความเหมาะสม
                9.  ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าจะมีการให้รางวัลหรือไม่  ตามปกติแล้ว  ความพอใจจากเกมเพียงพอแล้วสำหรับการเล่มเกมหรือแข่งขันแบบธรรมดา  ถ้าต้องการจะให้รางวัลก็ควรให้เป็นส่วนหนึ่งของเกม    
                10. ควรมีเอกสารหรือหนังสือประกอบการเล่นเกมคำศัพท์  เพราะหนังสือเกี่ยวกับเกมจะให้แนวความคิดใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอนและสามารถดัดแปลงเกมต่างๆ ให้เหมาะสม และเป็นการตรวจสอบการใช้คำศัพท์ของครูและความก้าวหน้าของนักเรียน 
บทบาทของครูในการสอนเกมคำศัพท์
                ควรเดินดูนักเรียนแต่ละกลุ่ม  ฟัง  เสนอแนะ  ชมเชย  และถ้าหากจำเป็นต้องแก้ไข  ถ้าครูยังไม่คุ้นเคยในการจัดกิจกรรมกลุ่ม  ก็อาจจะเริ่มอย่างช้าๆ ประการแรกก็คือ  ทำให้นักเรียนคุ้นเคยกับงานคู่  ชี้แจงว่าเป็นการแข่งขันระหว่างแถว  หรือกลุ่ม  หรือแข่งขันกับตัวเอง  และประการสุดท้ายในช่วงหลายๆ อาทิตย์อาจจะให้นักเรียนแต่ละแถวจัดกลุ่ม  แล้วเล่นเกมกัน
                ข้อสำคัญนักเรียนจะต้องคุ้นเคยกับเกมที่เขาจะเล่นอย่างมาก  เมื่อนักเรียนคุ้นเคยกับงานกลุ่มแล้ว  การแนะนำเกมใหม่อาจจะใช้วิธีดังกล่าว ต่อไปนี้
                1.  ครูอธิบายวิธีเล่น  กฎเกณฑ์
                2.  ครูกับนักเรียน 1 – 2 สาธิตส่วนหนึ่งของเกม
                3.  นักเรียน  1  กลุ่มทดลองเล่นหน้าชั้น
                4.  ครูควรเขียนคำศัพท์สำคัญ (key  words)
                5.  แต่ละกลุ่มลองเล่น
                6.  ครูลบสิ่งที่เขียนไว้บนกระดาน
                เกม เป็นวิธีการวิธีหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการสอนได้ดี  โดยผู้สอนสร้างสถานการณ์สมมติขึ้นให้ผู้เรียนเล่นด้วยตนเองภายใต้ข้อตกลงหรือกติกาที่กำหนดขึ้น  ผู้เรียนจะต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่งในอันที่จะให้มีผลออกมาในการรู้แพ้  รู้ชนะ  ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ เป็นการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมได้เป็นอย่างดี  ครูจึงมีบทบาทสำคัญในการสอดแทรกคุณธรรมต่างๆ ให้นักเรียนในทุกช่วงขณะทั้งก่อนเล่น  ขณะเล่นและหลังการเล่มเกมและยังช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้คำศัพท์ได้อย่างมีความสุข
 ...............................................................................................................................................................
บรรณานุกรม

 

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:
          โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทย.
ชัยวัฒน์  สุทธิรัตน์. (2552). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์
          อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.
บังอร  โกศลปริญญานันท์. (2543). การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้คำศัพท์วิชาภาษาอังกฤษ    
          ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการสอนโดยใช้เกมและไม่ใช้เกมในการสรุปบทเรียน. ปริญญา
          นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ระวิวรรณ  ศรีคร้ามครั้น. เทคนิคการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุมาลี  ถีรพงษ์.  2535.  การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำเกี่ยวกับ
         การสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการสอนแบบใช้เกมกับการ
         สอนตามคู่มือครู.  ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม.
อรนุช  ลิมตศิริ.  2552.  การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ Integrated  Learning  Management (พิมพ์
          ครั้งที่2).  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.