เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่เริ่มต้นจาก "การรู้คุณค่าของตนเอง ว่า มีสติปัญญา มีความฉลาด มีพรสวรรค์ และมีประสบการณ์" ... ถ้าได้นำเอาสิ่งนั้นมาใช้ อย่างมีศิลปะ ด้วยการเผื่อแผ่และแบ่งปันคนอื่นด้วย มันจะเกิดโลกใบใหม่ที่งดงาม ที่เราเรียกว่า โลกแห่งสุนทรียะ

 

อ.อุทัยวรรณ เจ้าตำรับ สุนทรียปรัศนี ... มาบอกกล่าวเล่าเรื่องก่อนว่า 3 วันนี้ เราจะทำอะไรกัน และถ้าเรื่องเล่า สุนทรียปรัศนี ... ต้อง blog ของเจ๊คนนี้เลยค่ะ P สุนทรีย...ปรัศนี ... เนื้อหาสาระจริง ต้องตามอ่านของเธอเลย

อาจารย์หล้าบอกว่า ... กระบวนการที่เราจะทำต่อไปนี้ เป็นกระบวนการกลุ่ม แบบหรรษาวิชาการ ก็คือ ทำไปด้วย สนุกไปด้วย ได้ความรู้ไปด้วย มีสติปัญญา และสามารถใช้กระบวนการนั้นได้อย่างเป็นประโยชน์ ... และจะนำไปสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ของชาติ ของชุมชน และของสังคม

วิถีชีวิตที่สงบ เป็นสุข ณ ที่แห่งหนึ่งในโลก มีอิสระเสรี ไร้ขอบเขต กับฝูงปลา

อีก 1 บรรยากาศ

เมื่อมีการควบคุม การขับเคลื่อนของปลา เพราะว่า ในเวลาต่อมาก็จะมี sakura (อาหารปลา) โรยไป ภายหลังจากปฏิบัติการนี้สำเร็จ ปลาก็มีความสุข และรอคอยต่อไปอีกที่จะให้มีการโบกมมือ และให้สัญญาณ

กระบวนการนี้ ย่อมเรียกว่า การขับเคลื่อนชุมชนโดยคนที่อยู่ข้างนอกเป็นผู้ขับเคลื่อน

ตรงนี้ที่เป็นที่มาของวันนี้ ท่านที่อยู่ในชุมชน เป็นสมาชิกของชุมชน มีหน้าที่อันสำคัญยิ่ง คือ สร้างตัวของเราเองขึ้นมา และหลังจากนั้น ก็ขับเคลื่อนตัวของเรา ในงานของชมรมฯ ในงานขององค์กร ในงานของชุมชน พี่น้องที่อยู่ที่นั่น ไม่ว่าพี่น้องทันตา พี่น้องทันต ก็ทำหน้าที่ไปเป็นพันธมิตร คอยดูแลสนับสนุนกิจกรรมของท่าน และเมื่อไรก็ตามที่ท่านทำสำเร็จแล้ว ก็จะเกิด การปรบมือให้กับตัวของเราเองที่ทำได้ และคุณหมอคือเพื่อน คุณหมอคือพันธมิตร และคุณหมอคือ ปิยมิตร

การขับเคลื่อนของเราในชุมชน การเสริมสร้างพลังชุมชน การจัดการกับชุมชนของตัวเอง จึงเกิดจากคนข้างใน ที่จะต้องระเบิดใจของตัวเองจากภายใน และทำให้กลุ่มก้อนของตัวเองเข้มแข็ง และต่อเนื่อง ซึ่งเราเรียกว่า ยั่งยืนสถาพร

เพราะฉะนั้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ 3 วัน จึงเป็นกระบวนการซึ่งเป็นที่มาของสิ่งที่เราเรียกกันว่า การเสริมสร้างพลังชุมชนโดยแท้

“มีชีวิตก้าวไปข้างหน้า หาญกล้าท่ามกลางทีมงาน รอนรานต่ออุปสรรคขวากหนาม สำเร็จตามความปรารถนา และเกิดการพัฒนาอย่างน่าอัศจรรย์” สิ่งเหล่านี้มารวมกันทั้งหมด ที่เรียกว่า “ใจ”

สุนทรียปรัศนี คือ

... สุนทรียปรัศนี คือ ปฏิบัติการอันสุนทร ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางบวก

... สุนทรียปรัศนี คือ การร่วมกันคิด ร่วมกันพูด ร่วมกันคุย ร่วมกันทำ แล้วทำให้เกิดพลังในทางบวก พลังนี้สามารถก่อให้เกิดการกุมสภาพ ในกลุ่มของตัวเอง และเปลี่ยนแปลงชุมชน และสังคมได้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู โดยอาศัยพลังของตัวเองในอดีต ที่ใสสดงดงาม

... สุนทรียปรัศนี ก็คือ การทำให้ทุกคนมาทำงานด้วยกัน และมองโลกไปในทางที่ดี เมื่อไรก็ตามที่เราได้คิดร่วมกันตั้งแต่ต้น คุยกันตั้งแต่ต้น ตัดสินใจร่วมกันตั้งแต่ต้น วางแผนด้วยกันตั้งแต่ต้น ทำงานด้วยกันตั้งแต่ต้น อานิสงส์ของการทำงาน ก็จะทำให้เราได้ประโยชน์กันตั้งแต่ต้น จากต้นไปสู่ท้าย

... สุนทรียปรัศนี ... เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม คำว่า ปรัศนี เป็นตัวตั้ง
... การตั้งคำถาม เริ่มต้นที่การตั้งคำถามที่เสริมสร้างพลัง ทำให้ความรู้ความสามารถพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวคนทุกคน ผุดพรายขึ้นมา สามารถเอามาใช้งานได้อย่างมีคุณค่า อย่างเป็นที่ประจักษ์
... การตั้งคำถามที่เสริมสร้างพลังใจ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ มั่นใจ เกิดความคิดริเริ่ม และทำอะไรก็ได้ในโลกนี้

... สุนทรียปรัศนี คือ การเลี้ยว 360 องศา
... ก็คือ ในขณะที่เรายืนอยู่จุดใดจุดหนึ่งของโลกนี้ แล้วมองไปข้างหน้า
... เริ่มต้นจากการใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง สิ่งนี้เองเริ่มต้นจะเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาก็ได้ แต่ยังยืนอยู่ที่เดิม แล้วก็ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันเสวยผลในวันข้างหน้า ที่ดีกว่าวิธีการทำมาแล้วในอดีต
... สุนทรียปรัศนีในวันนี้ เราจะมองเห็นสิ่งเหล่านั้นว่า เป็นเรื่องของความท้าทาย
... ค้นหาสิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง ที่เคยใช้ได้ผลที่สุด และใครเป็นคนทำ
... พวกเรานี่แหล่ะ เคยทำมาแล้ว เราเอาตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะมาในอนาคต และผลกรรมที่เราทำ จะเป็นอานิสงส์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของเราเอง
... เราจะใช้สิ่งที่เคยใช้ได้ผลที่สุด ดี ถูกต้อง ในทัศนะของเรา สานต่อ และทำด้วยกัน ในการมองโลกในแง่ดี เราจะมีผลิตผล และผลิตผลนี้เองจะแตกต่างไปจากเก่า เพราะว่า "แม้สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวพร่างพราวพราย"
... ดังนั้น กระบวนการที่เป็นเรื่องของสุนทรียปรัศนี จึงเริ่มต้นที่ ใจ ของเรา เป็นประธาน และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ เราต้องเปลี่ยนความเชื่อก่อน

เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่เริ่มต้นจาก "การรู้คุณค่าของตนเอง ว่า มีสติปัญญา มีความฉลาด มีพรสวรรค์ และมีประสบการณ์" ... ถ้าได้นำเอาสิ่งนั้นมาใช้ อย่างมีศิลปะ ด้วยการเผื่อแผ่และแบ่งปันคนอื่นด้วย มันจะเกิดโลกใบใหม่ที่งดงาม ที่เราเรียกว่า โลกแห่งสุนทรียะ

ครั้งนี้ โลกแห่งสุนทรียะ จะเริ่มต้นจาก การได้มานั่งคุยกัน แล้วดึงเอาสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน ขึ้นมาจากที่มันอยู่ในใจ ให้กลายเป็นมาอยู่ในกลุ่ม มาอยู่ในกระดาษ มาอยู่ในบรรยากาศที่เราคุยกัน

ทำให้เรามีความรู้สึกว่า เรามีคุณค่า มีพลัง เป็นสุข เมื่อทำไปก็เป็นอานิสงส์ที่เราได้ทำ ทำให้ชุมชนนั้นเข้มแข็ง เพราะว่า ชุมชนที่เข้มแข็ง ขึ้นอยู่กับจำนวนของคนที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของชุมชน ... เราเริ่มต้นที่แต่ละคน จะนำเอาสิ่งที่ตนเองมี ดีที่สุด ไม่ว่าประสบการณ์ หรือความท้าทายที่เกิดขึ้นในตัวตนของเรา

ดังนั้น 3 วันที่พูดถึง มันเป็นการระเบิดจากภายใน การบันดาลใจ มาร่วมกันคิด การเนรมิตชุมชน ถ้าเราจะเริ่มต้นที่การระเบิดจากภายใน ก็คือ ระเบิดจากภายในใจเราเอง ครอบครัวของเราเอง องค์กรของเราเอง ชุมชนของเราเอง ไม่ใช่คอยสัญญาณ

เมื่อมันระเบิดจากภายใน เราก็มาร่วมกันคิด ในสิ่งที่เราอยากเห็นในวันข้างหน้า และเนรมิตสิ่งใหม่ขึ้นมา การเนรมิตสิ่งใหม่ จะก่อให้เกิดฐานใหม่ ที่จะนำไปสู่วิถีชีวิตของมันเอง ทำดีได้ลูก ทำถูกได้หลาน เป็นรากฐานการพัฒนา ไม่ว่ามันจะเป็นฟันของเรา 1 ซี่ หรือชุมชน และสังคมของเราเอง

นั่นคือ

ร่วมค้นพบสิ่งดีดีแล้วชื่นชม
ร่วมถักทอฝันอย่างสมศักดิ์ศรี
ร่วมออกแบบสรรค์สร้างอย่างสุนทรีย์
และ ร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีดี เพื่อสังคม

ภาพนี้ ลองเอียงคอมอง ให้จะเห็นสิ่งใหม่ๆ

ข้อสรุปวันนี้ ก็คือ ถ้าสามารถทำให้ใจของท่านปรับเปลี่ยนใหม่ และกระบวนการที่นำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนชื่อว่า สุนทรียปรัศนี ท่านก็สามารถที่จะบอกว่า เกิดการประสานความคิด และเนรมิตสิ่งดีดีในโลกนี้ ไม่ใช่แต่สุขภาพของท่านเท่านั้น

รวมเรื่อง ประสานความคิด เนรมิตผู้สูงวัยฟันดี