ข้าพเจ้าเพิ่งเสร็จสิ้นการทำกระบวนการสุนทรียสนทนา...เพื่อผ่องถ่ายและแบ่งปันในหนทางแห่งการนำสุนทรียสนทนามาใช้ในวิถีการงาน
ผู้ร่วมวง เป็นน้องพยาบาลจบใหม่...
เป็นความสดใสและเบิกบานใจมาก ทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกไปถึงว่า...ครั้งหนึ่งเราก็เคยสดใสและเบิกบานเป็นดั่งดอกไม้งามแห่งเมล็ดพันธุ์ทางการพยาบาลนี้
ผู้จัด...จัดเสมือนว่าให้บรรยายหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่พี่จิ๊...ว่าที่หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลคนใหม่ก็ได้ให้โอกาส และอิสระอย่างเต็มที่ต่อการนำกระบวนการ ข้าพเจ้าจึงใช้รูปแบบที่คุ้นชินคือ การทำกระบวนการ "สุนทรียสนทนา" ไปเลย
เป้าหมาย...คือ การบ่มเพาะมิติทางจิตวิญญาณของพยาบาล
ความงามของการงาน ต่อการสั่งสมพลังแห่งความรักความเมตตา
น้องหลายคนดูมีพลังแห่งความเบิกบานและความมีเมตตา และที่สำคัญมีกำลังใจที่ปรารถนาอยากทำเพื่อผู้ป่วย หลายคนก่อนที่เราพูดคุยบอกว่า ไม่อยากมาเป็นพยาบาล แต่นี่ได้มาเป็นกันแล้ว แล้วจะทำเช่นไรกันเล่า...
ก็ต้องทำและเผชิญหน้ากับการงานด้วยความเบิกบานใจ
หาคุณค่าของงานที่เราทำให้เจอ และลงมือปฏิบัติเพื่อเพิ่มพูน หรือพอกพูนคุณค่านั้น
"น้องตั๊ก" บอกว่าจากวงที่คุยกันตรงนี้ ทำให้น้องตั๊กอยากจับมือคนไข้เพื่อบอกลาก่อนกลับบ้าน น้องอ้อมบอกถึงคุณค่าที่เรามีแม้บางคราเรารู้สึกว่าเราไม่มีคุณค่า แต่ในความรู้สึกของใครอีกหลายๆ คนดั่งเช่นคนไข้ ก็ทำให้เรานั้นมีคุณค่าอย่างมาก
ใจแห่งความอ่อนโยน...เป็นใจที่ธรรมชาติให้เรามา เรานั้นพึงบ่มเพาะความอ่อนโยนและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น ใจแห่งความกรุณานี้จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานในอาชีพพยาบาล
ข้าพเจ้ารู้สึกขอบพระคุณน้องๆ ทุกคนที่ให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าในการมาแบ่งปัน การที่น้องทุกคนได้ใส่ใจและนั่งฟังต่อเรื่องเล่าที่ข้าพเจ้าได้ผ่องถ่ายสู่กันฟังนั้น ได้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีคุณค่าอย่างยิ่ง ในท่ามกลางสภาวะที่ความห่อเหี่ยวกำลังเบียดเบียนเข้ามา แต่ใจวันนี้กลับชุ่มฉ่ำขึ้น เพราะเราได้มีเวทีแห่งการแบ่งปันน้ำเพื่อหยดลงในใจ ผ่านวง "สุนทรียโสเหร่" (หรือที่เราเรียกกันว่า สุนทรียสนทนานี้)
กิจกรรมเล็กๆ เพียงแค่นี้...แค่การได้ตั้งวงเรื่องเล่าเล็กๆ ก็สามารถที่จะเติมเต็มพลังใจให้กับคนหน้างานได้อย่างมากมายมหาศาล
