จิตมั่นคง นำสู่ความสำเร็จ

 

 

                         สร้างบารมีทางใจ

  สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมได้มาเขียนบทความให้ท่านได้อ่านกันอีกเป็นเรื่องที่พูดคุยกับพระรูปหนึ่งก็น่าคิดดีผมเลยรวบรวมข้อมูลนำมาให้ท่านได้อ่านกันอาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยก็ลองอ่านกันดูนะครับ ท่านเล่าให้ผมฟังว่า "สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป" แปลว่าอะไรตอบได้ไหม พวกผมตอบไม่ได้เลยตอบได้ก็ตอบผิดเลยขอให้ท่านเฉลยให้ฟังว่าหมายความว่าอย่างไรบ้าง ท่านก็เริ่มอธิบายว่า

 เรื่องที่หนึ่ง สี่คนหามแปลว่า ธาตุทั้งสี่ ก็มี ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ รวมกันเป็นตัวเรา สามคนแห่เราก็ตอบไม่ได้ท่านบอกว่า สามคนแห่ โลภะ โทษะ โมหะ และท่านก็ขยายความออกไปอีกให้เราพอเข้าใจ หนึ่งคนนั่งแคร่ท่านบอกว่า จิตใจของเรานั่นเองเป็นตัวกำหนดตัวเราเองว่าใจเราจะคิดไปทางไหน สองคนพาไป ท่านบอกว่า บุญกับบาปนี่เองเมื่อเราสิ้นชีวิตมีสองอย่างที่จะพาเราไปช่วงที่เรามีชีวิตอยู่นั้นเราทำความดีความไม่ดีไว้อย่างไรบ้าง ถ้าเราสร้างบุญไว้มากพอดับจิตลงก็จะนำเราไปในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ถ้าเราทำความเลวทำแต่สิ่งไม่ดีในตอนที่เรามีชีวิตอยู่เวลาเราสิ้นลมหายใจแล้วบาปก็จะนำเราไปตามที่เราทำบาปนั้นๆไว้ นี่คือคำที่ผมได้พูดกับพระท่านจึงนำมาเล่าสู่กันฟังและยังมีอีกผมขอเล่าต่อเลยนะครับ

เรื่องที่สองท่านบอกว่ามนุษย์ที่อยู่กันทุกวันนี้มีบาปมากจิตใจโหดร้ายแทบจะทั้งนั้นที่เป็นเช่นนี้ท่านเล่าให้ฟังอิงธรรมะว่ามนุษย์ที่เกิดมานี้เกิดจาก เมืองๆหนึ่งมียักษ์กินคนจำนวนมากได้มาเมืองนั้นและจับมนุษย์กินเป็นประจำทุกวัน จะส่งทหารหรือคนเก่งมีความสามารถไปสู้รบก็แพ้กลับมาหรือบางครั้งโดนยักษ์จับกินหมดก้มีอยู่คราวหนึ่งต้องมาถึงคนไม่เก่งจะเรียนก็เรียนไม่เก่งความจำก็ไม่แม่นเรียนไม่เก่งสู้เพื่อนไม่ได้ ก็ท่องได้คำเดียวว่า นะ นะ นะอยู่ตลอดเวลา ก็ถูกส่งให้ไปสู้กับยักษ์ ยักษ์ก็ชอบใจว่าวันนี้จะได้กินมนุษญ์อีกแล้ว  คนๆนี้ก็ท่องนะคำเดียว ยักษ์ก็เดินเข้ามาใกล้ มนุษย์คนนี้ก็รีบท่องคำว่านะๆๆๆๆเร็วขึ้นและมีแสงออกมาจากตัวเองด้วย เมื่อยักษ์เข้ามาใกล้ก็นำกระบองที่ยักษ์ถืออยู่ฟาดมาที่ มนุษ์คนนั้นแต่กระบองก็ไม่ระคายผิวหนังมนุษย์คนนั้นกระบองก็กระทบกับดินและหิน ได้กระเด็นไปถูกพวกยักษ์บาดเจ็บกันมากมาย มนุษย์คนนี้ก็ยังไม่หยุดท่องคำว่านะ ยังท่องต่อไปจนยังถูกกลายเป็นหินมากมาย ยักษ์ก็บอกว่านั้นแหละคือพ่อของพวกเราละ แต่กาลเวลาผ่านไปนานมากจนคำสาปของมนุษย์คนนั้นเสื่อมลงก็มาถึงยุคเราที่อยู่กันเวลานี้ มนุษย์ที่เกิดมายุคนี้บ้างก็มาจากหินเหล่านั้นเมื่อกาลก่อน ให้สังเกตไว้ว่าคนเราเดี้ยวนี้โหดร้ายนึกจะทำร้ายกันก็ง่ายไม่คิดไตร่ตรองทำตามความพอใจนี่แหละที่ท่านเล่าให้ฟังท่านบอกว่าคำว่า นะ นั้นแปลว่าพ่อ โมแปลว่าแม่ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือพ่อและแม่เป็นสุดยอดที่เราต้องบูชา ท่านก็ยังมีเรื่องเล่าต่อไปอีกว่า

เรื่องที่สาม คนเราทุกวันนี้ สังเกตไหมว่า  ม้ามีเขา เสามีดอก หมาออกลูกบนบ้าน งูใหญ่นอนขดอยู่ในห้อง ท่านอธิบายว่า ม้ามีเขาก็คือมอเตอร์ไซค์เห็นไหมขับกันให้เร็วคึกคะนองกันเข้าไว้แล้วเห็นไหมต้องมานั้งเศร้ากัน เสามีดอก ท่านอธิบายว่า เสาไฟฟ้าทั่วไปส่วนมากมีหลอดไฟอยู่บนยอดเสาแทบทั้งนั้น หมาออกลูกบนบ้านท่านอธิบายว่าลูกหลานได้ออกไปทำงานนอกบ้าน ก็ไปมีท้องกันต้องกลับมาออกลูกแล้วเอาลูกมาให้พ่อแม่หรือญาติเลี้ยงบางคนก็หาพ่อ แม่ ไม่ได้ งูใหญ่นอนขดในบ้านท่านอธิบายว่า ก็คือลูกเรานั่นเอง พ่อแม่ค้าขายต้องอาศัยให้ลูกขับรถไปให้แต่ลูกไม่ยอมไปเพราะตอนกลางคืนไปเที่ยวกว่าจะกลับก็ตีสองตีสามมาถึงก็รีบนอนเพราะง่วง พ่อแม่เรียกให้ขับรถให้ก็ขับไม่ได้แถมยังพูดไม่เพราะอีกจะไปก็ไปเองสิง่วงรู้ไหมจะเป็นอย่างนี้แทบทั้งนั้น

เรื่องที่สี่ ผมขอเล่าอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องน้ำท่วมโลกไฟไหม้โลก แผ่นดินทรุดเป็นหุบเหว ท่านเล่าต่อว่า คนที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ก็คือคนที่สร้างคุณความดีไว้เท่านนั้นที่จะไม่ตายแต่คนที่อยู่ส่วนมากจะวิกลจริต หวาดผวา เกิดความกลัว เหตุที่เป็นเช่นนนี้เพราะคนพวกนี้ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีคนตายเป็นจำนวนมากก็หวาดผวาน่ากลัวต่างๆนาๆ ท่านบอกไว้อย่างนี้แต่ผมเคยเขียนไว้ก่อนที่จะเจอกับพระองค์นี้คล้ายกันกับผมที่เขียนไว้ ที่ผมเขียนไว้ไม่ตรงกันมีอย่างเดียวคือของผมที่เขียนไว้ไม่มีคนวิกลจริตหรือคนที่กลัวไว้ด้วยนอกนั้นตรงกัน ผมก็นำมาเล่าให้ท่านฟังกันไว้จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้นึกเลยว่าอ่านเพื่อผ่อนคลายก็แล้วกันนะครับ คือเรื่องที่พระท่านได้เล่าให้ฟังยังมีอีกมากครับไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ผมจะนำมาเล่าให้ท่านได้ฟังกันอีกสำหรับวันนี้ขอจบแค่นี้ก่อนนะครับ

         ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยจงคุ้มครองดูแลทุกท่านให้ประสบกับความสำเร็จทุกประการตามที่ได้มุ่งหวังไว้

สวัสดีครับ จากแก้ว สาริกา