การประเมินคุณภาพของแบบทดสอบ 

                การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม  เกิดจากแนวคิดที่ว่าในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนย่อมมีความแตกต่างเป็นรายบุคคล  จึงนำผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับนักเรียนในกลุ่มเดียวกัน  การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์  เกิดจากแนวความคิดที่ว่าในการจัดการเรียนการสอนควรจะให้นักเรียนเรียนอย่างรอบรู้  จึงนำผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์หรือคุณลักษณะที่กำหนดขึ้นโดยระบุในรูปของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม   การตรวจสอบคุณภาพของข้อสอบหรือการวิเคราะห์ข้อสอบนับเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการปรับปรุงและพัฒนาข้อสอบ  ทั้งเป็นรายข้อและทั้งฉบับและก่อนจะถึงขั้นวิเคราะห์ข้อสอบนั้น  ครูต้องทำการวิเคราะห์หลักสูตรสอนตามหลักสูตรและเขียนข้อสอบตามตารางวิเคราะห์หลักสูตร   จึงจะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อสอบบังเกิดผลดี ข้อสอบที่นำมาวิเคราะห์ควรเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ  ชนิดตัวเลือก 4 – 5  ตัว   การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่ม ถ้าครูผู้สอนได้วิเคราะห์ข้อสอบเป็นรายข้อแบบทุกตัวเลือก (ค่า p และ r)   ก็นับว่าเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนและแบบทดสอบได้อย่างดี  และเทคนิคการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงกลุ่มเฉพาะเป็นรายข้อไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิค 25% , 27% , 40%  หรือ 50% แต่สามารถเลือกใช้เทคนิคตั้งแต่ 25% - 50%   การวิเคราะห์ข้อสอบทั้งฉบับถ้าเกี่ยวกับความเที่ยงตรงหากครูผู้สอนได้ออกข้อสอบตามตารางวิเคราะห์หลักสูตรก็ช่วยให้ข้อสอบมีความเที่ยงตรง   ส่วนความเชื่อมั่นเป็นเรื่องของสถิติจึงต้องคำนวณทุกครั้ง นิยมใช้ KR-20  เพราะวิเคราะห์รายละเอียดเป็นข้อ  การวิเคราะห์ข้อสอบแบบอิงเกณฑ์  ถ้าวิเคราะห์ข้อสอบเป็นรายข้อจะหาเฉพาะค่าอำนาจจำแนกอย่างเดียวก็ได้  โดยหาดัชนีบี (B)  ซึ่งสอบเพียงครั้งเดียวหลังสอนและการหากลุ่มรอบรู้หรือผ่านเกณฑ์ต้องคิดจากคะแนนรวมที่สอบทั้งฉบับ  (ไม่ใช่คิดดัชนี B เป็นรายจุดประสงค์)  การวิเคราะห์ข้อสอบทั้งฉบับ  ถ้าเกี่ยวกับความเที่ยงตรง  นิยมหาเฉพาะค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหา  โดยวิธีหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม  เรียกว่าการหาค่า  IOC   ส่วนความเชื่อมั่นเป็นเรื่องของสถิติ  จึงต้องคำนวณโดยใช้สูตรของโลเวทท์  (สอบเพียงครั้งเดียว)  หรือสูตรของ

คาร์เวอร์  (จากแบบทดสอบคู่ขนาน 2 ฉบับ  หรือจากแบบทดสอบฉบับเดียว  แต่สอบ 2 ครั้ง) องค์ประกอบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ  แบบทดสอบจะมีความเชื่อมั่นสูงหรือต่ำ  ขึ้นอยู่กับการใช้สูตรที่แตกต่างกันแล้ว  ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้  จำนวนข้อสอบ  ข้อสอบที่มีจำนวนข้อมาก  ย่อมมีความเชื่อมั่นสูงกว่าข้อสอบที่มีจำนวนข้อน้อย  ความยากง่ายของข้อสอบ  ข้อสอบที่ยากเกินไป  หรือง่ายเกินไปจะมีค่าความเชื่อมั่นต่ำ