เพราะมีรอยแผลในใจ จึงไม่ให้ความสุขแก่คนอื่น
บันทึกนี้จะลองมาวิเคราะห์ดูนะครับ ว่าทำไมคุณครูบางท่านจึงไม่เชื่อเรื่อง "ความสุขของผู้เรียน" ว่าจะมีผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ เรื่องนี้ต้องวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาครับ ยาวหน่อย
มาจากเล่มนี้ เล่มเดิมครับ หากินได้หลายงาน

ซิกมันด์ ฟรอยด์ บอกว่า จิตไร้สำนึกเป็นโกดังเก็บสิ่งที่ป่าเถื่อนที่ไม่อาจควบคุม สิ่งต่อต้านสังคม และ สิ่งชั่วร้ายภายในตัวเรา และ จิตรู้สำนึกไม่ต้องการจิตไร้สำนึก ดังนั้น จิตไร้สำนึกจึงเป็นสิ่งที่เลว
มนุษย์เรามีจิตรู้สำนึกซึ่งบ่อยครั้งไม่เต็มใจที่จะเผชิญกับอารมณ์เหล่านี้ และ ไม่เต็มใจที่จะยอมรับความรู้สึกเจ็บปวดในการจัดการกับมัน แต่กลับเต็มใจใช้วิธีกวาดไปซุกไว้ไต้พรมแทน
สิ่งที่เก็บกวาดไว้ใต้พรม คือ สิ่งที่จิตรู้สำนึกบอกว่าเป็นความชัวร้าย
ประเด็นความชั่วร้ายกับพฤติกรรมของคน
ข้อหนึ่ง ความชั่วร้ายมีอยู่จริง มันมีคนและสถาบันที่สร้างขึ้นด้วยความเกลียดชังและจะทำลายความดีตราบเท่าที่พวกเขามีอำนาจที่จะทำได้ พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้โดยขาดสติ ทำไปอย่างมืดบอด ไม่ได้ตระหนักถึงความชั่วร้ายของตัวเขาเอง เขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตระหนักถึงมัน พวกเขาเกลียดแสงสว่างและพยายามหลีกเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ รวมทั้งพยายามจะดับแสงสว่างด้วย พวกเขาจะทำลายแสงสว่างในตัวลูกๆ และ คนอื่นๆทีอยู่ภายใต้อำนาจของเขา
คนชั่วร้ายเกลียดแสงสว่าง เพราะมันส่องให้เห็นตัวตนของเขา
พวกเขาเกลียดความดี เพราะความดีเผยให้เห็นความชั่วร้ายของตน
พวกเขาเกลียดความรัก เพราะความรักเผยให้เห็นความเกียจคร้านของพวกเขาที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
(ผมขอแทรกความคิดเห็นของผมเองในประเด็นนี้ก่อนนะครับ ทำไมครูบางคนถึงไม่ยอมรับความสุขของเด็ก เพราะลึกๆแล้ว มันมาจากความรู้สึกที่ไม่ดีที่มาจากจิตใร้สำนึกของเขา เขาทำไปโดยไร้สติ แต่เขากลับคิดว่าถูกต้องแล้ว และ เมื่อมีความรู้หรือวิธีการดีๆ เรื่องความสุขของเด็ก เขาก็จะไม่ยอมรับครับ เพราะมันจะสะท้อนไปถึงจิตไร้สำนึกของเขา ซึ่งเขาพยายามปกปิดมันไว้)
ข้อสอง พวกเขาใช้อำนาจทุกอย่างเพื่อปกป้องความเกียจคร้านของตนเอง เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของตนเองที่ป่วยของเขาไว้ แทนที่จะคิดช่วยฟูมฟักทำนุบำรุงคนอื่น พวกเขาทำลายคนอื่นเพื่ออุดมการณ์อันนี้ เพราะเขารู้สึกว่าเอกลักษณ์ของตัวตนส่วนที่ป่วยของเขาถูกคุกคามโดยคนที่มีสุขภาพจิตดีที่อยู่รอบตัวเขา เขาจะทำทุกวิถีทางที่จะบดชยี้และทำลายคนสุขภาพจิตดีที่อยู่ใกล้ตน
(ครับ ประเด็นนี้ ในเมื่อเขาเองไม่มีความสุข คนรอบข้างก็ต้องไม่มีความสุขไปด้วยครับ)
ข้อสาม มนุษย์บางคนควบคุมความชั่วร้ายได้ ขณะที่บางคนคุมไม่ได้
( ข้อนี้ก็จะได้ทำใจครับ ว่าบางคนเปลี่ยนได้ บางคนเปลี่ยนไม่ได้)
ข้อสี่ ความชั่วร้าย กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยให้คนหลีกหนีไปจากฝูงของมัน
(ความชั่วร้าย ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ครับ)
คนเราไม่ได้ทำสิ่งชัวร้ายเพราะคิดว่านั่นคือสิ่งชั่วร้าย แต่เพราะเขาคิดว่านั่นคือการกระทำเพื่อประโยชน์ของเขา
(ครับ ครูที่ไม่เน้นความสุขของเด็ก เขาคิดว่าเขาทำถูกแล้วครับ นั่นคือ เขาทำเพื่อตัวเอง)
สรุปปิดท้ายครับ
ผมว่าครูที่ไม่เชื่อเรื่องความสุขของเด็ก เพราะเขามีรอยแผลในใจที่ยังไม่ได้เยียวยา ในเมื่อเขาไม่มีความสุข คนอื่นก็ต้องไม่มีความสุขด้วย เพราะความสุขของคนอื่น จะทำให้เขาเจ็บปวด และ เขาจะต่อต้านทฤษฎีว่าด้วยความสุขทุกอย่างเพราะมันจะสะท้อนไปถึงบาดแผลของเขา
เด็กจะมีความสุขได้ ต้องเยียวยาที่ใจของคุณครูก่อนครับ
เรียน ท่านอาจารย์ small man ความสุขของผู้เรียน และ ความสุขของผู้สอน เป็น Win-Win ไม่ใช่ วินหลายแบบอีสานครับ
เรียนท่านSmallman
เห็นลึกสมเป็นผู้นำ
ขอบคุณค่ะ
ครูเราบางส่วนยังไม่ได้คิดถึงความสุขของเด็ก
เพราะครูเองห็หาความสุขไม่พบเช่นกัน สาระพันปัญหามารุมเร้า เศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว พาให้ครูขุ่นมัว
คงต้องหันกลับมาพอเพียงเลี้ยงชีวิตแล้วละท่าน
ความสุขของผู้เรียน และ ความสุขของผู้สอน เป็น Win-Win
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีคะ อาจารย์
เราต้องเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีก่อนค่ะ
คุณครูก็เป็นคนดีงาม เช่นเดียวกันค่ะ ครูก็เคยเป็นเด็ก เป็นนักเรียนมาเช่นเดียวกันค่ะ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
ครูเราบางส่วนยังไม่ได้คิดถึงความสุขของเด็ก เพราะครูเองห็หาความสุขไม่พบเช่นกัน สาระพันปัญหามารุมเร้า เศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว พาให้ครูขุ่นมัว
ขอบคุณมากเลยครับ ที่สะท้อนภาพความเป็นจริงของชีวิตครู
เพราะครูเองก็ยังไม่มีความสุขคับ จึงยังไม่พร้อมที่จะให้
ผมว่าความพร้อมคงต้องพร้อมที่ใจนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ความเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี ช่วยได้มากเลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ความสุขมีอยู่รอบตัว ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใดๆ นอกจากใจ ... ดูแล ทะเลใจ ให้ใส กระจ่าง ราบเรียบ ... ขอบคุณค่ะ
ความสุขมีอยู่รอบตัวจริงๆนะครับ ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใดๆ นอกจากใจ
... ดูแล ทะเลใจ ให้ใส กระจ่าง ราบเรียบ
ครับ ความสุขอยู่ที่ใจครับ หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข
แต่..บางคนกลับไม่พยายามหา
สวัสดีครับท่านรอง
กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้วครับท่าน
ขอบคุณสำรับทุกสิ่งทุกอย่างครับ
คุณวอญ่าครับ
กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพนะครับ
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆครับ
เห็นไหมค่ะว่า.....
สำหรับตัวความสุขนี่....มันต้องสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียนด้วย แล้วพากันเดินทางไปสู่จุดหมายพร้อมๆกันคือ.....ต่างฝ่ายต่างพอใจนั่นเอง
ยังคงยืนยันเช่นเดิมค่ะ!!!!!
มีความสุขกับการทำงานนะคะ
สวัสดีค่ะท่านSmallman
*** นอกจากจะมีความรับผิดชอบและรู้สึกเป็นทุกข์กับเรื่องในครอบครัวแล้ว ...ยังรู้สึกเครียดกับปัญหาที่แก้ไม่ตกของนักเรียนหลายๆคนและดูเหมือนปัญหาใหม่ๆที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบได้เห็น ....รู้สึกกังวลกับอนาคตประเทศไทยจังเลยค่ะ
*** บัณฑิตที่จบด้านจิตวิทยาครอบครัว ที่หลายมหาวิทยาลัยผลิตออดมา เขาอยู่ตรงไหนหนออยากขอมาช่วยงานค่ะ
เอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะท่าน หากมีความสุขในการเรียน ความจำจะคงทน
เป็นความประทับใจที่ไม่รู้ลืม เชื่อนะคะ (ส่งดอกไม้มาคารวะค่ะ)
...เด็กจะมีความสุขได้ ต้องเยียวยาที่ใจของคุณครูก่อน...
สำหรับตัวความสุขนี่....มันต้องสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียนด้วย แล้วพากันเดินทางไปสู่จุดหมายพร้อมๆกันคือ.....ต่างฝ่ายต่างพอใจนั่นเอง
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
คนเป็นครูนี่ ต้องยอมรับว่างานหนักจริงๆครับ เด็กมีปัญหาทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
เรื่องครอบครัว จากการสัมมนาระดับประเทศ ไม่มีนักพัฒนาครอบครัวในประเทศไทยครับ ที่ประชุมเสนอให้ควรมี ขณะที่ประเทศอังกฤษมีกระทรวงครอบครัว สำหรับประเทศไทย ทางออก คือ ให้โรงเรียนทำหน้าที่นี้ไปพลางก่อนครับ
ขอบคุณมากครับ
เอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะครับ สำหรับเด็ก เด็กมีความสุข จะเรียนได้ดีครับ
ขอบคุณดอกไม้สวยๆครับ
...เด็กจะมีความสุขได้ ต้องเยียวยาที่ใจของคุณครูก่อน...
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ