(ต่อภาค2) หน้า 5
ส่วนที่ 3 ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา
ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา หมายถึง การจัดองค์ประกอบของอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาและกิจกรรมไว้อย่างมีลำดับขั้นตอนและมีความสัมพันธ์กัน เพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามสถาบันศึกษาได้กำหนดไว้ (ศุภลัคน์ จารุรัตน์จามร, เพ็ญศิริ สิมารักษ์, 2551)
โครงสร้าง
อาจารย์ที่ปรึกษาต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหารสถานศึกษาก่อนจึงจะมีสิทธิเซ็นชื่อรับรองการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้ จึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานอาจารย์ที่ปรึกษา กรรมการ และเลขานุการ และแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษา ในระดับการศึกษา และระดับชั้นปีของนักศึกษาต่าง ๆ และจำนวนนักศึกษา
กระบวนการ
กระบวนการคณะทำงานอาจารย์ที่ปรึกษา แบ่งเป็น
ก่อนเปิดภาคเรียน
-เตรียมข้อมูลต่าง ๆ ที่จะจัดระบบอาจารย์ที่ปรึกษา เช่น เตรียมรายชื่อนักศึกษา และจัดรายชื่อให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา เตรียมข้อมูลให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาต้องทราบ
-ประชุมเพื่อกำหนดแผนการดำเนินการระบบอาจารย์ที่ปรึกษา การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของระบบอาจารย์ที่ปรึกษา
ระหว่างภาคเรียน
-ประสานงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อรับปัญหา หรือแนวทางแก้ไข รวมทั้งคอยประสานงานจากอาจารย์ที่ปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ เช่น ช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาของนักศึกษา
การประเมินผล
-คณะกรรมการจัดทำแบบประเมินผลอาจารย์ที่ปรึกษา และรายงานผล สรุป และจัดทำข้อแนะนำต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงการทำงานระบบอาจารย์ที่ปรึกษาต่อไป
หน้า 6
แผนการดำเนินการ
จัดทำแผนการดำเนินงานระบบอาจารย์ที่ปรึกษารายปี เช่น
เดือน มีนาคม -ประชุม เตรียม และจัดตั้งคณะกรรมการระบบอาจารย์ที่ปรึกษา
เดือน เมษายน -ประกาศรายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
เดือน พฤษภาคม -คณะกรรมการประสานงานอาจารย์ที่ปรึกษาเตรียมข้อมูลต่าง ๆ
เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา
เดือน มิถุนายน -จัดรายชื่อนักศึกษาให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา
เดือน ตลอดภาคการศึกษา -ประสานงานกับอาจารย์ทีปรึกษาและนักศึกษา
-สำรวจความต้องการของอาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษา
เดือน ธันวาคม -จัดทำแบบประเมินอาจารย์ที่ปรึกษา
เดือน มกราคม -สรุปผลการประเมินอาจารย์ที่ปรึกษา และเสนอต่อผู้บริการ
และคณะกรรมการระบบอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อนำสิ่งที่ดีมาใช้
และสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ของระบบอาจารย์ที่ปรึกษาในปี
การศึกษาต่อไป
(เป็นต้น)
สิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาควรทราบ
-ข้อมูลของนักศึกษาในด้านข้อมูลส่วนตัว เช่น ด้านการศึกษา ประวัติการศึกษา ผลการเรียนที่ผ่านมา ด้านประวัติครอบครัว
-ข้อมูลของนักศึกษาในด้านสุขภาพ เช่น โรคประจำตัวของนักศึกษา อาการแพ้ต่าง ๆ รวมถึงประวัติการเจ็บป่วนที่ผ่านมา
-ข้อมูลของนักศึกษาในด้านความสามารถ เช่น ประวัติการแข่งขันทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางวิชาการ ทางด้านศิลปะ ทางดนตรี หรือว่าทางกีฬา เป็นต้น ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาต้องทราบเพื่อใช้ประกอบการให้คำแนะนำในเรื่องการจัดตารางการเรียนให้เหมาะสมกับกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้กิจกรรมทั้งหลายอย่างที่นักศึกษาต้องปฏิบัติไม่ติดขัด เรียนผ่านไปด้วยความราบรื่น เช่น นักศึกษาโครงการความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น
-ข้อมูลของนักศึกษาในด้านเศรษฐกิจ เช่น ฐานะทางบ้าน การประกอบอาชีพของผู้ปกครองของนักศึกษา ประวัติครอบครัว การอยู่ด้วยกัน หรือว่าอย่าร้าง รายได้ที่นักศึกษาได้รับ นักศึกษาได้รับจากผู้ปกครอง หรือว่านักศึกษาได้รับรายได้จากพ่อแม่ หรือในกรณีพ่อแม่ของนักศึกษาอย่าร้างกันนักศึกษารายนี้ได้รับรายได้ต่อเดือนจากพ่อหรือแม่ หรือว่าได้รับจากทั้งพ่อและแม่ การพักอาศัยของนักศึกษา นักศึกษาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ หรือกับญาติ ๆ หรือพักอยู่ที่หอพักของมหาวิทยาลัย หรือหอพักภายนอกมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ นักศึกษาพักอาศัยในระหว่างการศึกษาที่หอพักเอกชน
หน้า 7
ภายนอกมหาวิทยาลัย แล้วนักศึกษาอยากเข้าพักหอพักภายในมหาวิทยาลัย แต่ไม่สามารถพักได้ อาจารย์ที่ปรึกษาควรแนะนำวิธีการให้นักศึกษาคอยติดตามการสมัครเข้าอยู่หอพัก เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการสมัครเข้าพัก เนื่องจากการพักภายในพอพักมหาวิทยาลัยมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ใกล้สถานที่ศึกษา ราคาไม่แพง ใกล้เพื่อน ๆ และรุ่นพี่ ที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความปลอดภัยสูง
ข้อเสนอแนะ คณะกรรมการระบบอาจารย์ที่ปรึกษาควรเก็บข้อมูลนักศึกษาเป็นแฟ้ม เพื่อ เมื่อมีการเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษาใหม่ของนักศึกษา ประวัติดังกล่าวข้างต้นของนักศึกษาจะได้ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ได้ทันที ทำให้ข้อมูลไม่ตกหล่นสูญหาย และเป็นข้อมูลที่อาจารย์ที่ปรึกษาคนเก่าได้บันทึก ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ได้รับทราบประวัติข้อมูลของนักศึกษาได้ทันที ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ หรือทำความรู้จักข้อมูลของนักศึกษาใหม่อีก ทำให้เสียเวลาได้
แหล่งข้อมูลของนักศึกษา
ระเบียบ/ประกาศ/คำสั่ง ของนักศึกษา
-คู่มือนักศึกษา
-ระเบียบการแต่งกายของนักศึกษา
-ระเบียบว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษา
-ระเบียบว่าด้วยการพักในหอพักของมหาวิทยาลัย
หน่วยงานสารสนเทศ
-การลงทะเบียนการศึกษา
-ปฏิทินการศึกษา
-ตารางการเรียนของนักศึกษา
-ตารางสอนการสอนของอาจารย์ที่ปรึกษา
-ตารางการพบอาจารย์ที่ปรึกษา
-ศูนย์สารสนเทศ เช่น ห้องโสตทัศนูปกรณ์ ห้องคอมพิวเตอร์
บริการและสวัสดิการสำหรับนักศึกษา
ฬา
า
ินเตอร์เน็ต
ียเวลาได้คนใหม่ได้รับทราบประวัติข้อมูลของนักศึกษาได้ทันที ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ หรือทำความรู้จัก-ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และหลักข้อปฏิบัติ
-ห้องสมุด และหลักข้อปฏิบัติ
-สมาชิกระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-บริการหอพักนักศึกษา
-กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา
-บริการด้านงานกีฬา
-ศูนย์สุขภาพ เป็นต้น
หน้า 8
ส่วนที่ 4 การให้คำปรึกษา
การให้คำปรึกษา หมายถึง “กระบวนการของการทำความกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านั้น มีความสามารถที่จะรับผิดชอบอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา และในที่สุดการให้คำปรึกษาก็จะช่วยผู้มีปัญหาได้รับการแก้ไขบางอย่าง เพื่อนำไปจัดการกับความยุ่งยากในชีวิต” ดังนั้น การให้คำปรึกษาจึงเป็นกระบวนการของการพัฒนาระยะยาว แทนที่จะเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ไม่ละเอียดถี่ถ้วน ไม่พัฒนาบุคคล แต่กลับหยิบยื่นคำแนะนำอย่างสั้น ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้หมดสิ้นไป (คมเพชร ฉัตรศุภกุล, 2551)
สาระสำคัญ 3 ประการ ของการให้คำปรึกษา
-เป็นกระบวนการ ไม่ใช่เป็นเพียงเทคนิค หรือการให้คำตอบอย่างรวดเร็ว แต่ต้องใช้เวลาและความยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหา
-เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือบุคคลที่ประสบปัญหาได้ทำความเข้าใจปัญหาของตนเอง ให้เข้าใจอย่างถูกต้องว่าปัญหาของตนเองนั้นที่แท้คือปัญหาอะไร
-เป็นการสร้างการยอมรับในการรับผิดชอบต่อตนเองอย่างเหมาะสม การให้คำปรึกษาจะต้องทำให้บุคคลเหล่านั้นเกิดการมองเห็น(recognize) และยอมรับในปัญหาของตนเอง(accept) และการให้ค้นหารากเหง้า(root)ของปัญหาเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
ลักษณะสำคัญของการให้คำปรึกษา
ประกอบด้วย ผู้มารับคำปรึกษา (counsellee)
ผู้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา (counselor)
สถานการณ์ของปัญหา
แนวความคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา
-มนุษย์ทุกคนที่เกิดมามีปัญหาทุกคน ไม่มีใครเลยที่ไม่มีปัญหา
-มนุษย์ทุกคนมีความต้องการได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นทั้งสิ้น
-มนุษย์มีความแตกต่างกันระหว่างบุคคล
-การช่วยเหลือผู้มีปัญหาอาจมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีประโยชน์ทั้งสิ้น
-การให้คำปรึกษามีกระบวนการช่วยเหลือทางจิตวิทยาที่สามารถช่วยเหลือผู้มีปัญหาได้
-การให้คำปรึกษาได้ จะต้องเรียนรู้และฝึกทักษะเป็นอย่างดี เพราะการให้คำปรึกษาเป็นวิชาชีพชั้นสูง
-บุคคลที่ไม่ได้เรียนหรือฝึกฝนมาจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ถ้าหากเกินความสามารถควรจะส่งผู้ที่มีปัญหา ไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง
หน้า 9
ทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษา
-ทฤษฎีของ Sigmund Freud
-ทฤษฎีของ Carl G.Jung
-ทฤษฎีของ Alfred Adler
-ทฤษฎีของ Carl R. Roger
-ทฤษฎีของ John B.F.Skinner
-ทฤษฎีของ Federick S. Peris
-ทฤษฎีของ Albert Ellis
-ทฤษฎีของ Erick Berne
เทคนิคการให้คำปรึกษา
1.เทคนิคการเริ่มต้นการให้คำปรึกษา (Opening the interview) มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยให้ผู้รับคำปรึกษารู้สึกสบายใจ อบอุ่น พร้อมที่จะร่วมกระบวนการให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจ
2.การตั้งคำถาม(Questioning) เทคนิคการรวบรวมข้อเท็จจริง หรือเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้รับคำปรึกษา มีคำถามปลายปิด (close question) เช่น นงนุชไม่สบายเรื่องครอบครัวใช่ไหม คำถามปลายเปิด (open ended question) เช่น อะไรคือสาเหตุของความไม่สบายใจของนงนุชคะ
3.การสอบซัก(Probing) เป็นการสอบถามเพื่อให้ได้รับข้อมูลมากขึ้น
4.การเสนอแนะ(Suggestion) เป็นการเสนอแนะวิธีที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์
5.การแปลความหมาย(Interpretation) เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจปัญหามากขึ้นทั้งในตัวผู้เข้ารับคำปรึกษาและผู้ให้คำปรึกษา
6.การเงียบและการฟัง(Silence and Listening) เพื่อให้ผู้ให้คำปรึกษากระตุ้นผู้รับคำปรึกษา พิจารณาทบทวน ซึ่งนำไปสู่การเข้าใจตนเองและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
7.การแสดงความเห็นชอบ(Approval) เป็นเทคนิคที่ใช้ในการยืนยันหรือสนับสนุนความคิด ความรู้สึกที่เหมาะสมของผู้รับคำปรึกษา
8.การสะท้อนความรู้สึก(Reflection) เป็นเทคนิคที่ผู้ให้คำปรึกษาใช้ในการสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้รับคำปรึกษา
9.การเผชิญหน้า(Confrontation) เป็นเทคนิคที่ผู้ให้คำปรึกษาใช้ในกรณีที่พบว่าผู้รับคำปรึกษารู้สึกขัดแย้งในความคิด ผู้ให้คำปรึกษานำความขัดแย้งมานำเสนอในประโยคบอกเล่า
10.การทบทวน(Paraphrasing) เป็นเทคนิคที่ผู้ให้คำปรึกษาใช้ทบทวนประเด็นสำคัญ ๆ
11.การสรุป(Summarizing) เป็นเทคนิคที่ผู้ให้คำปรึกษาสรุปเรื่องราวต่าง ๆ สามารถใช้ในการสรุปในโอกาสที่จะสิ้นสุดการให้คำปรึกษา
หมายเหตุ ข้อมูลโดยละเอียดสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จากเอกสารอ้างอิงท้ายเล่ม
หน้า 10
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
“การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น อย่าคิดตอบแทน”
“การสะสมเสื้อผ้าของเพศตรงข้าม จิตใจไม่ปกติ ดังนั้น จึงอย่าตำหนิติเตียน แบบด่าให้เจ็บแสบ”
“อย่ารับผิดชอบชีวิตแทนเขา ชีวิตเรา-ชีวิตเขา อย่าอาลัยอาวรณ์ช่วยเหลือตลอดเวลา”
“advice คือ การแนะนำให้ทำตาม”
“การแนะแนว เริ่มที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดจากการแนะแนวอาชีพ ให้กับทหาร และเกิดสำนักแนะแนว Boston”
“ต้องยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลอาจพบบางเรื่องที่ไม่เคยเจอ”
“ถ้าเจอเด็กร้องไห้ (ต้องการระบายความทุกข์) อาจารย์ต้องไม่พูด ไม่ปลอบ นั่งนิ่ง ๆ มองไปที่เขา ให้เขามองมาที่ตาว่าเราเมตตา พอร้องไห้เสร็จถ้าไม่เล่าก็ไม่ต้องไปคะยั้นคะยอให้นักศึกษาเล่า สัมผัสได้บ้าง”
“คนเราเกิดมาสำคัญมากในช่วง 4-6 ปี จะสร้างบุคลิกภาพเรียบร้อยแล้ว พอผ่านไปแล้วจะไม่ผ่านไปไหน ยังอยู่ในจิตสำนึก”
หน้า 11
เอกสารอ้างอิง
รศ.คมเพชร ฉัตรศุภกุล เอกสารประกอบ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาระบบอาจารย์ที่ปรึกษา” วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2551 ณ ห้องจันท์กะพ้อ ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพอุดรราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ผศ.ศุภลัคน์ จารุรัตน์จามร ผศ.เพ็ญศิริ สิมารักษ์ เอกสารประกอบ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาระบบอาจารย์ที่ปรึกษา” วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2551 ณ ห้องจันท์กะพ้อ ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพอุดรราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
หน้า 12
ประวัติผู้เขียนและผู้รวบรวมข้อมูล
โกมล บุญแก้ว สำเร็จปริญญาตรีสาขาวิชาการสอนวิชาเฉพาะ วิชาสุขศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จปริญญาโทสาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานสอนและงานทางด้านสุขภาพ เคยได้ทุนไปอบรมเรื่องการป้องกันอุบัติภัยที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ของโครงการ JICA (Japan International Coorperation Agency)
ปัจจุบันสอนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม จบ.