สวัสดีครับ ทุกท่าน
เรื่องของความเชื่อ อยู่คู่กับชาวโลกมานานนมแล้วนะครับ
วันนี้ผมมีนิทานเกี่ยวกับความเชื่อมาเล่าให้ฟังกันครับ

นานมาแล้วชาวอินเดียใช้วิธีการนำลูกช้างมาฝึกให้เชื่อง
โดยล่ามโซ่ขนาดใหญ่ที่ขาของลูกช้างติดกับต้นไม้หรือซุงขนาดใหญ่
พละกำลังของลูกช้างเองไม่สามารถที่ทำให้ลูกช้างมีอิสระได้
ความพยายามหลายๆ ครั้งแล้วไม่สำเร็จนั้น ทำให้ลูกช้างจดจำว่า
"ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้"
และหลังจากความพยายามอย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่นานพอ
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ลูกช้างจะยอมแพ้ไปเอง และเชื่อว่า
ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจหนีไปไหนได้ ท้ายที่สุดเมื่อลูกช้างโตเต็มที่
มีน้ำหนักหลายตัน คนเลี้ยงก็อาจเพียงแต่ผูกช้างนั้นไว้กับกิ่งไม้ก็พอ
มันจะไม่หนีไปไหน เพราะอันที่จริงมันไม่คิดที่จะหนีไปไหนเลยนั่นเอง

ในมุมมองผมแล้ว
การที่เราเห็นอะไรบ่อยๆ ซ้ำๆ แบบเดิมๆ
ก็จะกลายเป็นความเชื่อไป จนไม่กล้าทำอะไรใหม่
ความเชื่อสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พบเห็น
เช่นเห็นความสำเร็จของคนอื่น ก็บอกว่าเพราะเขาเก่ง เขามีเวลามาก
เขาฝึกมาอย่างดี เขามีพรสวรรค์ และไม่เคยตั้งโปรแกรมความเชื่อให้ตัวเอง
กลับบอกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มีเวลา มีงานต้องทำเยอะ
สร้างเงื่อนไขของการทำไม่ได้ให้กับตัวเอง
ลดศักยภาพของตัวเอง จนสุดท้ายก็เชื่อว่าตัวเองทำไม่ได้
จริงๆแล้ว แค่เปลี่ยนความเชื่อเท่านั้นเองว่าเราทำได้
เราก็จะทำได้ เพราะสิ่งยึดเหนี่ยวเราไว้มันก็แค่กิ่งไม้เล็กๆ เท่านั้นเอง
หลักการของมาสโลว์ครับ ตรงประเด็นเลย
ใช่ครับ เป็นหลักการง่ายๆ ที่มีคนใช้แล้วได้ผลครับ
ขอบคุณที่แวะมา ครับ คุณ บีเวอร์