ความขยันและความอดทนของคนจีน

          เช้าวันนี้ ผมและสมาชิกในครอบครัว  อยากกินข้าวหน้าเป็ด ผมเลยอาสาไปซื้อ มีข้าวหน้าเป็ดอยู่เจ้าหนึ่ง อยู่เลยหมู่บ้านที่ผมอยู่ไปนิดเดียว ไปตอนเช้าก็ดีไปอย่าง คนไม่เยอะ ตอนสั่งข้าวหน้าเป็ด 4 ห่อ มีผมอยู่คนเดียว ไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย

         ขณะนั่งรอ ผมเห็นปฏิกริยาของเจ้าของร้านทำงาน ผมตั้งใจดูเป็นพิเศษ เขาหยิบเป็ดทั้งตัวมาวางบนเขียง ลักษณะการใช้ปังตอในการชำแหละเป็ดคล่องแคล่ววองไว ผมยิ่งดูก็ยิ่งเพลิน มันเป็นศิลปะที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ ผมทึ่งมาก ทั้ง ๆ ที่ เจ้านี้ผมก็มาซื้อบ่อย แต่มาตอนคนมาก เลยไม่เคยเห็นภาพนี้

         อดไม่ได้ ก็เลยต้องถาม ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยพูดคุยกับเขามาก่อนเลย นอกจากสั่งเป็ด ถามเขาว่าใช้เวลานานใหม? กว่าจะคล่องขนาดนี้ เขาบอกว่า ใช้เวลาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครสอนเลย แต่อาศัยการเป็นลูกมือเถ้าแก่ ตั้งแต่เชือดเป็ด ทำเป็ด และปรุงรสชาดเป็ดทั้งหมดนี้ใช้เวลาอยู่ 10 ปี จากนั้นมาอยู่หน้าเขียง อีกเกือบ 10 ปี ถึงได้แยกมาขายที่นี่

         ผมถามต่อว่า อยู่กับเถ้าแก่เดิม มาเกือบ 20 ปี แล้วแยกตัวมา เถ้าแก่ยอมหรือ ยอมหรือไม่ยอมอั๊วไม่รู้ แต่อั๊วบอกว่าเบื่อ เถ้าแกคงคิดว่าในเมื่อใจมันไม่เอาแล้ว ก็ปล่อยมันไปดีกว่า ผมชมเชยน้ำใจเถ้าแกในใจ ยังดีนะที่เขาให้สูตรมาทำขายเอง  ให้ที่ใหน อั๊วแอบลักจำมาเอง ใครละที่จะบ้ายกวิชาให้คนอื่น

         ขณะนั่งทานข้าวหน้าเป็ด ผมคิดเปรียบเทียบคนจีนกับคนไทย ทุกอย่างอาจจะเหมือนกัน แต่ความขยันอดทน และใส่ใจในเรื่องของการเรียนรู้ คนไทยไม่มีทางเทียบคนจีนได้เลย คนไทยทำงานไปสักระยะก็คิดที่จะเป็นหัวหน้าคนแล้ว โดยไม่หันกลับมาดูความสามารถของตนว่าเข้าขั้นหรือยัง มีแต่จะเดินทางลัดท่าเดียว ผิดกับคนจีน อดทนในการเรียนรู้ ค่อยคิดค่อยทำ สุดท้ายก็ค้นพบแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง

         สุดท้ายผมคิดเลยไปว่า ถ้าคนจีนเขารู้จักกำพืดที่แท้จริงของคนไทย เขาคงไม่แต่งงานมีครอบครัวร่วมกับคนไทยเลย ด้วยเหตุผลง่าย ๆ "...กลัวจะเสียเผ่าพันธ์วะ..."