วันนี้เป็นวันที่ ๐๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ขอเขียนบันทึกระบายความเครียดเรื่องการเมืองยุ่งๆในประเทศไทยหน่อยครับ
หลังจากไปเที่ยวคลายเครียดที่ จ.สุราษฏร์ธานี พร้อมกับครอบครัวเมื่อช่วงวันลาหยุดก่อนวันแรงงานที่ผ่านมา ได้ไปแวะเยี่ยมเยียนพี่มาโนช(เพื่อนผู้พี่ผู้มากด้วยน้ำใจ) และครอบครัว ที่สุราษฎร์ธานี ได้ไปกินอาหารทะเลอร่อยๆ สมกับเป็นเมืองชายทะเล
พี่มาโนชและน้องเมย์ได้เป็นไกด์พาผมและครอบครัวไปเที่ยววัดสวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานีธานี วัดที่ท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น ระหว่างทางก็ได้พบเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านสองข้างทางซึ่งก็ประกอบอาชีพสวนมะพร้าว และ นากุ้ง ผมก็ได้แต่นึกอิจฉาชาวบ้านแถวนี้ที่มีบ้านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศดี ไม่รีบเร่ง เหมือนกับคนเมืองอย่างผม และผมก็ตั้งใจว่าซักวันเราจะมีบ้านแบบนี้บ้าง
เมื่อถึงสวนโมกข์ อากาศข้างนอกร้อนมาก แต่พอเข้าไปภายในวัด รู้สึกได้ทันทีถึงความแตกต่าง ความร่มรื่นของต้นไม้ อากาศที่ปลอดโปร่ง ลมพัดเบาๆถ่ายเทอากาศที่ร้อนระอุ ออกไปหมดสิ้น ที่สำคัญจิตใจก็ปลอดโปร่งโล่งสบายไปด้วย ข้อสังเกตอันหนึ่งที่ผมได้คุยกับพี่มาโนชในระหว่างการเดินเล่นในสวนโมกข์ เราไม่ค่อยได้เห็น “หมา” ซักเท่าไร น้อยมากๆ เลย หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่พวกมนุษย์อย่างเราๆ ที่ชอบเลี้ยงแต่พอเบื่อก็เอามาปล่อยให้เป็นภาระของวัด ของพระ ของเด็กวัด และเป็นภาระของคนที่มาเดินเล่นในวัด ที่ต้องฟังเสียงหมากัดกัน หมาหอน หมาเห่า และอีกสารพัดเสียง ทำไมพวกเราไม่คิดให้ดีก่อนจะนำสัตว์มาเลี้ยง พูดถึงกรณีสัตว์เลี้ยงก็ยังเดือดร้อนถึงพระต้องมาไกล่เกลี่ยระหว่างแม่และลูกที่จะนำเต่าที่ลูกเลี้ยงไว้ไปปล่อยว่าจะปล่อยเมื่อไร อย่างไร ที่ไหน
แล้วผมก็ได้เดินมาถึงจุดที่เป็นกุฏิของท่านพุทธทาส มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งที่เหมือนจริงมากวางไว้ในตู้กระจก เหมือนจริงถึงขนาดที่ลูกสาวผมถามว่าแล้วท่านพุทธทาสจะหายใจได้ยังไง หายใจทางไหน เหรอ???? และจากการที่ผมได้เดินไปรอบๆบริเวณกุฏินี้เอง ผมก็ได้เห็นแผ่นโปสเตอร์เก่าๆแผ่นหนึ่งติดอยู่บริเวณนั้น มีข้อความเขียนโดยลายมือของท่านพุทธทาสเองเขียนเกี่ยวกับการเมือง ในขณะที่หัวใจและสมองของผมกำลังยุ่งเหยิงเรื่องการเมือง ผมกลับได้เห็นสัจธรรมและปรัชญาของท่านพุทธทาสเกี่ยวกับการเมือง มันชั่งเป็นเรื่องบังเอิญซะจริงๆ และหลังจากที่อ่านจบผมต้องรีบเรียกลูกสาวที่ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ว่า ขอกล้องถ่ายรูปมาให้ป๋าๆ ถ่ายรูปโปสเตอร์หน่อย เพราะว่า ข้อความที่ปรากฏอยู่นั้นมันโดนใจผมอย่างจังเลย อยากส่งให้ นายก อ่านด้วยจังเลย
ก็ลองอ่านกันดูหน่ะครับ ว่าเป็นยังไง ทุกวันนี้พวกเราและคนทั้งโลกกำลังติดกับดักประชาธิปไตยจริงๆ
จะมีคำศัพท์ที่เป็นภาษาใต้ที่ท่านพุทธทาสใช้ปรากฏอยู่คือ
“กินเติบ หยู่เติบ” แปลว่า กินมากอยู่มาก (หรืออีกนัยหนึ่งคือความไม่พอเพียงนั่นเอง)
รูปแบบเต็มแผ่นครับ
ซูมต้ดท่อนมาให้อ่านง่ายๆ ลองสังเกตุแถวบนสุดจะปรากฏปีที่ท่านเขียนครับ
ชิ้นนี้เป็นท่อนล่าง
เวลานี้ใกล้แล้วยังครับ???
รูปเหมือนท่านพุทธทาสครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับคุณบุษรา ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเวลาครับ
สวัสดีครับ
ประชาธิปไตยคือ
1. ถ้าเสื้อเหลืองชุมนุมก็ให้ฆ่ามัน(เสื้อเหลือง)
2. ถ้าเสื้อแดงชุมนุมก็ให้ฆ่ามัน(รัฐบาล)
คุณเอกชนครับ ผมไม่เข้าใจความคิดของคุณเลยครับ
เห็นภาพอาจารย์พุทธทาสแล้วรู้สึกสงบครับ สบายดีนะครับ บางครั้งความคิดเห็นก็ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
สวัสดีครับ
คุณเอกชนครับ ผมไม่เข้าใจความคิดของคุณเลยครับ <<< ที่ผมเขียนมานั้นเป็นประชาธิปไตยตามแนวทางเสื้อแดงครับ
เดิมทีที่เสื้อแดงออกมา(ครั้งนี้)ก็เพื่อประท้วงเรื่องการตัดสินคดีของทักษิณ ไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องใดๆ แต่ที่อ้างๆ กันอยู่ก็เอ่ยอ้างขึ้นทีหลังทั้งสิ้น เรื่องมันยาว