GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

มนุษย์หัดตกงาน

มนุษย์หัดตกงาน
มนุษย์หัดตกงาน
เรื่อง >
วรชัย รัตนดวงตา ภาพ > Annie Grant

          “เมื่อก่อนนี้ผมทำมาตลอด คำว่าว่างงานไม่เคยมีในชีวิต พอหัดอยู่ว่างๆ ก็เลยเหมือนคนตกงาน” เสียงหัวเราะของเขาร่าเริงพอๆ กับแดดบ่ายที่ระบายระยิบระยับอยู่ในทะเลตอนนี้

          ท่ามกลางคลื่นคนหลายสิบล้านที่กำลังมุ่งมั่นบากบั่นกับงานของตัวเองเพื่อปั้นวันใหม่ที่สดใสกว่าเดิมนั้น ชายคนหนึ่งเลือกที่จะให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ในอีกหลายสายตามองว่าไร้อนาคต

          ตื่นเช้าแปรงฟันด้วยเหล้า สายๆ คดข้าวกลั้วคอเล็กน้อย บ่ายคล้อยนอนเล่น ตกเย็นชวนเพื่อนยกแก้วออกกำลัง พลบค่ำฮัมเพลงกับแสงดาว

          นั่นคือชีวิตในช่วงนี้ที่ได้ใช้จ่ายไปบนเกาะช้างของสิทธิ์ วรรณศิริ หรือที่เพื่อนพ้องน้องพี่รู้จักกันในนามแหม่ม ลาบแจ๊ส

          ทำไมเขาถึงคิดว่าชีวิตตอนนี้เหมือนคนตกงานน่ะเหรอ? คงต้องเท้าความไปที่จุดเริ่มต้น สมัยเด็กๆ แหม่มวิ่งวุ่นอยู่กับการช่วยแม่ขายส้มตำไก่ย่าง เวลาที่เหลือก็ขีดเขียนงานศิลปะที่ตัวเองชอบ เป็นแบบนี้เรื่อยมาจนจบครุศิลป์จุฬาฯ ทำงานอยู่ในบริษัทได้ราว 5 ปีเขาออกมาเป็นฟรีแลนซ์พร้อมเงินติดตัวอีก 5 พันบาท แต่ด้วยความที่เป็นคนเอาการเอางานมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็ทำให้เขามีชีวิตรอดด้วยการรับจ้างทำงานศิลปะและอื่นๆ อีกจิปาถะมาถึง 8 ปี เมื่อเข้าสู่ยุคคอมพิวเตอร์ เขามองว่างานด้าน illustrator ที่ทำอยู่นั้นดูจะเดินหน้าลำบาก แหม่มจึงหาทำเลเหมาะๆ สักที่เพื่อเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวแกง แต่หลังจากตกแต่งร้านเสร็จ ความสวยงามของมันก็เกินกว่าที่เขาจะวางหม้อก๋วยเตี๋ยวได้ลง และด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นแม่จึงส่งพี่ชายมาช่วยคิดช่วยทำอีกแรง ตามความถนัดที่มีอยู่เดิมนั้นจึงทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านขายอาหารอีสาน บวกกับความที่แหม่มเป็นคนชอบฟังเพลงเลยเอามาผนวกเป็นชื่อร้าน ‘ลาบแกล้มแจ๊ส’ และกร่อนให้เรียกง่ายเข้าเป็น ‘ลาบแจ๊ส’ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตลาดอตก.

          “ผมทำร้านมา 10 ปี จนคิดว่าชีวิตเราจะจมอยู่กับร้านอาหารอย่างนี้เหรอ หลายคนถามว่าทำไมไม่ขยายสาขาออกไป เคยมีคนมาลงทุนให้นะให้เราดูแลอย่างเดียวแต่ผมไม่เอา มันเหนื่อยเกินไป ชีวิตผมต้องการความอภิรมย์ เราต้องการนั่งตัดเล็บฟังเพลงอะไรของเราเรื่อยเปื่อย เงินก็อยากได้นะเพราะยังใช้อยู่แต่ไม่จำเป็นต้องมีมันมาก แต่ความอภิรมย์ต้องมี”

เพราะอะไรถึงมีความคิดแบบนี้

          มีช่วงหนึ่งนี่เราศึกษาเรื่องศาสนา สงสัยมานานว่าการบวชเท่านั้นหรือที่จะสัมผัสเรื่องนี้ได้ก็เลยหาหนังสือมาอ่าน โดยเฉพาะหนังสือของหลวงปู่ชา ท่านอุปมาอุปมัยให้เราได้คิด สมัยที่อ่านนั้นผมนั่งเป็นแคชเชียร์อยู่ที่ลาบแจ๊ส ตาดูลูกค้าไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย จู่ๆ เราก็แตกโพละออกมา เหมือนกับว่าชีวิตที่เคยมีเมฆปกคลุมอยู่มันหายไปแล้ว คำสอนของหลวงปู่ชาเหมือนกับทำให้ผมได้เกิดใหม่อีกครั้งนึงนะ

ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตยังไง

          ทำงาน เช่าบ้านอยู่ จ่ายค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนช้าบ้างก็มี กินเหล้า จีบสาว มีแฟน แล้วก็เที่ยวบ้างนิดหน่อย แต่เราชอบสร้างบรรยากาศกินเหล้าอยู่บ้านไง จัดต้นไม้ ทำเก้าอี้เอง เปิดเพลงฟัง เลือกเครื่องเสียงดีๆ ผมชอบของที่รสนิยมดีๆ เรื่องชื่อเสียงเกียรติยศไม่สนใจ ผมเบื่อมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่คิดว่ามันสำคัญ แต่ตอนที่ได้ความรู้จากธรรมะมาเราก็ยังฟุ้งซ่านอยู่นะ บวชก็ไม่อยากบวช สาวก็ยังอยากจีบอยู่ อยากฟังเพลง อยากกินเหล้า แล้วเราจะอยู่ยังไง พอดีได้ไปเจอกับประโยคหนึ่งประมาณว่า ใบบัวมันอาศัยอยู่กับน้ำ แต่ในขณะที่น้ำขึ้นมากลิ้งบนใบบัวมันก็ไม่สามารถซึมเข้าไปได้ โห...เนี่ยแหละมันทำให้เราอยู่ได้ทุกวันนี้ เราอยู่ได้ในความเป็นโลกทั้งหมด เหล้ายา เงินทอง ผู้หญิง ความผิดหวัง สมหวัง ความชอบไม่ชอบ ความพอใจไม่พอใจ เราก็อยู่ด้วยปกติแหละ ใจเรารับรู้แต่ไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับมันมาก เหมือนใบบัวกับน้ำ เรารู้ว่ามีน้ำอยู่บนใบ แต่น้ำซึมเข้ามาไม่ได้หรอก

มีเหตุผลอะไรที่มาอยู่เกาะช้าง

          หลายอย่าง เพื่อนผมชวนมาอยู่ที่นี่ตั้ง 10 กว่าปีแล้ว ก่อนมีร้านลาบแจ๊สอีก แต่ผมกับพี่ชายเพิ่งย้ายมาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว มาทำร้านขายอาหารอีสานแต่ไม่เวิร์กเพราะอยู่ผิดที่ พอดีมีรุ่นน้องที่เป็นลูกค้าร้านลาบแจ๊ส เขาทำบังกะโลอยู่ที่คลองพร้าว ชื่อทะเลบังกะโล เขาต้องการคนมาช่วยปรับปรุงแล้วก็ฟื้นฟูใหม่ ผมก็เลยพาพี่ชายมาดูแล้วก็ปรับปรุงใหม่ ก็ดี ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 2 แล้ว แต่ส่วนใหญ่พี่ชายจะดูแลประจำแหละ ผมก็ไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ แล้วก็คอยดูว่าจะช่วยน้องชายทำกิจการอะไรของเขาเองต่อไป แต่ส่วนใหญ่ตื่นเช้ามาก็กินกาแฟ กินเหล้า นอนขี้เกียจๆ นั่นแหละ เหมือนคนตกงาน แต่มันยากนะการที่จะทำให้ตัวเองตกงานเพราะเราเคยทำมาตลอด แต่ในขณะที่ตกงานนี่เราก็พร้อมที่จะทำงานนะ คอยโอกาสอยู่ว่าจะทำอะไรต่อไปที่ไม่ต้องทำงานทุกวัน ทำบ้าง อยู่เฉยๆ บ้าง

แล้วชีวิตตอนนี้เอาอะไรเลี้ยง

          มาจากหลายทาง บางทีก็มีคนจ่ายให้บ้าง ก็มีข้าวกินทุกวันแหละ มีที่นอน อยากนอนก็ได้นอน อยากอาบน้ำก็มีน้ำอาบ อยากกินเหล้าก็มีเหล้ากิน อยากฟังเพลงก็มีเพลงฟัง ก็ไม่รู้มาจากไหนเหมือนกันนะ สงสัยมาจากฟากฟ้ามั้ง

ทุกวันนี้ใช้เงินเดือนละเท่าไหร่

          ไม่แน่นอนหรอก ถ้ามีเรื่องต้องจ่ายก็เป็นแสนๆ นั่นแหละ แต่ถ้าไม่มีวันนึงก็ไม่ได้ใช้เลยนะเพราะซื้อไว้หมดแล้วไง มีเบียร์แช่ในตู้เราก็เปิดมากิน เปิดโซดา ในตู้มีหมู ไก่ ผัก เราก็หยิบมาทำกินเท่านั้นเอง

แล้วสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ทุกวันนี้คืออะไร

          มีข้าวกิน มีเหล้าเบียร์กิน มีเพลง ได้จีบสาวบ้าง แล้วก็นอน เงินหาบ้างแล้วก็ใช้จ่ายตามสมควร ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรสำคัญ มันก็มีเท่านี้แหละ ความสำเร็จอยู่ที่เราพอใจ ถ้าเราพอใจเท่านี้ มันก็สำเร็จ สำหรับตัวเราคือไม่มีใครดีกว่าใครหรอกในโลกนี้ คนเช่าบ้านอยู่กับคนซื้อบ้านอยู่ก็เหมือนกันนั่นแหละ ไม่ว่าจะซื้อไว้กี่ร้อยล้านกี่พันล้านสุดท้ายก็เสมอกัน เราเห็นที่มาที่ไปแล้วไง เห็นที่สุดของมันแล้วเราก็เฉยๆ เราก็แค่มาอาศัยทำกิน ซึ่งทุกคนก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ แต่เราคิดเอาเองว่าเราเป็นเจ้าของ อย่างคนรวยๆ ที่ซื้อรถราคา 10 ล้าน 20 ล้าน ส่วนใหญ่เขาไม่ได้ขับเองหรอก นั่งอยู่เบาะหลังเหมือนนั่งแท็กซี่มิเตอร์นั่นแหละ นั่งแท็กซี่ดีกว่าไม่ต้องไปซื้อ เหมือนบ้านที่สร้างมา 5 ล้าน 10 ล้านก็มีแต่คนใช้อยู่ ตัวเองอยู่วันหนึ่งกี่ชั่วโมง เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความพอดีของแต่ละคนแล้วล่ะ แต่ว่าจิตใจมนุษย์ในโลกมันหาความพอดียาก แค่พระอาทิตย์ขึ้นก็มีทั้งคนชมและคนด่า หลายคนเป็นทุกข์ต้องไปซื้อโลชั่นมาทากันแดดกันฝ้า แต่หลายประเทศรอคอยอยู่ว่าเมื่อไหร่มันจะมา นี่แค่พระอาทิตย์ขึ้นนะมันยังยุ่งขนาดนี้ ตลกดีเหมือนกัน แต่ถ้าพระอาทิตย์ไม่มานี่โรงงานครีมกันแดดเจ๊งแน่ๆ (หัวเราะ)

source: http://www.marsmag.net/?ref=http%3A//www.marsmag.net/s1000_obj/front_page/page/51.html&url=http%3A//www.marsmag.net/s1000_obj/front_page/page/102.html%3Fcontent_id%3D2221

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 35706
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

อ่านแล้วได้ข้อคิดเยอะเลยครับ ผมก็คล้าย ๆ กับพี่น่ะครับ เมื่อก่อนทำงานหนัก ตอนนี้ลองใช้ชีวิตแบบพี่ดูแล้ว ลองตกงานดูบ้างแล้วครับ ได้ข้อคิดอะไรกับชีวิตเยอะเลย คล้าย ๆ ว่าเป็นชะตาลิขิตที่ทำให้เราเรียนรู้ชีวิตอีกมุมนึงครับ ตอนนี้เราตื่นมาไม่ต้องทำอะไร ไม่มีใครกำหนดให้ทำอะไร กำหนดชะตาต่าง ๆ ด้วยตนเอง ได้ความรู้มากโขเลยครับ ป.ล. พี่เขียนบทความได้น่าอ่านมาก ๆ เลยครับ

ขอบคุณพี่ ปภังกรน่ะครับที่เข้ามาอ่าน...ต้องออกตัวก่อนหน่ะครับว่า ผมไม่ได้เขียนเอง ไปอ่านเจอมาแล้วชอบ เลยนำมาโพสต่อเท่านั้นเอง...ดีใจครับที่มีคนชอบเมื่อได้อ่าน