เสียชีวิต เพราะ เสียเวลา

หัวข้อ เสียชีวิต เพราะ เสียเวลา

             จากประสบการณ์ ในการทำงานพบว่า การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอาจมีส่วนบ้างไม่มากก็น้อย ที่ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเสียชีวิต เพราะ การเดินทาง ไปถึงโรงพยาบาล ล่าช้า เกิดจากเมื่อประสบอุบัติเหตุแล้ว ผู้ประสบอุบัติเหตุอาการหนัก ลักษณะหมดสติ มีสติอยู่ช่วงเวลาหนึ่งสั่นๆ หรือ มีสติแต่อาการหนังจนไม่สามารถขยับเขยื้อนเองได้และ ผู้ประสบอุบัติเหตุเดินทางไปคนเดียวตามลำพัง หรือ อาจไปหลายคน แต่คนที่ไปด้วยมีอาการบาจเจ็บเหมือนกัน ไม่สามารถพาคนเจ็บหนักไปโรงพยาบาลได้ หรือ เดินทางไปไกลจากที่พักทำให้ไม่มีเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องมาช่วยเหลือทันที หลังจากประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน

            ถ้าคิด หรือ หวังว่า ถ้าประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว มีคนช่วยเหลือทันที เป็นความคิดความหวัง ที่ไม่หวังเป็นเหตุผลที่ดีกว่า เพราะสภาพสถานการณ์จริง ถ้าผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนอาการหนัง ถึงกับหมดสติ คนอยู่บริเวณจุดเกิด เห็นเหตุการณ์ มีไม่มากนัก ที่นำผู้ประสบอุบัติเหตุ บนท้องถนน ส่งโรงพยาบาลทันที หลังอุบัติเหตุเกิดขึ้น ถ้าอาการไม่หนังมีสติ กรณีหลังมีคนช่วยเหลืออยู่มาก คนอยู่ใกล้บริเวณผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ใช้วิธีโทรแจ้งตำรวจ หรือ โทรแจ้งญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านที่ทำงานที่หน่วยกู้ชีพต่างๆ หรือ โทรไปหน่วยกู้ชีพโดยตรง และ เมื่อหน่วยกู้ชีพมาถึง ลักษณะการทำงานของหน่วยกู้ชีพ คือ ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับคนที่บาจเจ็บเล็กน้อย คนที่พอช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนผู้ประสบอุบัติเหตุที่อาการหนัก ทางหน่วยกู้ชีพ ต้องแจ้งไปที่ศูนย์ นเรนทร ที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ศูนย์นเรนทร ในการมาบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ต้องมีพยาบาลวีชาชีพ หรือ แพทย์มาด้วย

           หน่วยกู้ชีพต่างๆ ไม่สามารถเคลื่อนย้าย ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนอาการหนักได้ เพราะ เกรงผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเสียชีวิตขณะเดินทาง หรือ จากการช่วยเหลือของหน่วยกู้ชีพ ทำการช่วยเหลือไม่ถูกวิธี ผิดขันตอน ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน พิการ อาการไม่ปกติเหมือนเดิม แม้รอดชีวิต ในภายหลัง หน่วยกู้ชีพต่างๆ เกรงถูกฟ้องร้อง และที่สำคัญจากสอบถามข้อมูล ได้ว่า เป็นกฎของทางมูลนิธิกู้ชีพต่างๆ เป็นกฎของแพทย์สภา หรือ ในกฎหมายบ้านเมือง      “ ไม่แน่ไจ” ที่ผู้เคลื่อนย้าย ผู้ประสบอุบัติเหตุอาการหนักต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ หรือ แพทย์เท่านั้น

           จากขั้นตอนปกติหลัก หลังจากมีผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้น  ขั้นตอนช่วงเหลือที่      1. มีคนโทรไปแจ้งตำรวจ และ ตำรวจโทรไปแจ้งหน่วยกูชีพต่างๆ หรือ โทรแจ้งไปที่หน่วยกู้ชีพต่างๆโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 5– 30 นาที ในการเดินทางมาของหน่วยกู้ชีพถึงที่เกิดเหตุ ขึ้นอยู่กับหลังจากมีผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว ใช้เวลาในการโทรแจ้งตำรวจ หน่วยกู้ชีพต่างๆ ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น หน่วยกู้ชีพมีที่ตั้งศูนย์อยู่ ใกล้-ไกล กับสถานที่เกิดเหตุ และ เป็นช่วงกลางวันหรือ กลางคืน ถ้าใกล้ และ กลางคืน สามารถถึงที่เกิดเหตุเร็วกว่า หน่วยกู้ชีพมีที่ตั้งศูนย์อยู่ ไกล และ เหตุเกิดกลางวัน เมื่อหน่วยกู้ชีพมาถึง ต้องตรวจดูผู้บาจเจ็บหนัก ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้เตรียมพร้อมเคลื่อนย้าย และแจ้งไปที่ศูนย์ นเรทร เป็นขั้นตอนช่วยเหลือที่ 2. ศูนย์นเรนทร ที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ และต้องใช้เวลาการเดินทางมาในสถานที่เกิดเหตุ และ เคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาล ใช้เวลาอีก ประมาณ 10 – 30 นาที ขึ้นกับใกล้-ไกล กับสถานที่เกิดเหตุ และ เป็นช่วงกลางวันหรือ กลางคืน ถ้าใกล้ และ กลางคืน สามารถถึงที่เกิดเหตุเร็วกว่า ที่ตั้งศูนย์อยู่ ไกล และ เหตุเกิดกลางวัน      

           สรุปว่า ถ้าคุณ หรือ ญาติพี่น้อง เพื่อนมิตรสหาย เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และอาการบาจเจ็บรุนแรง ถึงขยับเขยื้อนไม่ได้ ถึงหมดสติไป ต้องใช้เวลา ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง 30 นาที ในการเดินทางถึง ห้องฉุกเฉินของ โรงพยาบาล

           ประเด็นชวนคิด ถ้าหน่วยกู้ชีพไปถึงสถานที่ประสบเหตุ และ พบผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แล้วสามารถเคลื่อนย้ายผู้นำส่งโรงพยาบาล ในทันที ไม่ต้องแจ้งไปที่ศูนย์นเรนทร มาดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุบนท้องถนน

          ถามว่าการเคลื่อนย้ายผู้บาจเจ็บ แบบไหนมีโอกาส ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่ากัน ข้อเสียของการเคลื่อนย้ายของหน่วยกู้ชีพต่าง คือ หน่วยกู้ชีพต่างๆ เคลื่อนย้ายไม่ถูกวิธีไม่ใช้ผู้ชำนาญ ไม่ได้รักการอบรมมาอย่างดี ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน พิการ รางกายผิดปกติไม่เหมือนเดิน หรือ การที่ผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตละหว่างทาง มีโอกาสถูกฟ้องร้อง จากญาติผู้เสียชีวิตที่ไม่เข้าใจ ไม่สบายใจ กับการทำงานของหน่วยกู้ชีพ  แต่ข้อดีคือ ผู้ประสบอุบัติเหตุ จะถึงห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาล ภายในเวลา ประมาณ 15 – 40 นาที

           คำถามที่ต้องหาคำตอบว่า การเคลื่อนย้านผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ระหว่างหน่วยกู้ชีพต่างๆ ที่เคลื่อนย้านได้ทันที อย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงสถานที่เกิดเหตุ นำส่งไปถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล แต่อาจมีวิธิการที่ไม่ถูกหลังทางการแพทย์ ไม่มีใบวิชาชีพ หรือ รอศูนย์นเรนทร มาเคลื่อนย้ายผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ตามรูปแบบวิธีการในปัจจุบัน ที่ช้าเสียเวลามากหน่อย แต่ถูกวิธี ผู้เคลื่อนย้ายมีความชำนาญ ในการส่งถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล  

           โอกาสการรอดชีวิตแบบไหนมากกว่ากัน เวลาในการนำส่งผู้ประสบอุบัติเหตุไปถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ของหน่วยกู้ชีพต่างๆเมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์นเรนทร การนำส่งด้วยหน่วยกู้ชีพในทันที ที่เขาถึงจุดเกิดเหตุและพบผู้บาดเจ็บ รวดเร็ว กว่านำส่งด้วยการรอรถศูนย์ นเรนทร ประมาณ  15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

           จากประสบการณ์จากการทำงาน พบว่า ผู้ปกครอง ญาติพี่น้องสะท้อนออกว่า หลังจากประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว กว่าจะถึงโรงพยาบาล ช้ามาก รอรถพยาบาล รอแพทย์ที่ต้องมาเคลื่อนย้าย ช้ามากๆ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า ถ้าผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นญาติพี่น้อง ของเราของคุณ สภาพจิตใจในสถานการณ์นั้น คงอยากนำส่งให้ผู้บาดเจ็บ ถึงโรงพยาบาลให้ไว้ที่สุด เวลาแค่ 5 นาที อาจนานเหมือนเป็น ชั่วโมง

           ต่อมาอีกคำถาม ถ้าคุณหรือ ญาติพี่น้อง มิตรสหาย เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน คุณอยากถูกนำส่ง ห้องฉุกเฉิน หรือ นำส่งญาติพี่น้อง มิตรสหาย ในทันที ด้วยเวลาที่รวดเร็ว หรือ รอปฎิบัติตามรูปแบบขั้นตอน ที่ใช้อยู่ ในปัจจุบัน จากประสบการณ์จากการทำงาน ผมเลือกให้นำส่งห้องฉุกเฉิน เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทันที

วาทะ สอนชีวิต คิดอย่างเป็นระบบ ค้นอย่างมีหลักการ พบอย่างผู้เชี่ยวชาญ my sci วิทย์ศาสตร์ของฉัน จากช่องสารคดี ทาง เคเบิ้ลทีวี

                                                                                   สืบ  ธรรมชาติ   บอ 38

                                                                                        14 พ.ค. 2553