มหัศจรรย์แห่งเสียงดนตรี

*นางนันทนาภรณ์  แก้วมณี

               มนุษย์ในยุคแรกๆอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีอาหารและน้ำ เช่น ในถ้ำ ในโพรงไม้ และบริเวณริมทะเล มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำค้นพบการเปล่งเสียงตะโกนที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของระดับเสียง ความถี่ และความดังผลปรากฏว่าเสียงสะท้อนมีความชัดเจนและมีจังหวะที่ต่างกัน มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในป่าหรือโพรงไม้รู้จักจังหวะดนตรีโดย         การปรบมือ  กระทืบเท้า  ใช้มือตีขอนไม้ให้เป็นจังหวะ และมนุษย์ที่อาศัยบริเวณริมทะเลใช้เปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่ส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของตนเองหรือบริเวณที่มีอาหาร  และค้นพบอีกว่าเสียงเป่าเปลือกหอยสามารถเดินทางได้ไกลกว่าเสียงตะโกน มนุษย์ในยุคแรกๆสร้างดนตรีขึ้นมาไม่ใช่เพื่อความสนุกสนาน แต่ใช้สำหรับการบูชาเทพเจ้า และกระตุ้นความกล้าหาญ    เพราะเสียงดนตรีที่ปราศจากคำร้องสามารถซึมซับเข้าไปในส่วนลึกของจิตวิญญาณของมนุษย์  ชาวกรีกยกย่องอะพอลโล เป็นเทพเจ้าของยาและดนตรี  การรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทและการทำให้จิตใจให้สงบใช้ดนตรีเป็นยาในการรักษา      การค้นพบในศตวรรษที่  20  ทำให้มนุษย์ทราบว่าเสียงดนตรีในระดับความถี่ต่างๆมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโ ตของพืชและสัตว์เลี้ยง   ดนตรีที่มีคุณภาพ     จะต้องประกอบด้วย  จังหวะ[RYTHM]  หลายหลายรูปแบบ มีทำนอง[MELODY] สูงต่ำ ให้ไพเราะที่ต่างกัน   มีการใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายประเภททำให้เสียงดนตรีมีสีสัน[TONE  COLOUR] นานาชนิด มีความดัง-เบา[DYNAMICS] ที่หลากหลาย               มีการประสานเสียง  [HARMONY]ที่กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และการประพันธ์ บนพื้นฐานที่ดีของ ตรรกวิทยา [LOGIC] ความสามารถทางดนตรีของมนุษย์อยู่ภายใต้อิทธิพลของสมองซีกขวา  แต่ในขณะที่ฟังเพลงหรือบรรเลงเพลงจะใช้สมองซีกซ้าย    เมื่อมนุษย์ได้ฟังเพลงหรือบรรเลงเพลงที่มีคุณภาพดังกล่าวสมองจะเริ่มทำงานและกระตุ้นให้ความแข็งแรงของใยประสาทเพิ่มพูนขึ้น  เส้นใยเริ่มทำงานและเพิ่มปริมาณโดยการสร้างแขน-ขาไปเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน   การเชื่อมโยงนี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยจุดพันจุดและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ    ที่ช่วยกระตุ้นให้สมองที่ช่วยสร้างความคิดในเรื่องเหตุผลและตรรกวิทยาทำงานดีขึ้น           การแพทย์ปัจจุบันค้นพบ ว่าดนตรีที่เลือกสรรแล้วว่ามีคุณภาพทั้งเนื้อร้อง ทำนอง  จังหวะ  และความถี่ของเสียง   จะช่วยกระตุ้นให้สมองของมนุษย์หลั่งสารแห่งความสุขหรือ ENDORPHIN  เพิ่มมากขึ้นส่งผลดี  ต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการไหลเวียน     ของโลหิต  ระบบทางเดินหายใจ  ระบบการย่อยอาหาร    นอกจากนี้ดนตรียังช่วย     เพิ่มความจำ  เพิ่มสติปัญญาและก่อให้เกิด   ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อีกด้วย             (ณรุทธ์ สุทธจิตต์ , 2548;56 )

               บทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าดนตรีมีผลต่อการพัฒนาสมองมนุษย์คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เพราะเส้นใยประสาทในสมองของไอน์สไตน์แตกแขนงออกไปอย่าง       หนาแน่นและสื่อสารกันได้ดี ประวัติอีกด้านของไอน์สไตน์บอกว่า ดนตรีเป็นสิ่งที่         มีอิทธิพลต่อตัวเขามากทีเดียว  ไอน์สไตน์เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่เด็ก เริ่มด้วยเปียโน     แล้วตามด้วยไวโอลินเมื่ออายุ 6 ขวบ แม่ของเขาจ้างครูมาสอนที่บ้าน ได้แก่ เปียโน ไวโอลิน และวิทยาศาสตร์ เขาเรียนอย่างมีความสุข เขาเล่นไวโอลินได้อย่างยอดเยี่ยม ชื่นชอบผลงานของโมซาร์ต บีโธเฟน และบาร์ค และมีเพื่อนเป็นนักดนตรีหลายคน    เขากล่าวไว้ว่า “หากไม่ได้เป็นนักฟิสิกส์ ข้าพเจ้าอาจเป็นนักดนตรีฝันกลางวันเป็นดนตรี ความสุขส่วนใหญ่ในชีวิต ล้วนมาจากดนตรี”

                ดนตรีมีธรรมชาติที่แตกต่างไปจากศิลปะแขนงอื่นๆนอกจากนี้ดนตรี ยังมีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ที่ยากจะแยกจากกันได้   เพราะดนตรีเป็นปัจจัยที่จะปรุงแต่งจิตใจให้มีความสมบูรณ์ควบคู่กับการพัฒนาทางด้านร่างกาย  เสียงดนตรี เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์    ที่สามารถแปรเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ และเพื่อขับกล่อมโลกใบนี้ให้สวยงาม  แต่เสียงทุกเสียงยังไม่ใช่ดนตรี เสียงเกิดจากความสั่นสะเทือนของวัตถุ แล้วเดินทางผ่านอากาศ      เข้ามาสู่โสตประสาทของเรา  ดนตรีคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเมื่อมนุษย์มีภูมิปัญญาและมีความเพียรพยายาม   มนุษย์ก็จัดการสร้างเสียงให้อยู่ในระเบียบ จังหวะ ทำนอง สีสันถ้าเปรียบดนตรีกับศิลปะอื่นๆ เช่น สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตกรรม ดนตรีเป็นศิลปะที่มองไม่เห็นด้วยตา   จับต้องไม่ได้ แต่สามารถสัมผัสได้โดยผ่านโสตประสาท ดนตรีจึงเป็นศิลปะ              ที่ละเอียดอ่อนสามารถเข้าถึงจิตใจมนุษย์ได้ โดยไม่ต้องผ่านการแปล                   (ไขแสง ศุขะวัฒนะ , 2541 ) แต่ภาวะแวดล้อมทางสังคมในปัจจุบันที่มุ่งเน้นความเจริญทางด้านวัตถุเพียงอย่างเดียวส่งผลกระทบทำให้เกิดมลพิษต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัวคนในสังคมและเกิดมลพิษทางด้านจิตใจของมนุษย์   ทำให้มนุษย์เกิดความเครียด และการแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อความอยู่รอด  ในปัจจุบันสังคมไทย   กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต  ซึ่งเป็นโรคหนึ่งที่กลายเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้อย่างเร่งด่วน    ณ ขณะนี้ ปัญหาความเครียดของคนไทย นับวันก็ดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน                 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.51 ที่ผ่านมามีการรายงานจากกรมสุขภาพจิตถึงสถิติการฆ่าตัวตาย   ของไทยในปี 2550 พบว่ามีผู้ฆ่าตัวตาย 3,756 คน คิดเป็นอัตรา 5.95 ต่อประชากร   แสนคน ถือว่ายังลดลงจากปีก่อน แต่อัตราส่วนของผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายรายใหม่     แต่ไม่สำเร็จมีจำนวนถึง 15,540 รายคิดเป็นอัตรา 24.68 ต่อประชากรแสนคนเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าปี 2549 สำหรับสาเหตุการฆ่าตัวตาย พบว่ามาจากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและเรื่องการเมือง รองลงมาคือปัญหาโรคประจำตัว เช่น โรคจิต โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานจากการสำรวจจากสายด่วน 1323 และ 166 โดยกรมสุขภาพจิตพบว่า มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองประมาณ    20- 25 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 1 ใน 4ของผู้ที่ใช้บริการ จะเห็นได้ว่าปัญหา             ทางการเมืองเป็นปัญหาหลักๆ ที่มีผลต่อจิตใจของคนในสังคม และกลายเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของคนไทยในขณะนี้ เพราะจากสถิติจะเห็นได้ว่าความเครียด ได้ส่งผลต่อประชาชนผู้รับข่าวสาร ไม่เว้นแม้กระทั่งนักการเมืองเองที่ต้องประสบกับภาวะ      ความตึงเครียดด้วยเช่นกัน    จนส่งผลต่อ  การแสดงออกถึงความรุนแรงต่างๆ          อันเป็นผลมาจากความเครียดดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เรา   จะนำเสียงดนตรีมารักษาความเครียดให้กับคนในสังคมไทย

 

                การใช้เสียงดนตรีก็ยังมีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น การเลือกฟังดนตรีเพียงอย่างเดียว     เปิดดนตรีร่วมกับการสร้างจินตนาการ ดนตรีประกอบการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่กระตุ้นเพื่อให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย ประกอบการวาดภาพ แกะสลัก งานศิลปะด้านต่างๆ หรือ การให้แสดงความสามารถด้านดนตรีด้วยการเล่นดนตรี     แบบเล่นเป็นวงหรือเล่นตามลำพัง  การร้องคาราโอเกะ เป็นต้น จากการนำเสียงดนตรี   ไปใช้ในรูปแบบต่างผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปสู่เป้าหมายที่เหมือนกันคือเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความเจ็บปวด การหมกมุ่น ไปสู่กิจกรรมหรือจินตนาการใหม่ๆ ในทางที่สร้างสรรค์ จากการศึกษาพบว่าการเปลี่ยนแปลง      จะเห็นได้ชัดเจนเมื่อมี การบำบัดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจที่จะ ให้ดนตรีเข้ามาแต่งแต้มสีสันในชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ หลักง่ายๆ คือการเลือกดนตรีที่มีคุณสมบัติบำบัดอาการที่มีอยู่ในลักษณะตรงกันข้าม เช่น ขณะที่อยู่ในภาวะเครียด ตื่นเต้น อาการปวด           ทำให้ต้องการสมาธิหรือลดอาการปวด ควรเป็นดนตรีที่มีจังหวะในลักษณะ Minor Mode,     Tempo - merato คือความเร็วปานกลางในแนวเพลงคลาสสิก, ระดับเสียงต่ำปานกลาง ตัวอย่างดนตรีประเภทนี้ เช่น ดนตรีของ Kitaro, Enja, Kenny G หรืออาจจะเป็นเพลงที่ระบุว่า    Healing Music, Music For Relaxation, Soothing Musicหรืออย่าง Green Music  แต่หากอยู่ในภาวะซึมเศร้า เฉื่อยชาควรเลือกดนตรีที่มีลักษณะเป็น Major Mode ดนตรีเร็ว ระดับเสียงสูง    เพื่อกระตุ้น  การหายใจ ระดับความดันและการไหลเวียนโลหิต เช่น เพลงในแนวร็อก ชะชะช่า    รุมบ้า เพื่อให้เกิดความอยากลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เราได้ยินคลื่นทะเล เสียงนกร้อง เสียงดนตรีช้าๆ มีผลทำให้คลื่นสมองเป็นอัลฟา เกิดสภาพผ่อนคลายของกล้ามเนื้อทุกส่วน         จิตใจสบายดีทั้งสุขภาพกายและจิตใจ แต่หากมองในแง่มุมของการแพทย์แผนจีน คลื่นเสียงมีผล     ต่อลมปราณและธาตุทั้ง 5 สามารถใช้เสียงดนตรี และเสียงสวดมนต์ในการบำบัดโรค เนื่องจาก  มีการพบว่าคลื่นเสียงที่มีความสั่นสะเทือนตรงกับ            แรงสั่นสะเทือนของอวัยวะต่างๆ ของคนเราโดยตรง ก็สามารถกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดหรือที่เรียกว่า “ลมปราณ” ก็มีผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราด้วย  เครื่องดนตรีแต่ละประเภทให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน    เช่น

 

                -          เสียงขิมที่กังวานใส ทำให้เกิดความสงบผ่อนคลาย

                -          กีตาร์ทำให้สนุกสนานเพลิดเพลิน

                -          เสียงอังกะลุง ทำให้อึกทึก แข็งแกร่ง

                -          เสียงเปียโน ทำให้เกิดจินตนาการ เพราะมีระดับเสียงมา และยังฝึกความแข็งแรงของทั้งมือและการประสาน

                -          กลองใช้กับคนไข้โรคจิตบางประเภท และทำให้ฝึกการทำงานสัมพันธ์ประสานกันระหว่างแขนกับขา ทำให้แข็งแรง

                -          ไวโอลิน ฟรุต เปียโน ช่วยบรรเทาการเจ็บปวด เช่นปวดศีรษะ

 

                -          หีบเพลง บริหารปอดและกล้ามเนื้อกระพุ้งแก้ม

 

 จังหวะที่มีความต่างกันในเรื่องของอัตราความเร็วมีผลต่อความรู้สึกเช่น

                -             จังหวะมาร์ช ทำให้เกิดพลัง ปลุกระดม

 

                -             จังหวะร๊อก ทำให้ตื่นเต้น

 

                -             จังหวะช่าช่าช่า และรุมบ้า ทำให้สนุกสนาน เพลิดเพลิน

 

                -             จังหวะสโลว์ ทำให้รู้สึกสงบ

 

                -             จังหวะป๊อป ร็อค แร็พ ช่วยให้ท่องจำดี เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานท่องจำ

 

                ในการฟังดนตรีให้เข้าถึงแก่นเพื่อค้นหาความมหัศจรรย์ของเสียง  เพียงคุณลองหาบทเพลงที่มีคุณค่าและเป็นเพลงบรรเลง แต่ที่สำคัญคุณต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบแนวไหน ธรรมชาติ  ที่มีเสียงน้ำตก นกร้อง สายน้ำไหลริน เสียงคลื่น เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถใช้เสียงดนตรีเลียนแบบเสียงธรรมชาติได้เหมือนจริงมาก    ช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งในการทดลองฟังคือ  เวลานอนเพราะเป็นช่วงเวลาที่สมอง ของคุณต้องการพักผ่อนและเยียวยา  เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำ    ให้เย็นสบาย เตรียมห้องให้มีอากาศเย็นหรืออากาศถ่ายเทได้สะดวก    เพียงคุณหลับตาลงและ เปิดเพลงเบาๆ ปล่อยความคิดและสร้างจินตนาการตามเสียงที่ได้ยินทำจิตใจให้สงบ  ค่ำคืนนั้น       คุณจะนอนหลับอย่างมีความสุขที่สุด      เมื่อคุณตื่นนอนขึ้นมาจะพบกับความสดใส  สมองของคุณปลอดโปร่ง คุณอาจรู้สึกว่าคุณได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่และเป็นการนอนที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน  และเมื่อคุณรับรู้ถึงคุณประโยชน์แล้ว คุณอาจเลือกแนวเพลงที่มีท่วงทำนองให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่คุณต้องการทำเพื่อให้ผลของการทำกิจกรรมนั้นๆมีประสิทธิภาพมากที่สุด  ความมหัศจรรย์กำลังรอการพิสูจน์จากคุณ  อย่ารอช้า  วันเวลาไม่เคยรอคอย สิ่งดีๆที่คุณต้องลองแล้วจะพบคำตอบที่คุณค้นหา กำลังรอให้คุณได้ค้นพบ

 

รายการอ้างอิง

ไขแสง ศุขะวัฒนะ.  2541. สังคีตนิยม ว่าด้วย : ดนตรีตะวันตก . กรุงเทพฯ:
                บริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช จำกัด 
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. 2548. สังคีตนิยม : ความซาบซึ้งในดนตรีตะวันตก. กรุงเทพฯ:
                จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
รำไพพรรณ ศรโสภาค . 2513. ดนตรีบำบัด. กรุงเทพฯ:  สำนักพิมพ์ไทยเขษม
 

* นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้รุ่นที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง