เมื่อนักวิทยาศาสตร์หรือนักคิดได้สังเกตเห็นข้อเท็จจริงต่างๆจากโลกภายนอกของสมอง  เขาอาจจะคิดสร้างคำอธิบายขึ้นมาเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงนั้นๆ  เช่น  นักวิทยาศาสตร์ทาง Neurology, หรือ Physiology  ได้ศึกษาสมองของคน   โดยใช้ไฟฟ้าอ่อนๆจี้ที่บริเวณต่างๆของเปลือกสมองที่เรียกว่า Cortex   พบว่า   ถ้าจี้ที่ Cortex บริเวณขมับ   ผู้ถูกจี้หรือผู้ป่วย  ก็จะรายงานว่า  เขารู้สึกได้ยินเสียง  ถ้าจี้ที่ Cortex บริเวณท้ายทอย  ผู้ป่วยก็จะรายงานว่า  เขารู้สึกเห็นภาพ เป็นต้น

       การจี้ที่จุดต่างๆของสมองดังกล่าว  เป็นข้อเท็จริง   การรายงานด้วยการพูดของผู้ป่วย  ก็เป็นข้อเท็จจริง

       ต่อมา  ถ้านักวิทยาศาสตร์ผู้นั้น  หรือนักคิดสาขาอื่นๆ  เช่น  นักจิตวิทยา  นักปรัชญา   นำไปคิดต่อ  โดยใช้ความคิดเชิงสันนิษฐาน  จินตนาการ  และคิดเหตุผล   และ บรรยายเป็นข้อความว่า

        การรู้สึกสัมผัส(Sensations)เกิดขึ้นจากกิจกรรมของนิวโรนที่คอร์เท็กซ์ที่ติดต่อกับปลายประสาทที่เชื่อมต่อกับอวัยวะรับสัมผัสนั้นๆ  กล่าวคือ   ถ้าเชื่อมต่อกับหู  ก็จะเกิดการรู้สึกสัมผัสเสียง(Auditory  sensation)  ถ้าเชื่อมต่อกับตา  ก็จะรู้สึกสัมผัสภาพ หรือการเห็น(Visual  sensation)  เป็นต้น   บริเวณไหน  ก็บริเวณนั้น   ไม่ปะปนกัน

       ข้อความข้างบนนี้ก็เป็นทฤษฎี  คือ Theory of Sensations

       ที่ว่าเป็นทฤษฎี  ก็เพราะว่า   ข้อความนั้นประกอบด้วยคำหรือมโนทัศน์ที่ชี้ถึงสิ่งที่สังเกตโดยตรงไม่ได้  คือ  ไม่ใช่  Facts  เช่นคำ  การรู้สึกสัมผัส   การรู้สึกเห็น   การรู้สึกได้ยิน     กิจกรรมของกลุ่มนิวโรน   การเกิดการรู้สึกของกลุ่มนิวโรนขณะแสดงกิจกรรม    เหล่านี้   ล้วนแต่เป็นคำที่ชี้ถึงสิ่งที่เราสังเกตโดยตรงไม่ได้   เราได้แต่   สันนิษฐาน  เอาว่าเป็นอย่างนั้นๆ   เช่นเดียวกับที่ท่านเห็นคนด้านหลัง  แล้วท่านสันิษฐานด้านหน้าของเขาที่ท่านมองไม่เห็น    หรือเราเห็นภูเขาไฟ  เราก็สันนิษฐานว่า   ใจกลางโลกร้อนจนทุกอย่างหลอมละลาย   เห็นรอยเท้าคนยาวสองฟุต   ก็สันนิษฐานว่า  เขาจะต้องตัวสูงใหญ่ไม่ต่ำกว่า ๓ เมตร ฯลฯ

       จากตัวอย่างที่กล่าวมาจะเห็นว่า  ครั้งแรกสัมผัสข้อเท็จจริง  ต่อมาจึงสร้างทฤษฎีบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง