ดึงTube ก็คุณตา พกความอึดอัดนะสิ

ใคร......มันทิ้งไว้คนเดียว

วันนี้มีเรื่องน่ารักๆของคนไข้ของตึก 3ข รพ.ศรีฯมาฝากค่ะ

           เมื่อวันที่5 พ.ค.ที่ผ่านมาขึ้นเวรดึก อยู่ทีม3 ห้อง Intermediat 6 เตียง อยู่ในห้องกระจก เป็นตู้ปลาคุณหมอก็พูดว่าตู้ปลา (เข้าใจง่าว่างั้น)อีก2เตียงเป็นห้องแยกมี Monitor อยู่ครบ

 มีผู้ป่วยใหม่เข้ามา เป็น ผู้ชายสูงอายุ วัย 87 กว่าๆ(มานอนรักษาตั้งแต่ 26/4/53 ที่ห้องSICU สรุปว่าอาการที่นำมาคล้ายๆเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ส่งมาจากรพ.ศูนย์หัวใจอีกทีค่ะเพราะมีปัญหาด้านช่องท้องที่เป็นปัญหาเร่งด่วนกว่า ผ่าตัดลำไส้ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่และมีความเสี่ยงสูงเพราะมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจอยู่ด้วย

           อาการหลังผ่าตัด  ขณะนี้อยู่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่  ระดับความรู้สึกตัวดี แต่มีปัญหาน้ำเกิน ปัสสาวะออกน้อย ซีดอยู่ แต่ไม่ปวด ทำกิจกรรมอะไรก็ให้ความร่วมมือดี ผ่านเวรดึกด้วยดี

         เวรเช้าคุณหมอเรื่องหย่าเครื่องช่วยหายใจคุณตาก็ให้ความร่วมมือดี สัญญาณชีพดี พอมารับเวรบ่าย เริ่มเดินตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยผู้ป่วยตามเตียงดูระดับน้ำของเครื่องช่วยหายใจ Line ท่อช่วยหายใจขีดที่เท่าไหร่  ให้กำลังใจผู้ป่วยและญาติตามสมควรอย่างน้อยก็ทักทาย   ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่างๆไหม ท่อ สายระบายดึงรั้งไหม? 

 

พอมาถึงเตียงคุณตา พวกเราก็จัดท่านอนให้ใหม่  เสียงหายใจโล่งขึ้นเยอะ คุณตาทำปากอย่ากพูด  เราแปลไม่ตรงความต้องการคุณตาก็นิ่ง แล้วทำปากใหม่..ไม่ได้ หล่ะ ให้เขียนดีกว่า พอให้เขียนคุณตาก็เขียนหนังสืออ่านไม่ออก เฮ้อ....

(การดูดเสมหะ คุณตาบอกว่าทุกข์ทรมานมากค่ะ)

   ตัวช่วยมาแล้วค่ะ..พอลูกสาวกับภรรยาคุณตามา เราก็ให้ญาติช่วยอ่านที่คุณตาเขียน ก็อ่านไม่ได้ ให้ดูปากก็ไม่เข้าใจ  บอกคุณตาว่าจะพากลับบ้านอยู่ใจเย็นๆและยังดุคุณตาอีกหลายเรื่อง เราก็ขอร้องกลัวคุณตาเสียใจ เลยขอให้ญาติ ช่วยออกกำลังแขนขาให้ตา   หลังจากญาติกลับไป(รถเมล์หมด 6โมงเย็นว่างั้น)เราก็กำลังนั่งบันทึกสัญญาณชีพ

.....ตาอย่าดึงนะ..เราร้องเสียงหลง

ไม่ทันซะแล้วคุณตาดึงท่อช่วยหายใจซะแล้ว

ไอ้เรื่องเขียนรายงานอุบัติการณ์ไม่กลัวหรอกค่ะ

เราฟังหายใจมีเสียงwheezing ก็พ่นยา(ที่แพทย์สั่งPrnไว้ให้)และรีบรายงานแพทย์

สัญญาณชีพ คลื่นหัวใจปกติอยู่ คุณตาเอาหน้ากากออกซิเจนที่พ่นยาอยู่ออก

เราเลยต้องยืนจับจนพ่นยาเสร็จเลยให้คุณตาได้พูด(บ่นมากกว่าค่ะ)

" โอ้ย จักเอาอิหยังใส่ คอ เจ็บห้าย  ยามมาดูดเจ็บอิหลี ดี้ เดี๋ยวนี่    เห็นบ่  คือบ่เป็นหยัง   มาโรงบาล 10 กว่ามื้อแหล่ว เข่า น้ำ กะบ่ไห่กิน เงินฝากลูกไว้ หมอ บ่ ให้กินเข่า มันสิตายอิหลี  มื้ออื่นสิเมื่อบ้าน เห็นบ่ เซาแล้ว"(เอาอะไรมาใส่คาคอไว้ก็ไม่รู้เจ็บมากเวลาดูดเสมหะเจ็บจริงๆ..เห็นไหมดึงท่อช่วยหายใจออกแล้ว  ไม่เห็นเป็นอะไร  มาโรงพยาบาล10กว่าวันไม่ได้กินอะไรเลย  เงินก็ไม่มี พรุ่งนี้กลับบ้าน  หายแล้ว)

 

พอดีน้องExtern มาทันได้ยินตาพูดก็ยิ่มๆพวกเราก็ช่วยกันอธิบาย ว่าเพราะคุณตาหลังผ่าตัดอาการยังไม่ปลอดภัยลำไส้เคลื่อนไหวน้อย กินแล้วท้องจะอืด

พวกเราถามว่าทำไมคุณตาดึงท่อหายใจ คุณตาตอบว่า "หนหวย" =( รำคาญ อึดอัดไม่ได้ดังใจ)

 

"เว่าหยังกะบ่ฮู้เรื่อง....แทงๆ เจ็บจั่งหยังนี่ เฮ็ดหยังบอก เจ็บๆบ่ให้เฮ็ดกะบ่ฟัง" (คุณตาพูดอะไรไม่มีคนเข้าใจ  ดูดเสมหะก็บ่อย มันเจ็บมาก บอกไม่ให้ทำก็ไม่ฟัง)

(แขนคุณตาบวม2ข้างเลยค่ะ แล้ว cutdown ก็เอาออกแล้ว เส้นหายากจริงๆ) น้องExternบอกว่าอาการคุณตาดี ก็ดูอาการก่อนแล้วกัน หนูรายงานพี่เขาแล้ว

      

                  ปัญหาไม่หมดไปค่ะ

"ปวดถ่ายพาไปถ่ายแหน่"(ปวดถ่ายพาไปส้วมหน่อย)

 

พวกเราพยายามอธิบายว่าใส่ผ้าอ้อมให้แล้วถ่ายได้เลย  คุณตาก็กลัวเหม็น

 

" สิมาถ่ายใส่หม่องนอนมันกะเหม็น ตั๊วะ  บ่มีส้วมติ๊ โรงบาลนี่"(ถ่ายใส่ที่นอนไม่ได้มันเหม็น โรงพยาบาลนี้ไม่มีส้วมหรือ)

 

พวกเราทั้งปลอบทั้งขู่และให้จับดูสิผ้าอ้อมที่ใส่ลองถ่ายดูก่อน แล้วเราก็ต้องผูกมือคุณตาไว้อีกรอบ....กว่าจะผ่านพ้นเวรนี้ได้

 

....แล้วก็ถึงเวลาลงเวร บ่าย-  คุณตาไม่ได้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ เปลี่ยนออกซิเจนแบบหน้ากากเป็นออกซิเจนธรรมดาแทน.... พวกเราลาคุณตา พรุ่งนี้มาต่อเวรเช้ากันทั้งทีม   เวรดึกก็ผ่านฉลุยค่ะไม่ได้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจใหม่

 ...วันนี้ต้องย้ายคุณตาออกมาเตียงข้างนอกมีผู้ป่วยวิกฤตรายใหม่เข้าแทน....

.

คุณหมอให้คุณตาเริ่มจิบน้ำทีละน้อย  ท้องก็ไม่อืด   คุณหมอทั้งหลายชมคุณตายกใหญ่ที่ไม่ได้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจใหม่....แต่ก็ยังมีปัญหาที่ดูแลต่อพอย้ายออกมาข้างนอกก็ต้องบอกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่คุณตาไม่ชอบไม่ต้องการ และจะทำอะไรต้องบอกให้รู้ต้องอยู่ด้วยนะเดี๋ยวน้อยใจอีก

 

 ..คุณตาก็พูดๆๆๆๆ  คุณหมอฟังออกบ้างต้องช่วยแปลบ้างสรุปว่า ต่อว่าคุณหมอ10กว่าวันไม่ได้กินข้าว..น้อยใจญาติ น้อยใจพยาบาล น้อยใจหมอ..พวกเราก็ยิ้มคุณตาที่น่ารักของพวกเรา

          

  คุณตารบเร้าให้พวกเราโทรตามญาติมา    น้อยใจที่ญาติไม่เฝ้า พวกเราทั้งสงสารผู้สูงวัยที่โดดเดี่ยวท่ามกลางเครื่องไม้เครื่องมือสถานที่แปลกตา..พอมาเตียงข้างนอกคุณตาก็คุยยาว.....สักพักหลับไป..พอตื่นมาใหม่ก็คุยๆๆๆๆ..พอถึงเวลา 10โมงกว่าเล็กน้อย ญาติคุณตามาเยี่ยมหลายคน คุณตาให้ญาติโทรไปตามญาติมาให้หมด พูดอยู่คำเดียว

     "ปล่อยให้อยู่โรงบาลคนเดียวไม่เฝ้า.."

                                                      

 ถึงเเม้ว่าพวกเราจะบกพร่องการสื่อสารกับคุณตาจนคุณตาต้องดึงท่อช่วยหายใจเพื่อบอกความต้องการที่ทนอึดอัดมา10กว่าวัน แต่พวกเราก็ดีใจที่คุณตาไม่ได้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ ถึงแม้ว่ามีปัญหาที่เฝ้าระวังอยู่หลายประเด็นก็ตาม คุณตาก็ทำใหพวกเราได้เรียนรู้เป็นอย่างดีว่าต้องมีวิถีทางอื่นที่จะไม่ให้เกิดอีก

                 (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตค่ะ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMกับคนทำงาน



ความเห็น (2)

วันนี้แวะมาบอกข่าวดีค่ะ  คุณตาที่ดึง tube วันก่อนกับวันนี้ ต่างกันราว....

general surge ทีม3 มาเยี่ยมอาการ หรือเรียกว่า round ผู้ป่วยมาถึงเตียงคุณตา

...เราก็แหย่ คุณตาว่าหมอใหญ่มาอยากบอกอยากขออะไรให้ขอเลย

"อยากเมือบ้าน" คุณตาบอก

"เอ้าให้กลับบ้าน ญาติอยู่ไหมพี่ต้องอธิบายญาติดีๆก่อน"

เรารีบต่อสายที่ให้ไว้(ในแฟ้มประวัติ)  สายไม่ว่าง สักพักลูกสาวคุณตาก็มา

คุณหมอบอกว่า ตัดลำไส้คุณตาออกไปเยอะ เหลือ 1เมตร รับประทานอาหารทีละน้อย หลายๆมื้อ อาจจะ 10-20 ครั้งก็ได้ เพราะคุณตาจะถ่ายบ่อยแล้วจะเหนื่อย ไม่อยากกิน

ญาติเข้าใจดีมาก"คุณหมอเพิ่นบอกไว้ก่อนเข้าห้องผ่าตัดแล้ว  ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว มีแต่คนบอกว่าตาจะไม่รอด ได้บอกแถวบ้านไว้แล้ว คงรอดยาก"ลูกสาวคุณตาบอก

"กินหมาก สูบยาบ่ได้เด้อพ่อ" ลูกสาวกำชับ

"กินหมากบ่ได้ติ อยากกินอยู่"คุณตาหันมาถามเราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

"พ่อมักกลืนลงคอ"ลูกสาวตอบ"บ่ดีบ่ให้กิน"

เราเลยบอกคุณตาว่า  ไม่กินหมากเคี้ยวหมากฝรั่งก็ได้เนาะ คุณตาพยักหน้า ดูแล้วอะไรก็ได้ในยามนี้ขอให้ได้กลับบ้านเถอะ เราแนะนำเพิ่มเติมเรื่องอาหารและการฝึกหายใจ ฝึกไอต่อที่บ้าน แผลไม่ปวดเลยไม่ขอยาไม่เอายาแก้ปวด ความอดทนมีสูงจริงๆ

  สักพักญาติมารับคุณตากลับบ้าน

"เดี๋ยวสิเอาของมาฝากเด้อ" คุณตาบอกพร้อมไหว้พวกเรา ญาติขอบอกขอบใจหลายยก วันนี้คุณตาอบอุ่นมีความสุขสมกับที่รอมานาน

หลานชายถามคุณตาก่อนรถเข็นจะเข็นออกนอกตึก

"ตาสิฝากหยังมาให้หมอ"

"จั๊ก... กะมีแต่สิคึดฮอดความดีหล่ะดีหลายสุคน" คุณตาบอกพร้อมโบกมือลาอีกครั้ง

วันนี้โทรเยี่ยมยามถามข่าวคุณตา(โครงการบริการต่อเนื่องหลังผู้ป่วยกลับบ้าน)

 widget.sanook.com/tags

"คุณตาสบายดีค่ะ คุณหมอ' ไม่ใช่คุณหมอค่ะ เป็นพยาบาลค่ะ ทุกครั้งที่เราบอกทุกคน แต่ชาวบ้านจะติดปาก

"คุณหมอ"

 " ไผ ไผ" เราได้ยินเสียงคุณตาเข้ามาในสาย และคำว่า ฮึๆๆ ไผ ไผ(คุณตา มีปัญหาเรื่องการได้ยินด้วยค่ะ เพราะหูตึงด้วยต้องพูดดังๆ บางครั้งเวลาทำงานที่เราเสียงดังก็กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดด้วย.....เรื่องเสียงดังกับผู้ป่วย..)

" ตาอยากกินผลไม้กินได้ไหม?"

ลูกสาวคุณตาถามมาในสาย คุณตาอยากกิน ทุเรียน ละมุด และ อยากๆๆๆๆ เราก็บอกว่า

" ถ้าคุณตาไม่ถ่ายมากจนผิดปกติ ก็ค่อยๆเริ่มจาก คำ สองคำ ลองดูก่อนค่ะ

อาการถ่ายบ่อย  ถ่ายมากสังเกตจากอาหารที่รับประทานค่ะ  ถ้าผิดปกติถ่ายบ่อยมากเป็นน้ำจูดๆๆเลย ร่วมกับไข้สูง   รีบพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน  แพทย์จะไดเตรวจเช็คอาการเบื้องต้น  และส่งต่อตามลำดับค่ะ....มีปัญหาจะปรึกษาโทรมาตามเบอร์ที่ให้ไว้นะคะ.."

ลูกสาวคุณตา เล่าว่า 3 วันก่อคุณตามีไข้ ลูกสาวให้ยาลดไข้ของเด็ก กิน หลังจากนั้นไข้ลดเลย ไม่มีไข้อีก กินข้าวได้ ถ่ายก็ปกติ มีความสุข

 "ไผๆ" เราได้ยินเสียงมาตามสายอีก

 "คุณหมอโทรมายาม" ลูกสาวตอบคุณตา   เสียงแว่วมาตามสาย

"ตาสิเอาของไปฝากเด้อ"เราจำได้ว่าเป็นวันที่เรายิ้มกับโทรศัพท์อย่างมีความสุขวันหนึ่งค่ะ

aromahome.plazathai.com/art/show67457/