เก็บไว้ในใจไม่ได้แล้ว

อยากเล่าจัง

วันที่6 พ.ค.2553 ที่ผ่านมามีเรื่องราวที่ประทับใจในทีมการรักษา ขอเล่านิ๊ดนึงนะคะ

ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดูวุ่นวายมากในตึก3ข  ห้องแยก1ค่ะ  คนไข้รับมาครั้งที่สอง(ครั้งแรกย้ายมาจากที่อื่นหลังทำCABG มีปัญหาหลายอย่าง.........จนกระทั่งผู้ป่วยดีขึ้นมากค่ะแล้วญาติก็ขอไป ร.พ.ใกล้บ้าน....)

 ต่อมาได้ส่งตัวกลับมารักษาตัวต่อด้วยปัญหา sternotomy Infectionและมีปัญหาที่ปอดด้วย ซีด แผลกดทับ ขาดสารอาหาร  แพทย์ได้เปิดทำความสะอาดและวางท่อระบายที่แผลสายบนต่อ continues  suction เปิด presure ไม่เกิน 50 สายล่างต่อระบายลงขวดปากกว้าง  ท่อระบายทรวงอก(ดูระโยงระยางไหมคะ?)

ทำไมต้องเข้าห้องแยกเพราะต้องกันผู้ป่วยที่ดูแล้วมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากผู้ป่วยอื่น  และรายนี้ก็ติดเชื้ออยู่เดิมร่างกายอ่อนแอ(ญาติที่ดูแลต้องมีความรู้ด้วยค่ะ)

 

 หลังไปเปิดทำแผลที่ห้องผ่าตัดการทำแผลที่หอผู้ป่วยอาจารย์กำชับว่าชุดทำแผล ผ้าหมวก ฯลฯ เบิกจากห้องผ่าตัดเลย คนที่ทำแผลต้องเคร่งครัด.......

ต้องขอเล่าเรื่องการทำแผลที่ดูยุ่งยากวุ่นวายเมื่อแพทย์ต้องทำแผลแต่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีงามระหว่างกันเพื่อนมนุษย์ค่ะ

วันที่6 ที่ผ่านมาผู้ป่วยหายใจเหนื่อย (ดูเหนื่อยๆ ซีดๆ ก็แก้ไขตามอาการแล้ว)แต่วันนี้มีออกซิเจนต่ำ ดูซึมลง และเริ่มรับประทานทางปากไม่ได้(3วันที่ผ่านมาทานได้ทั้งทางปาก และอาหารทางสายยาง) ดูสัญญาณชีพ กับคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็ไม่แตกต่างมาก

พอดีพี่เบญจวรรณ (พี่อื๊ด)เรียกเราเข้าไปดู  เราก็เลยตามแพทย์สายนี้มาดู บังเอิญแพทย์ทำแผลอยู่ห้องแยก2 ใกล้กัน

วันนี้ทีมนี้ คุณหมอ พชร(มาจากจุฬา)มาใหม่ที่เราตั้งใจมาเรียนMed เด็กเก่งทั้งน้านอยู่สายนี้ ทั้งเก่งทั้งขยัน คุณหมอ พชร กับน้องExt มาดูและรายงานหมอหทัยวรรณ วางแผนจะเปลี่ยนท่อหลอดลมคอชนิดต่อเครื่องช่ายหายใจ

ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเครื่องช่วยหายใจพร้อมเรียบร้อยด้วยเวลาอันรวดเร็ว ก่อนคุณหมอหทัยวรรณมาเล็กน้อยผู้ป่วยบอกว่าไม่ไหวขอกลับบ้าน(ญาติแอบมากระซิบเรา)...ราเล่าให้คุณหมอ หทัยวรรณฟัง..

"คุณลุงหมอไม่ให้กลับหรอก คุณลุงยังดีอยู่เลย หมอจะให้คุณลุงหายกลับบ้านสิ ใจเย็นๆ" เดี๋ยวหมอทำแผลให้  หาแผ่น.....ไว้ให้หนู้ด้วยค่ะพี่(แผ่นผิดแผลนาโนราคา518บาท/แผ่นค่ะ)

เอาหล่ะสิในโรงพยาบาลยังไม่เข้ามา   (สั่งซื้อแล้วรอของมาส่งอยู่มาประมาณอาทิตย์หน้า)ไปซื้อในขอนแก่นก็หมด ....แผ่นนี้ช่วยทำให้แผลตื้นได้ผลค่ะดีมากด้วยรคาสูงหน่อยญาติต้องจ่ายเอง ตัวอื่นไม่มีปัญหาของไม่ขาด

"พี่ครับมีคนไข้ที่ตึก ส.ว. ผมเห็นอยู่หัวเตียงเป็นกล่องเลยลองถามเขาดูขอซื้อต่อสักแผ่นนะพี่"น้องExt บอกเรา

เรารีบติดต่อประสานงานทางตึกสว.ญาติผู้ป่วยลงไปทำธุระที่ประกันสังคม เราเลยขอเบอร์โทรกลับพยาบาล ขอคุยกับญาติผู้ป่วยเพื่อขอซื้อแผ่นนาโนนี้ต่อ

"ได้เลยค่ะยินดีช่วย ไปหยิบเอาได้เลยที่หัวเตียงนะคะ แล้วบอกพยาบาลกับคุณลุงด้วยว่าติดต่อป้าแล้วป้าอนุญาต"

เราก็ต้องหาพนักงานเดินไปตึก สว.(ไกลกันพอดู)

 พี่คะหนูจะเดินไปให้ค่ะเพราะหนูทำแผลที่นั่นแล้วหนูจะเอามาให้ค่ะ

ปัญหาต่อมา ตามญาติคุณลุงไม่ได้ ประกาศเสียงตามสายก็แล้ว โทรศัพท์คุณป้า ชาทแบตไว้ที่หัวเตียง แยก1นั่นเอง น้องExt ก็กรุณาออกเงินให้ก่อนแล้วค่อยมาเก็บกับคุณป้า

"คุณหมอป้ารออยู่ค่ะไม่เห็นมาเอาเลย" คุณป้าบอกมาด้วยความห่วงใย

'มาเอาแล้วค่ะหนูคุณหมอไปเอามาให้แล้วค่ะฝากเงิน580ไว้ให้คุณป้ากับพยาบาล ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ'

'ยินดีช่วยค่ะ'

ญาติคนไข้คุณป้าผู้แสนใจดี  คุณหมอผู้น่ารักและฝ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือมีความพอใจซึ้งในน้ำใจ

คุณลุงยิ้มออกไม่อยากกลับแล้ว

"คุณลุงไม่กลับบ้านนะเห็นไหมดีขึ้นแล้ว"

คุณลุงยิ้มพยักหน้า

"เดี๋ยวหมอให้กินไอติมนะ "คุณหมอหยอกน่ารัก

เห็นไหมคะปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยความมีน้ำใจของทุกฝ่ายอิ่มใจอิ่มรัก อื้ออาทร กัลญาณมิตร และมีควาสุข ของคนทำงานจริงๆค่ะ

คำสำคัญ (Tags): #การพยาบาลผู้ป่วยแผลติดเชื้อ #ความมีน้ำใจ #paliative care 
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น

สวัสดีค่ะ

แวะมาชื่นชมและให้กำลังใจคนทำงานค่ะ

ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข

ชื่นชมความใส่ใจ ตั้งใจและจริงใจของทีมค่ะ

และวันนี้เป็นวันที่น่าประทับใจคุณลุงย้มได้ เล่นกับพวกเราได้มากขึ้น

คุณลุงผ่านช่วงวิกฤตของชีวิตมาหลายๆครั้งในช่วงที่มาอยู่กับพวกเรา  บ่อยครั้งที่ทีมแพทย์จะต้องมาเฝ้าและทีมพยาบาลที่ต้องประสานงานกับทุกนาที บางครั้งนับเป็นวินาทีที่แต่ละช่วงจะผ่านพ้นไปอย่างอึดอัด  เราเข้าใจความรู้สึกของญาติมากๆ ที่ช่วงอึดอัดนี้อยากร้องตะโกนดังๆ  บางครั้งเราก็ดึงคุณป้าเข้ามากอด  ไม่รู้สิอยากให้คุณป้ามีที่ระบาย โอบไหล่ และก้าวผ่านความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

www.oknation.net/blog/rabbit-ban.../entry-1

ในความรู้สึกที่จะสูญเสีย และการไปอย่างไม่มีวันกลับ มันช่างยาก

ไม่เป็นใครก็ไม่รู้สึก มันต้องเจอเข้ากับตัวเอง

ใช่..การที่ญาติจะเซ็นต์ความยินยอมการจรดปากกา ..ว่าพยุงชีพ หรือ ทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมามันเป็นเรื่องยาก ยากมาก ยากจริงๆ คุณที่จะสูญเสียหัวใจเหมือนถูกเฉือนไปพร้อมๆกัน

www.comspu.com/diary/teenoi/inde...r%3D2009

แต่วันนี้ วันที่ก้าวผ่านพ้น  "ทีมที่เข้มแข็งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน"ช่วยให้หลายๆชีวิตมีความหวัง  ความหวังที่เป้าหมายสุดท้ายที่อาจแตกต่างกัน แต่ความหวังของคุณลุงวันนี้ พวกเราได้ช่วยคุนป้าและครอบครัวผ่านพ้นและมีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างเข้มแข็งไม่โดดเดี่ยว

คุณหมอหทัยวรรณ, คุณหมอ พชร ทีมCVT และน้องๆวิ่งเข้าวิ่งออกวันละหลายเที่ยว

น้องเมย์ น้องจุ๊บแจง น้องอ้อม น้องนอร์ น้องติ๊กน้องกาพย์ แม้กระทั่งน้องกุ๊งกิ๊ง น้องใหม่ปี 1- 2ปี ช่วยดูแลผู้ป่วยได้ดีจริงๆที่สำคัญต้องขอบคุณบรรด่พี่ๆที่ช่วยเทรนด์น้องฝึกน้องทั้งทางด้านงานความรับผิดชอบ ความเอาใจใส่ เสียสละ เราบอกได้ว่าน้องๆในward ทุกคนมีน้ำใจ เสียลสะ ก็มาจากพื้นฐานของน้องที่มีน้ำใจดี และพี่ๆที่เอาใจใส่ค่ะ

ขอบคุณแทนผู้ป่วยทุกคนด้วยค่ะ

www.leelart.net/forum/index

คนทำงานอยากเล่าเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นอย่างน้อยเมื่อวันเวลาผ่านไปเราจะได้ไม่ลืมสิ่งเหล่านี้........เพราะแต่ละวันเรามีกิจกรรมต่างๆมากมายและพบกับผู้คนมากหน้าหลายตา

วันนี้หลังจากที่ความดันของลุงตกจากระดับปกติคุณหมอต้องเพิ่มยาdopamine  ความดันโลหิตยังต่ำตลอด ต้องเพิ่ม Dobutamine  การเต้นของหัวใจเร็วมากกว่าค่าปกติ แพทย์คิดถึงseptic shock ต้องเปลี่ยนยาเพิ่มความดันเป็น norepinephrine (Levophed)

dopamine กลไกการออกฤทธิ์

http://www.google.co.th/imglanding?

 norepinephrine (Levophed)

ไม่มี Levophed แต่มี norprin

Sunday, 28 March 2010 17:44 | Author: สุนทราพร |   

              วันที่ 26 มีนาคม 2553    แผนกAEได้จัดอบรม+KM การบริหารยา  Adrenergic Agonists (Adrenomimetic  drugs) ระหว่างพยาบาลและเภสัชกร AE ยาทั้งหมดที่ได้พูดคุยกันมี 4 ชนิดแต่วันนี้ดิฉันจึงขอนำความรู้มาเผยแพร่แก่ผู้สนใจได้นำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์  คือ  NOREPINEPHRINE (NE ) หรือ  NORADRENALINE (NA) 

             ก่อนอื่นดิฉันในฐานะผู้จัดขอขอบคุณ ภญ.วลัยพร  วินัยโกศล  (คุณฝน) ภญ.หฤทัย อภิภัทรกุล(คุณนุก) ที่กรุณานำความรู้มาฝากชาว AE ทุกเดือน  ขอบคุณ ผตก. AEที่สนับสนุน และขบคุณชาวเออีทุกคนที่เอาความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน  

             NOREPINEPHRINE (NE ) หรือ  NORADRENALINE (NA) 

รูปแบบยาและความแรง :   Ampule 4 mg/ 4 ml  

ชื่อการค้า : ยาที่มีในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ Levophedâ เป็นยาในบัญชี  ราคา 319 บาท *** แต่ปัจจุบัน (มีนาคม 53)เอาออกจากโรงพยาบาลแล้วเปลี่ยนเป็น norprinâ แทนนะคะ  ดังนั้นเราควรจำชื่อสามัญให้แม่น แทนชือการค้า 

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

1  ผลต่อ alpha receptor > Betareceptor

2  หัวใจและหลอดเลือด

                    -    i.v. infusion: เพิ่ม systolic และ diastolic pressure, pulse pressure เพิ่มขึ้น

          -    กระตุ้น baroreceptor : ลด HR

3  อาจมีผลลดการไหลเวียนเลือดไปบริเวณต่างๆของร่างกาย

4  ไม่มีผลเด่นชัดต่อกล้ามเนื้อเรียบและอวัยวะต่างๆ

 

ข้อแตกต่างของ norepinephrine กับ epinephrine

 -             NE มีผลต่อ β2 receptor (มีผลต่อหลอดลม) น้อยกว่า Epinephrine  

-            NE เพิ่มทั้ง diastolic และ systolic blood pressure 

-            NE กระตุ้นให้เกิด Compensatory vagal reflex (กระตุ้น Baroreceptor) 

-           ให้ทางหลอดเลือดดำแบบหยดได้อย่างเดียวเท่านั้น 

 ประโยชน์ในทางคลินิก

-           สำหรับภาวะ Septic shock

-           สำหรับภาวะ cardiogenic shock ระดับรุนแรงที่มี systolic pressure < 70 mmHg ร่วมกับมี total peripheral resistance อยู่ในเกณฑ์ต่ำ   (Hypotention shock)แต่ปัจจุบันนิยมใช้ dopamine มากกว่าเพราะไม่ค่อยมีผลกระทบต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงที่ไตเท่ากับ NE 

อาการข้างเคียง คล้าย Epinephrine แต่รุนแรงน้อยกว่าอาการที่พบบ่อย ได้แก่ วิตกกังวล หายใจลำบาก หัวใจเต้นช้าและแรง และปวดศีรษะ ในขนาดที่มากเกินปกติจะ  ทำให้เกิดปวดศีรษะรุนแรง ปวดแน่นหน้าอก ซีด เหงื่อออก และอาเจียน อาจทำให้เกิด cardiac arrhythmia  ถ้าฉีดยาออกนอกหลอดเลือดเพราะจะทำให้เกิด necrosis  

การให้ยาการให้ยาแบบ continuous I.V. infusion           

เด็ก: เริ่มต้น 0.05 – 0.1 mcg/kg/min    เพิ่มขนาดจน ; max. 2 mcg/kg/min           

ผู้ใหญ่: เริ่มต้น 0.5 – 1.0 mcg/min       เพิ่มขนาดจนได้ผลที่ต้องการ;  ขนาดยาที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 8 – 30 mcg/min 

Hypotension, shock and cardiopulmonary resuscitation           

 เด็ก: เริ่มต้น 0.1 mcg/kg/min เพิ่มขนาดจน  ; max. 2 mcg/kg/min           

 ผู้ใหญ่: ขนาดเริ่มต้น 8 – 12 mcg/min เพิ่มขนาดจนได้ผลที่ต้องการ   (maximum dose : 30 mcg/min) 

การผสม ความคงตัว และความเข้ากันได้

•          เจือจางยาด้วย D5W หรือ D5S  ไม่แนะนำให้เจือจางใน NSS เดี่ยวๆเพื่อป้องกันการสูญเสียความแรงของยาจากปฏิกิริยา oxidation  

•          ห้ามให้ในสาย I.V. เดียวกันกับเลือดและพลาสมา หรือสารละลายที่เป็นด่าง เช่น sodiumbicarbonate 

•          ยาที่เจือจางแล้วคงตัวนาน 24 ชั่วโมง 

ข้อควรระวังในการใช้ยาอาจเกิดการรั่วซึมของยาออกนอกหลอดเลือด เพราะจะทำให้เกิดเนื้อตาย และหากต้องใช้เป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนแปลงบริเวณที่ แทงเข็มเข้ าหลอดเลือดเป็นระยะ เพื่อลดการเกิดภาวะหลอดเลือดหดตัวในบริเวณที่แทงเข็ม เมื่อเกิด extravasation  ให้ใช้  antidote คือ Phentolamine 5-10 mg  ใน NSS  10-15 ควรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  แต่ Phentolamine ไม่มีในประเทศไทย  

การพยาบาลขณะให้ยา NOREPINEPHRINE  หรือ  NORADRENALINE 

 -             อธิบายเหตุผลการรักษาให้ผู้ป่วยและญาติทราบก่อนให้ยา

-             ดูแลตามมาตรฐานการให้ยา HAD

-             การบริหารยาผู้ป่วย ควรให้ยาในเส้นเลือดขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของยาออกนอกเส้นเลือด ซึ่งจะทำให้เกิด tissue necrosis ได้ ระวังการรั่วซึมของยาออกนอกเส้นเลือด ถ้าจำเป็นควรเปลี่ยนบริเวณให้น้ำเกลือบ่อยๆ หากมีการรั่วให้ทา topical steroid แทน หรือการประคบเย็น

-             ให้ยาทาง IV infusion เท่านั้น ควรผสมใน D5W  D5S ไม่ควรผสมใน NSS ความคงตัวหลังผสม 24 ชั่วโมง ห้าม Bolus เด็ดขาด

-             วัดความดันโลหิตและชีพจรทุก 2 นาที เมื่อเริ่มให้ยา จากนั้นวัดทุก 15-30 นาทีเมื่อความดันโลหิตอยู่ในระดับที่ต้องการ (ปกติจะกำหนดที่ BP  ไม่ต่ำกว่า 90/ 60 mmHg ,SBP 80-100 mmHg หรือ SBP  ไม่เพิ่มเกิน 40 mmHg  เทียบกับค่า SBP ของเริ่มวัด)

-             หลีกเลี่ยงการผสมใน Alkaline solution เช่น KCl , NaHCO3 

-             ต้องใช้เครื่อง Infusion pump ในการบริหารยาผู้ป่วย-             ดูแลการปรับอัตราหยดของยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด-             ควร Monitor EKG ขณะให้ยา-             ติดตามสังเกตระดับความรู้สึกตัว ประเมิน tissue perfusion v/s อย่างใกล้ชิด  

-             บันทึก I/O  

-             ห้ามหยุดยาทันที ต้องลดอัตราลงช้าๆเพื่อป้องกันภาวะความดันต่ำ

-             รายงานแพทย์เมื่อ

o        Bradycardia; pulse < 60 BPM  ,

o        Hypotension;ต่ำกว่า 90/ 60 หรือ SBPเกิน 40 mmHg  เทียบกับค่า SBP ของเริ่มวัด

o        ปริมาณปัสสาวะลดลง < 0.5 ml/kg/hr

o        มีการรั่วซึมของยาออกนอกเส้นเลือด

o        พบอาการยาเกินขนาด: หัวใจเต้นเร็ว  ปวดศีรษะและความดันสูงมาก

o        พบอาการข้างเคียง : วิตกกังวล หายใจลำบาก หัวใจเต้นช้าและแรง และปวดศีรษะ ในขนาดที่มากเกินปกติจะทำให้เกิดปวดศีรษะรุนแรง ปวดแน่นหน้าอก ซีด เหงื่อออก และอาเจียน อาจทำให้เกิด cardiac arrhythmia

-            เฝ้าดูอัตราการไหลของน้ำยาทุก 1 ชม. บันทึกบริเวณแทงเส้นว่ามีปวด บวม แดง หรือไม่

 -           บันทึกข้อมูลการได้รับยาของผู้ป่วย  และผลข้างเคียงยาอย่างน้อย 3 ข้อ 

สรุปและรวบรวมโดย นางสุนทราพร วันสุพงศ์ พยาบาล 8 ชำนาญการ                            แผนก AE โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มข. 28/03/53 

              วันที่ 26 มีนาคม 2553    แผนกAEได้จัดอบรม+KM การบริหารยา  Adrenergic Agonists (Adrenomimetic  drugs) ระหว่างพยาบาลและเภสัชกร AE ยาทั้งหมดที่ได้พูดคุยกันมี 4 ชนิดแต่วันนี้ดิฉันจึงขอนำความรู้มาเผยแพร่แก่ผู้สนใจได้นำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์  คือ  NOREPINEPHRINE (NE ) หรือ  NORADRENALINE (NA) 

             ก่อนอื่นดิฉันในฐานะผู้จัดขอขอบคุณ ภญ.วลัยพร  วินัยโกศล  (คุณฝน) ภญ.หฤทัย อภิภัทรกุล(คุณนุก) ที่กรุณานำความรู้มาฝากชาว AE ทุกเดือน  ขอบคุณ ผตก. AEที่สนับสนุน และขบคุณชาวเออีทุกคนที่เอาความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน  

             NOREPINEPHRINE (NE ) หรือ  NORADRENALINE (NA) 

รูปแบบยาและความแรง :   Ampule 4 mg/ 4 ml  

ชื่อการค้า : ยาที่มีในโรงพยาบาลศรีนครินทร์Levophedâ เป็นยาในบัญชี  ราคา 319 บาท *** แต่ปัจจุบัน (มีนาคม 53)เอาออกจากโรงพยาบาลแล้วเปลี่ยนเป็น norprinâ แทนนะคะ  ดังนั้นเราควรจำชื่อสามัญให้แม่น แทนชือการค้า 

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

1  ผลต่อ alpha receptor > Betareceptor

2  หัวใจและหลอดเลือด

                    -    i.v. infusion: เพิ่ม systolic และ diastolic pressure,pulse pressure เพิ่มขึ้น

          -    กระตุ้น baroreceptor : ลด HR

3  อาจมีผลลดการไหลเวียนเลือดไปบริเวณต่างๆของร่างกาย

4  ไม่มีผลเด่นชัดต่อกล้ามเนื้อเรียบและอวัยวะต่างๆ

ข้อแตกต่างของ norepinephrine กับ epinephrine

-             NE มีผลต่อ β2 receptor (มีผลต่อหลอดลม) น้อยกว่า Epinephrine  

-            NE เพิ่มทั้ง diastolic และ systolic blood pressure 

-            NE กระตุ้นให้เกิด Compensatory vagal reflex (กระตุ้น Baroreceptor) 

-           ให้ทางหลอดเลือดดำแบบหยดได้อย่างเดียวเท่านั้น 

ประโยชน์ในทางคลินิก

-           สำหรับภาวะ Septic shock

-           สำหรับภาวะ cardiogenic shock ระดับรุนแรงที่มี systolic pressure < 70 mmHg ร่วมกับมี total peripheral resistance อยู่ในเกณฑ์ต่ำ   (Hypotention shock)แต่ปัจจุบันนิยมใช้ dopamine มากกว่าเพราะไม่ค่อยมีผลกระทบต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงที่ไตเท่ากับ NE 

อาการข้างเคียง คล้าย Epinephrine แต่รุนแรงน้อยกว่าอาการที่พบบ่อย ได้แก่ วิตกกังวล หายใจลำบาก หัวใจเต้นช้าและแรง และปวดศีรษะ ในขนาดที่มากเกินปกติจะ  ทำให้เกิดปวดศีรษะรุนแรง ปวดแน่นหน้าอก ซีด เหงื่อออก และอาเจียน อาจทำให้เกิด cardiac arrhythmia  ถ้าฉีดยาออกนอกหลอดเลือดเพราะจะทำให้เกิด necrosis  

การให้ยาการให้ยาแบบ continuous I.V. infusion           

เด็ก: เริ่มต้น 0.05 0.1 mcg/kg/min    เพิ่มขนาดจน ; max.2 mcg/kg/min           

ผู้ใหญ่: เริ่มต้น 0.5 1.0 mcg/min       เพิ่มขนาดจนได้ผลที่ต้องการ; ขนาดยาที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 8 30 mcg/min 

Hypotension, shock and cardiopulmonary resuscitation           

 เด็ก: เริ่มต้น 0.1 mcg/kg/min เพิ่มขนาดจน  ;max.2 mcg/kg/min           

 ผู้ใหญ่: ขนาดเริ่มต้น 8 12 mcg/min เพิ่มขนาดจนได้ผลที่ต้องการ   (maximum dose : 30 mcg/min) 

การผสม ความคงตัว และความเข้ากันได้

          เจือจางยาด้วย D5W หรือ D5S  ไม่แนะนำให้เจือจางใน NSS เดี่ยวๆเพื่อป้องกันการสูญเสียความแรงของยาจากปฏิกิริยา oxidation  

          ห้ามให้ในสาย I.V. เดียวกันกับเลือดและพลาสมา หรือสารละลายที่เป็นด่าง เช่น sodiumbicarbonate 

          ยาที่เจือจางแล้วคงตัวนาน 24 ชั่วโมง 

ข้อควรระวังในการใช้ยาอาจเกิดการรั่วซึมของยาออกนอกหลอดเลือด เพราะจะทำให้เกิดเนื้อตาย และหากต้องใช้เป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนแปลงบริเวณที่ แทงเข็มเข้ าหลอดเลือดเป็นระยะ เพื่อลดการเกิดภาวะหลอดเลือดหดตัวในบริเวณที่แทงเข็มเมื่อเกิด extravasation  ให้ใช้  antidote คือ Phentolamine 5-10 mg  ใน NSS  10-15 ควรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  แต่ Phentolamine ไม่มีในประเทศไทย  

การพยาบาลขณะให้ยา NOREPINEPHRINE  หรือ  NORADRENALINE 

 -             อธิบายเหตุผลการรักษาให้ผู้ป่วยและญาติทราบก่อนให้ยา

-             ดูแลตามมาตรฐานการให้ยา HAD

-             การบริหารยาผู้ป่วย ควรให้ยาในเส้นเลือดขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของยาออกนอกเส้นเลือด ซึ่งจะทำให้เกิด tissue necrosis ได้ ระวังการรั่วซึมของยาออกนอกเส้นเลือด ถ้าจำเป็นควรเปลี่ยนบริเวณให้น้ำเกลือบ่อยๆ หากมีการรั่วให้ทา topical steroid แทน หรือการประคบเย็น

-             ให้ยาทาง IV infusion เท่านั้น ควรผสมใน D5W  D5Sไม่ควรผสมใน NSS ความคงตัวหลังผสม 24 ชั่วโมง ห้าม Bolus เด็ดขาด

-             วัดความดันโลหิตและชีพจรทุก 2 นาที เมื่อเริ่มให้ยา จากนั้นวัดทุก 15-30 นาทีเมื่อความดันโลหิตอยู่ในระดับที่ต้องการ (ปกติจะกำหนดที่ BP  ไม่ต่ำกว่า 90/ 60 mmHg ,SBP 80-100 mmHg หรือ SBP  ไม่เพิ่มเกิน 40 mmHg  เทียบกับค่า SBP ของเริ่มวัด)

-             หลีกเลี่ยงการผสมใน Alkaline solution เช่น KCl , NaHCO3 

-             ต้องใช้เครื่อง Infusion pump ในการบริหารยาผู้ป่วย-             ดูแลการปรับอัตราหยดของยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด-             ควร Monitor EKG ขณะให้ยา-             ติดตามสังเกตระดับความรู้สึกตัว ประเมิน tissue perfusion v/s อย่างใกล้ชิด  

-             บันทึก I/O  

-             ห้ามหยุดยาทันที ต้องลดอัตราลงช้าๆเพื่อป้องกันภาวะความดันต่ำ

-             รายงานแพทย์เมื่อ

o        Bradycardia; pulse < 60 BPM  ,

o        Hypotension;ต่ำกว่า 90/ 60 หรือ SBPเกิน 40 mmHg  เทียบกับค่า SBP ของเริ่มวัด

o        ปริมาณปัสสาวะลดลง < 0.5 ml/kg/hr

o        มีการรั่วซึมของยาออกนอกเส้นเลือด

o        พบอาการยาเกินขนาด: หัวใจเต้นเร็ว  ปวดศีรษะและความดันสูงมาก

o        พบอาการข้างเคียง : วิตกกังวล หายใจลำบาก หัวใจเต้นช้าและแรง และปวดศีรษะ ในขนาดที่มากเกินปกติจะทำให้เกิดปวดศีรษะรุนแรง ปวดแน่นหน้าอก ซีด เหงื่อออก และอาเจียน อาจทำให้เกิด cardiac arrhythmia

-            เฝ้าดูอัตราการไหลของน้ำยาทุก 1 ชม. บันทึกบริเวณแทงเส้นว่ามีปวด บวม แดง หรือไม่

 -           บันทึกข้อมูลการได้รับยาของผู้ป่วย  และผลข้างเคียงยาอย่างน้อย 3 ข้อ 

สรุปและรวบรวมโดย นางสุนทราพร วันสุพงศ์ พยาบาล 8 ชำนาญการ                            แผนก AE โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มข. 28/03/53 http://www.nurse.kku.ac.th
เอาความรู้เรื่อง
High alert drug มาฝากค่ะ(HAD) การดูแลแพทย์ try wean ยาที่กระตุ้น heart rate ก็ Dopamine ลงก่อน ก็ดูแลความดันโลหิตไม่ให้ต่ำกว่าค่าปกติ การwean ยาไม่รีบผู้ป่วยมีปัญหาซับซ้อนมาก ทั้งติดเชื้อดื้อยาด้วย และมีปัญหา DICDisseminated intravascular coagulation (DIC) ยาต้านจุลชีพที่มีผลต่อไต ฯลฯก็ต้องตรวจวัดระดับยาอีก (ดีนะจ้ะว่ามีทีมเภสัชกรช่วยดูแล)
ที่สำคัญผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบไหลเวียน(คุณลุง อุณหภูมิผิวหนังจะต่ำด้วยค่ะ Keep warm ให้ตลอด )คุณหมอกลัวเรื่องlimp ishemiaด้วย
แล้วก็สำเร็จค่ะ
ประทับใจทีมCVT มากจริงๆค่ะ ทั้งน้องทั้งพี่วิ่งดูแลผู้ป่วยพี่นุ้ย หทัยวรรณ กับพี่พชร เป็นแพทย์ที่น่ารักและดูแลผู้ป่วยดีมากๆเลย พี่ๆและน้องพยาบาลผู้ช่วยพยาบาลก็ขยันขันแข็ง ทำให้แต่ละเวรผ่านไปได้ด้วยดี แม้บางวันเหนื่อยแทบไม่ได้พัก
น้องEXT บางทีอยู่เวรต้องมาช่วยเพื่อนทำงานด้วยน่ารักมาก
และทำให้ญาติผู้ป่วยยิ้มได้เหมือนกัน
ที่สำคัญวันนี้เราเห็นคุณลุงฟื้นและยิ้มให้พวกเราอีกครั้ง แม้ระดับ LFT ที่วัดระดับได้สูงกว่าปกติ(อีกแล้ว)...เฮ้อปัญหาข้างหน้ามีอีกแล้ว

1/6/53วันนี้เวรบ่ายค่ะ

แล้วค่าความดันโลหิตของคุณลุงก็ร่วงระดับลงอีกแล้ว.......

ใจเอย ....ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก..น้ำตาแห่งความอาลัย ใจหายระคนกับความสงสาร.....ทุกอย่างที่เลือกการรักษาให้คุณลุงมันช่างมีแต่ความทุกข์ทรมาน แต่ก็ต้องเลือก ถ้าไม่เลือกเป็นการปิดประตูของการรักษาที่อุตส่าห์ดั้นด้นมา....เกือบ2เดือนแล้วที่คุณลุงอยู่กับพวกเรา.....และวันนี้ที่หมอนุ้ย(คนน่ารัก)บอกกับป้าว่าเราจะไม่ขึ้นยาความดันโลหิตอีกแล้ว...และอธิบายให้คุณป้าฟัง.......เข้าใจดีมากแต่.....การจากครั้งนี้มันจะไม่เห็นหน้ากันอีก.....เวลาที่เหลือน้อยนิด...............ป้าร้องไห้และยิ้มทั้งน้ำตาให้พวกเรา.....แล้วเราก็เดินไปโอบกอดไหล่ป้าเขย่าเบาๆ...วันนี้ป้ากินข้าวรึยัง.....

................น้ำตาแห่งความว้าเหว่ไหลริน...............แม้จะรู้ว่าคุณลุงอาการไม่ดี..แต่เพลงที่พวกเราเลือกก็ได้เปิดให้คุณลุง........เพลงลูกทุ่งเก่าๆ..เราพูดข้าหูคุณลุง...ฟังเพลงของสายัณห์  สัญญา นะ......คุณติ๊ก  นอร์ และน้องอ้อมเป็น ดีเจ แห่งคลื่น 91.0เมกกะเฮิร์ตมอบให้......ถึงจะเหนื่อยล้าเพียงใดคุณลุงยังเผยอเปลือกตามองดู..และพยักหน้าหงึกหงัก....อย่างช้าๆๆๆ...........

             ประมาณ20.30 คุณป้าก็ยังไม่กินอะไรเลย..ก้อนสะอึกมันจุกที่คอหอย..เราบอกคุณป้าลงไปอาบน้ำและกลับขึ้นมาดูอีกทีนะ เพราะคุณป้าไม่อยากได้ยินเสียงโทรศัพท์จากหอผู้ป่วยตาม......เราบอกว่า...เอาเถอะโทรหาหนูนะเมื่อมีคำถามหนูอยู่ถึงเกือบตีหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้เวรเช้า......ไปเถอะไปทานข้าวหน่อย....อาบน้ำหน่อยนะร่างกายเราก็ต้องดูแลอย่าทรมานตนเองถ้าเราเป็นอะไรไปอีกคนลูกยิ่งจะกังวล

........ญาติเตียงข้างๆซึ่งเป็นกัลยาณมิตรที่ดีพาคุณป้าลงไปเกือยชั่วโมงคุณป้ากลับมาพร้อมกับลูกๆที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ

...อยากเอาพ่อกลับบ้าน.....อยากให้พ่อเห็นบ้าน.....เหมือนที่พ่ออยากเห็น....เวลานี้เกือบห้าทุ่มแล้วน้องเมย์บอกว่า..ญาติคุณลุงมาไปคุยให้หน่อย........

เราก็อธิบายและให้ญาติๆเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับคุณลุง.....เวลานี้ความดันต่ำกว่าปกติเล็กน้อย.....อาจจะอยู่ถึงเช้า....เมือ่คลื่นหัวใจเป็นเส้นตรงแสดงว่าคุณลุงจากเราไปแล้ว

เมื่อถามเรื่องรถที่พาคุณลุงกลับบ้านเราติดต่อประมาณราคาพร้อมเจ้าหน้าที่.............

.....เอาเป็นว่าขอกลับพรุ่งนี้แล้วกัน.....จากนั้นเราก็แนะนำให้ญาติพากันไปพักผ่อนพรุ่งนี้มาแต่เช้าคืนนี้คงยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักมีอะไรจะส่งข่าวด่วน.....

ป้ากอดเอวเราแน่นน้ำตาแห่งความอัดอั้นหยดเป็นทาง วันนี้ป้าร้องไห้ตลอด.....

....เราบอกป้าว่า..พรุ่งนี้จะมาแต่เช้าจ้า........

วันนี้2/6/53 วันนี้เวรเช้าจ้า

เราอยู่ทีมสาม intermediat unit ทีมที่คุณลุงดูช่างเหนื่อยล้าเสียจริง

น้องบอกว่าญาติจะพาคุณลุงกลับบ้านติดต่อรถไว้แล้ว มีน้องแจง(ลงเวรดึก)กับพี่อื้ดไปส่ง เก็บเงินค่ารถกับค่าเจ้าหน้าที่ที่ไปด้วยแล้ว.......เรารีบให้น้องแจงส่งเวรรีบลงไปพัก แล้วจะโทรตามเมื่อพร้อม...เราปรึกษาญาติว่า....ถ้ารถไปส่งถึงบ้านแล้วคุณตายังหายใจเองได้ทางโน้นได้เตรียมออกซิเจนไว้ที่บ้านไหม?....ยืมไม่ได้...ไม่มีเลย....ลูกชายก็บอกว่าทำใจแล้วครับ...ไม่อยากให้พ่อทรมาน........

......บอกลูกชายคุณลุงว่า  จะตามหมอมาเอาท่อระบายทรวงอกออกให้และทำแผลใหม่.....ตกแต่งแผลให้เรียบร้อย....วันนี้ CVT ยุ่งมากเป็นพิเศษ...เราเห็นใจน้องEXT มากบางคนนอนน้อย......เหนื่อยจริงพี่.....คำนี้พวกเราได้ยินจนชินหู.....เดินแทบไม่ไหว.......แต่ดีที่ทางเจ้าหน้าที่เป็นกันเองกับทีมแพทย์....มักจะมีขนมและให้...และแพทย์มักมีขนมติดไม้ติดมือมาฝาก.....

.......เราบอกน้องEXT ว่าแผลที่Serum Audออกมาเรื่อยๆเดี๋ยวพี่Scrub ด้วย hibiscrub ดีกว่าเอาแบบ clean เพราะไม่อยากให้มีกลิ่นน้ำเหลืองพันรอบด้วย top gauze ใส่pampersอีกทีวันนี้คุณลุงแต่งตัวด้วยเสื้อลายสก็อต กางเกงสีกรมท่า ตัวที่ใส่มาโรงพยาบาลเกือบสองเดือนที่อยู่ด้วยกันมา.......

แล้วความผิดพลาดก็เกิดขึ้นจนได้ ด้วยราคาค่ายานอกบัญชีเกือบสามหมื่นที่ระบุว่าwardผ่าน สังคมสงเคราะห์ได้ยาแล้วไม่มีหลักฐานผ่านห้องการเงิน เดือดร้อนที่ทางเภสัชต้องค้นหาหลักฐานการเบิกใช้ยา กินเวลาเกือบสามชั่วโมง........จนสุดท้ายห้องยาบอกว่าพบหลักฐานแล้วผ่านห้องยาห้องการเงินแล้ว...แต่การเงินไม่ได้เอายอดออก..ไม่เป็นไรหนูแจ้งการเงินให้ค่ะ.......นับว่าเป็นการทำงานที่.......ต้องนำไปพัฒนาจริงๆ

......เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย.....คุณลุงทำปากขมุบขมิบ.....เราถามญาติว่าญาติพูดทุกเรื่องแล้วรึยัง?........เป็นเฮือกสุดท้ายที่เราถามว่า....อยากบอกลาหมอนุ้ย หทัยวรรณ   ใช่ไหม?

......คุณลุงพยักหน้าพยายามลืมตามองเรา.....เรารีบต่อสาย.......

.....ได้ค่ะพี่ต้อม....เสร็จ Breast clinic แล้วจะรีบไปหาคุณลุงค่ะ.....ปลายสายหมอนุ้ยพูดรวดเร็ว...................

.....วันนี้หมอนุ้ยมาไม่ทันแล้วคุณลุงกลับบ้านไปแล้ว .....สงสารคุณลุงเนาะพี่ต้อม...หมอนุ้ยเอ่ยเบาๆ...

......ที่บ้านที่อบอุ่นมีญาติๆรอต้อนรับคุณลุง.......

....พี่เติมเวรบ่าย...น้องอ้อมต่างบอกว่าสงสารคุณลุงจัง..หนูอดร้องไห้ไม่ได้ค่ะ...

.....16.15 น.เราโทรไปถามข่าวคราว..ลูกสาวคุณลุงรับสาย...บอกว่าคุณลุงไปจากพวกเราเมื่อ.....เกือบสี่โมงเย็น.......แล้วป้าก็มารับสายร้องไห้สะอึกสะอืนเราส่งข่าวว่าคุณหมอนุ้ยหทัยวรรณ...ลงมาหาคุณลุงอยู่นะ....ขอบคุณคุณหมอมากบอกฝากขอบคุณคุณหมอคุณพยาบาลด้วยค่ะ...ป้าบอกมาเสียงสั่นพร้อมสะอื้น.....

......พี่นุ้ย(หมอหทัยวรรณ)...คุณลุงไปแล้วนะเมื่อสี่โมงเย็นนี้.......พวกเราส่งข่าวคุณหมอนุ้ย(ลูกสาวหล่าของคุณลุง)

....กระดาษ เอ 4 ที่เขียนด้วยตัวหนังสือโตๆที่บอกว่าแม้คุณลุงไม่หายแต่คุณหมอคุณพยาบาลเจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยคุณลุงอย่างเต็มที่ครอบครัวคุณลุงรู้สึกตื้นตันใจไม่รู้จะบอกว่าขอบคุณอย่างไร.......

อยากเล่าค่ะ อยากเล่ามากมายกับความประทับใจของทีมศัลยกรรม ทีมของคุณหมอนุ้ย คุณหมอหทัยวรรณ (คนตัวเล็กแต่น้ำใจงาม)

วันนี้ถึงแม้ตัวเองจะขึ้นเวรเช้าและเป็นพยาบาลหัวหน้าเวร   คุณกะติกน้ำเป็นรักษษการหัวหน้าตึก 3ข  แต่ทำหน้าที่แทนเราหมดเลย เพราะเราขลุกอยู่กับทีมIntermediat care Unit โอ้ยพูดให้เพราะค่ะ ทีมกึ่งวิกฤต

เมื่อคืนมีเหตุการณืเปลี่ยนแปลงมากมายน้องๆเวรบ่ายวิ่งกันวุ่น แม้เราเวรเช้าบอกว่า จิ๊บๆ

แต่วันนี้ 11/08/53 เวรเช้า ไม่มีผู้ป่วยทีมสาม สงบเลยอาการเปลี่ยแปลงทุกนาที ทุกชั่วโมงเริ่มจากเตียง24 ที่อาการเปลี่ยนแปลงช่วงเวรบ่ายและต่อเวรดึกช่วงตีสาม แพทย์ต้องตัดสินใจใส่ท่อช่วยหายใจ ยังเกณ็งตลอดแพทย์ต้องเฝ้าระวัง

วันนี้ดูว่ายุ่งๆแต่ลึกๆเรากลับมองเห็นสายตาแห่งความรัก ความอาลัยของญาติ พ่อ แม่ ที่เฝ้าดูแลชายหนุ่มที่เจ็บป่วยมาเกือบสามปีด้วยโรคเนื้องอกสมองที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เป็นผู้ป่วยที่พวกเราคุ้นเคย เข้าออก สมาชิกประจำว่างั้นเถอะดังนั้น เรื่องราวต่างๆบางครั้งมองตาก็สัมผัสถึงความรู้สึกทั้งคนเฝ้าและคนดูแล

มีเตียงนี้เท่านั้นมั้งที่ยังยิ้มได้

เตียง23 อุบัติเหตุค่ะ มีกระโหลก ร้าว อาการยังน่าเป็นห่วงอยู่มีพี่สาวมาดูแล ผู้ป่วยยังสื่อสารไม่ได้ดังนั้นการสังเกตอาการสัญญาณชีพและการสัมผัสจึงจำเป็น ประกอบกับไข้สูงเราต้องขอแรงญาติช่วยเช็ดตัวด้วย เราสามคนพยาบาลที่ดูแลรวมทั้งน้องใหม่ที่ดูแลพี่ๆพยาบาล(ผู้สูงวัยทั้งสองคนอิๆๆ...แอบใช้น้องเปล่าวเนี่ย)ปัสสาวะยังออกมาก น้ำตาลในกระแสเลืดยังแกว่ง และซีดตามมา  เสมหะก็มาก  ต้องดูคนต่อคนเลยว่างั้นเถอะ

ดีนะฝั่ง Nruro มาทีเฝ้าช่วยพยาบาลเลยว่างั้นเถอะ

ต้องข้ามมาอีกรายแม้จะดีกว่าเพื่อนในระดับความรู้สึกตัวแต่เรื่อง การเต้นของหัวใจยังต้องดูอีก ทำไมช้าจังจนแต่เมื่อมี activity หรือขยับเล็กน้อยก็ขยับขึ้นจนปกติ ไม่เป็นไรวันนี้ cadiomedมาดูแล้ว......ย้ายออกไปอยู่ทีม1 monitor ด้วยเครื่องmobile แต่ปัญหา เรื่องติดเชื้อที่ปอดจากชุมชนยังแก้ไขต่อ และต้องดูว่าไอขับเสมหะได้ดีไหม น้องทีมหนึ่งเอามาใกล้ชิดเชียว(เตียงเต็มจริงๆ)

รายนี้เป็นผู้ป่วยอายุ40ปีโรคหลอดเลือดหัวใจที่มีปัญหาจาก การสูบบุหรี่จัด เครียด และไม่ออกกำลังกาย(ผู้ป่วยประเมินตนเองค่ะ) หลังจากย้ายขึ้นจาก CCU ผู้ป่วยก็ทำกิจกรรมตามแผนที่ได้จัดให้ค่ะ และไม่ยอมรับยาแก้ปวดจนต้องประเมินกิจกรรมที่ผู้ป่วยทำและระดับความปวดใหม่ให้ข้อมูลทุกวัน แต่เมื่อคืนบบรยากาศไม่น่าพักผ่อน จนวันนี้ขอร้องผมอยากไปอยู่ข้างนอกแล้ว เครียดครับ

รายนี้ย้ายมาใหม่ด้วย septic shock มีหลายโรคที่แทรกซ้อนมาทั้งความดันตก เกล็ดเลือดต่ำ ซีด การแข็งตัวของเลือดช้า  ของเสียคั่ง น้ำตาลสูง ที่สำคัญผิวหนังลอกค่ะต้องใช้แผ่นรองซับตลอด

ประทับใจญาติค่ะลูกชายกลับมาดูแลแม่สามเดือนแล้วแม้เราได้สัมผัสแม้ไม่กี่ชั่วโมงแต่ประทับใจจริงๆที่ลูกชายเฝ้าคุณแม่มาตลอด ผู้ป่วยพึ่งย้ายมาที่เรา แต่อาการหนักแล้ว caseนี้คุณหมอนุ้ยหทัยวรรณ  ดูแลตลอด ญาติได้รับข้อมูลต่อเนื่อง

จากเที่ยงของวันนี้จนถึงสามทุ่มที่เราลงจากตึกเห็นกระบวนการของทีมศัลยกรรม gen2

สายอาจารย์ ณรงค์ ต้องบอกว่าปลื้มแทนผู้ป่วยและญาติจริงๆ

คุณหมอเฝ้าคนไข้ตลอดและน้องนักศึกษาแพทย์ช่วยกันแข็งขัน

แม้เป็นการช่วยนวดหัวใจรอบที่หนึ่งผ่านพ้นไปด้วยดี

เกิดเหตุการณ์ตอนทุ่มสิบห้านาที ความดันลด หัวใจเต้นช้า

แพทย์อธิบายให้ญาตฟังอีกครั้ง

ลูกชายบอกว่าถ้าครั้งนี้ไม่สามารถช่วยคุณแม่ได้ก็ขอให้ท่านไปอย่างสงบ

น้ำตาลูกผู้ชายกับความรัก ความสูญเสีย

คุณลุงผู้เป็นสามี หน้าซีดป็นลม (คุณหมอนุ้ยต้องหายาดมสมุนไพร ที่พี่พยาบาลสูงวัยชอบพก)มาให้ดม

ญาติซาบซึ้งใจที่ทีมช่วยกันอย่างเต็มที่ เหตุการณ์สงบแล้วเราจึงลงมาจากตึก 3ทุ่มสิบห้านาที

วันนี้หลับก่อนนะคะ ง่วงค่ะ พรุ่งนี้เวรเช้าเจอกันนะคะ

 

 

ตัดเป็นบันทึกใหม่ได้แล้ว  ป้าอ้วน  มันยาวแล้ว

ราตรีสวัสดิ์นะ

 

คุณนายติกเจ้าขา ขึ้นเวรเช้า ต่อ BD เดี๊ยงเลยลุกแทบไม่ไหวอิๆๆๆๆ

จะตัดให้สั้นจุ๊ด นะ thank หลายเด้อ

บทความในวันเดียวกัน

มีต่อ