ช่วงที่อันตรายที่สุดคือช่วงวินาทีแห่งชัยชนะ
การใช้ชีวิตของคนเราเปรียบเสมือนการเข้าแข่งขันเกมกีฬา
เพราะต้องมีการฝึกฝนและเรียนรู้อยู่เสมอ ทว่าการแข่งขันในเกมชีวิต
นั้นเป็นเกมที่มีตัวเองเป็นคู่แข่งคนสำคัญ และมีความสุขเป็นเส้นชัย
ที่แต่ละคนต้องไปให้ถึง
เมื่อทำการแข่งขันก็เป็นธรรมดาที่ต้องเหนื่อยบ้าง ท้อแท้บ้างในขณะที่กำลังก้าวไป มีปัญหาให้แก้ไขอยู่เรื่อยๆ เสมือนบททดสอบว่าเราจะก้าวไปได้ไกลเพียงใด เป็นบทพิสูจน์ที่เราต้องก้าวข้ามไปไห้ได้
การแข่งขันในเกมกีฬานั้น คู่แข่งที่น่ากลัวในเบื้องแรกก็คือจิตใจของตัวเอง ส่วนคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามกับเรานั้นก็จัดว่าเป็นอีกบททดสอบที่ต้องเรียนรู้ที่จะเอาชนะให้ได้เช่นกัน ไม่ใช่ชนะเพื่อทำลายแต่เป็นการชนะเพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นนักสู้ที่รู้จักการแพ้ การชนะ และการให้อภัยที่มาจากความเข้าใจ
การแข่งขันเช่นนี้จะทำให้เราเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์ ทำให้เป็นที่รักของคู่แข่ง และทำให้รู้จักยอมรับเมื่อสู้เขาไม่ได้ เส้นชัยที่ถึงและรางวัลที่ได้รับตอบแทนกลับมา จึงเป็นเกียรติยศที่พึงได้มาด้วยความชอบธรรม เป็นความสุขที่ได้รับจากบททดสอบนั้นๆ และเป็นการก้าวสู่เส้นชัยที่งดงาม
“ ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในการต่อสู้ก็คือการควบคุมอารมณ์ ของตัวเองให้อยู่ในวิถีที่สมดุล เพราะเมื่อลงแข่งขัน บางครั้งเรามักจะคิดว่าคู่แข่งคือศัตรู การต่อสู้จึงมิใช้เพื่อการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ชนะหรือผู้รู้จักให้อภัยที่ดีอีกต่อไป”
ระวังว่าความคิดจะไม่ดี ระวังวาจาจะประทุษร้ายคนอื่น ระวังใจตัวเองที่จะไม่ต้องแบกภาระจากอารมณ์ที่ คุกรุ่นขึ้นมาจากใจ แต่พอเริ่มลงมือแข่งขัน สิ่งหนึ่งที่เริ่มเปลี่ยนไปในขณะที่ความโลภ ความโกรธ และความหลงเข้ามาครอบงำก็คือความเห็นแก่ตัว และความมุ่งร้อยต่อคู่แข่ง ก่อให้เกิดเป็นความกลัวที่จะแพ้ในเรื่องต่างๆ ที่กำลังประสบ
กลัวว่าสิ่งที่ต้องเองคิดจะมีคนอื่นแย่งชิงไปก่อน
กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะถูกผู้อื่นรุกล้ำเพื่อเข้ามาครอบครอง
กลัวว่าสิ่งที่แสวงหามาได้จะไม่อยู่กับตัวเองดังเช่นที่หวัง
กลัวว่าสิ่งที่ครอบครองอยู่จะต้องมาด่วนจากไป
ขอเพียงมีอาหารกินแต่พอดีเราก็มีความสุข
ขอเพียงได้อยู่กับครอบครัวและคนที่เรารัก ก็เพียงพอต่อความต้องการของชีวิตนี้
ขอเพียงมีเพื่อนแท้ที่รักเราสักคน ก็เพียงพอที่จะก้าวไปข้องหน้าอย่างไม่หงอยเหงา
ขอเพียงเข้าใจตัวเอง ความสุขที่เป็นเพื่อนคอยปลอบขวัญก็ทำให้คลายเหลาในใจได้ตราบนานเท่านาน
ดังนั้น ถ้ารู้จักระวังในการแข่งขันกับชีวิตของตัวเองเราจะก้าวเข้าสู่เส้นชัยด้วยความปลอดภัย และเป็นเส้นชัยที่ประดับชีวิตให้เพริศพิไล แต่หากการก้าวเข้าสู่เส้นชัยแล้วเปลี่ยนชีวิตไปสู่ความด้อยค่า นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่าเราแพ้เกมชีวิตเพราะตัวของเราเอง .....
เพราะไม่รู้จักตั้งคำถามให้กับชีวิตเราจึงต้องตกเป็นทาสทางความคิดฝ่ายลบของตนเองและผู้อี่นอยู่ร่ำไปตกเป็นทาสการกครอบงำทางจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทำให้จิตเดิมแท้ที่ควรจะได้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตเลือนหายไป
ชื่อหนังสือ : ความสุขที่หายไป ตามกลับคืนได้หรือยัง ?
|
|
ชื่อผู้แต่ง : ชุติปัญโญ