กฏแห่งกรรม

 

ในปัจจุบันคนเราเริ่มสงสัยในกฎแห่งกรรมมากขึ้นและบางคนก็ไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้ แม้กระทั่งคนเขียนเองตอนแรกก็มีความเชื่ออยู่แต่น้อยมากจนแม่ของเราได้อ่านและมาเล่าให้เราฟังจึงอยากอ่านเองบ้างและได้มาสัมผัสการอ่านหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม  (วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)  จนกระทั้งได้มาศึกษาหนังสือที่เกี่ยวกับกรรม มีคำกลอนที่ว่า “ในเรื่องกฎแห่งกรรมว่า คนทำดีได้ดีมีที่ไหน  คนทำชั่วได้ดีมีถมไป  ในเรื่องกฎแห่งกรรมได้กล่าวถึงอันตรายที่เกิดแก่สัตว์โลก  5  อย่างคือ

          1.    กิเลสันตราย  อันตรายที่เกิดจากกิเลส

          2.    กัมมันตราย   อันตรายที่เกิดจากความชั่วที่ทำในปัจจุบัน

          3.    วิปากันตราย  อันตรายที่เกิดจากวิบาก คือผล ของกรรมที่ทำในอดีต

          4.    ทิฏฐันตราย   อันตรายที่เกิดจากทิฏฐิที่ผิด

          5.    อริยูปวันตราย  อันตรายที่เกิดจากการจ้วงจาบพระอริยเจ้า

พระพุทธศาสนาสอนว่า บุคคลจะได้ดีหรือชั่วนั้น ได้รับสุขหรือความทุกข์ก็เพราะกรรมที่เรากระทำของตนเองทั้งสิ้น หาตามทางที่เราไม่ดำเนินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แม้กระทั่งการสวดมนต์ของเราหรือการวิงวอนขอร้องก็ไม่อาจจะช่วยให้เราพบความดีและความสุขได้ ถ้าคนเราจะมีความสุขได้ด้วย ความภักดีและการวิงวอน คนเราก็คงไม่ต้องทำอะไรเลย

ความเชื่อในเรื่องของกรรมนั้นมี  4  ประการ ชาวพุทธในปัจจุบันควรมีศัรทธาดังนี้นะ

ตถาคตโพธิสัทธา  เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง เป็นผุ้ประกอบด้วยพระปัญญาธิคุณ พระวิสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ

กัมมสัทธา  เชื่อเรื่องผลของกรรม คือเชื่อว่ากรรมมีจริง

วิปากสัทธา  เชื่อเรื่องผลของกรรม คือ เชื่อว่ากรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ

กัมมัสสกตาสัทธา  เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน คือเชื่อว่าผลที่เราได้รับ เป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง ซึ่งอาจจะเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันหรืออดีตชาติ

คนที่มีความเชื่อในเรื่องกรรมย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่เชื่อ คนที่เชื่อในเรื่องกรรมย่อมสามารถ อดทน รับความทุกข์ยาก ลำบาก ความผิดหวัง ความขมขื่น และเคราะห์ร้ายที่เกิดแก่ตนได้ เพราะถือว่าเป็นกรรมที่ทำมาแต่อดีต คนที่เชื่อในเรื่องกรรมนั้นจะยึดมั่นในการทำความดีกันไปเรื่อยๆ  จะเป็นผู้สามารถให้อภัยแก่ผู้อื่น และจะเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ

คนเราที่ประกอบกรรมทำชั่วทั้งทางกายและวาจา และสุดท้ายจิตใจ ส่วนใหญ่เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องบุญและบาป ไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ คนพวกนี้เกิดมาจึงมุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติและความสุขสบายให้แก่ตัว โดยไม่คำนึงว่าทรัพย์สมบัติหรือความสนุกสนานที่ตนได้มาถูกหรือผิด และทำให้คนอื่นได้รับความเดือนร้อนหรือไม่นั้น

เหตุที่คนคิดว่าทำดีไม่ได้ดี   มีคนบางคนที่ทำกรรมชั่ว แต่กลับปรากฏว่าเป็นคนร่ำรวย มีอำนาจวาสนา มีคนเคารพยกย่องส่วนคนบางคนที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันขันแข็ง กลับมีชีวิตยากจน มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากมาก หรือคนบางคนไม่ค่อยทำงานอะไร คอยประจบสอพลอและรับใช้เจ้านายกลับได้ดีได้เลื่อนขั้นและเงินเดือน ตำแหน่งหน้าที่การงาน ส่วนคนบางคนที่ตั้งใจทำงานแต่ไม่ประจบเจ้านายนั้น ไม่ค่อยรับใช้คุณหญิงคุณนายของเจ้านาย กลับไม่ได้ดีสักอย่าง จึงทำให้คนเราที่อยู่ในกลุ่มนี้คิดไปว่ากฎแห่งกรรมจะไม่มีจริง คำสั่งสอนที่ว่านี้คือ “กลฺยาณการี  กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นั้น

ดังนั้นบุคคลที่ทำกรรมอะไรลงไปแล้วนั้น ย่อมได้รับผลในทางจิตใจทันที เมื่อทำกรรมดี เช่น ทำบุญตักบาตร ทำทาน ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ก็จะทำให้จิตใจดีขึ้นมีความปีติ และความสุขในกรรมดีที่ตนทำ ในเมื่อกรรมที่ทำเป็นกุศล ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ทำด้วยความโลภหรือด้วยอกุศลเจตนาหรือหวังผลตอบแทน

เรื่องกฎแห่งกรรมมีข้อมูลมากมายนัก เราเองก็จะพยายามเลิกทำบาป พยายามศึกษา นั่งสมาธิ สวดมนต์ภาวนาให้เป็นประจำ จะได้ส่งผลให้เรามีจิตใจที่ขาวสะอาด ทำงานจะได้คิดได้ทำได้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพดี