กลอนรักครจ่อย ที่สิบสี่ เดือนกุมภา ปีห้าสองฉันได้ลอง แต่งกลอนรัก ดูสักหนเพื่อบรรยาย ความรัก ที่มากล้นให้กับคน ที่รักใคร่ ใจผูกพัน ด้วยเพราะรัก จึงขอร้อย เป็นทำนองบทร้อยกรอง เกือบครึ่งร้อย คอ่ยสร้างสรรค์เนรมิต กลอนรัก อัศจรรย์เป็นนิรันดร์ ตรึงไว้ ในดวงใจ คำคำแรก อยากบอกเธอ เป็นคำว่าตัวที่สาม สิบห้า มีความหมายอันสระ ตัวที่สอง บอกมากมายไม่งมงาย อีกอักษร อ้อนอนงค์ คำข้างต้น รวมกัน ประสานจิตเนรมิต ถ้อยคำ ถึงนางหงส์คือคำนี้ คำว่า‘รัก’ ที่มั่นคงที่ดำรง สถิตย์ใน ใจเรื่อยมา ชีวานี้ หมายเคียงรัก เธอซักหนฉันอดทน เก็บความรัก ไว้หรรษารอเวลา ที่เหมาะสม ลั่นวาจาเป็นคำว่า ฉันรักเธอ ก้องฟ้าดิน หากเนิ่นนาน ฉันจร ไร้จุดหมายที่มากมาย ท่องผ่านให้ ใจถวิลจนพบเธอ ก็ดุจ พบแคว้นถิ่นก็ตัดสิน ทอดกาย สายพิรุณ หากความรัก คือการค้า หากำไรฉันมีใจ เต็มรัก คอยเกื้อหนุนขอให้เธอ ช่วยส่งเสริม รักขาดดุลย์ช่วยต่อทุน หัวใจ เอากำไร แต่ความจริง ความรัก ใช่การค้าที่จะหา กำไร จากใจได้แต่เป็นรัก ที่มั่นคง ตรงหัวใจไร้กำไร ไม่ขาดทุน เสมอตัว หากเธอถาม ว่าฉันรัก ที่เหตุใดถ้าบอกไป ไร้เหตุผล ก็ไม่ชัวร์แต่หากบอก ตามตรง ไม่เล่นตัวว่าฉันชัวร์ ฉันรักเธอ และรักจริง ขออภัย ที่อ่อนหัด เรื่องความรักไม่รู้หลัก การจีบ ถึงพริกขิงเพราะไร้คู่ มาก่อน สาบานจริงฉันโสดซิง รักหมดใจ หมายเธอครอง อันผู้ชาย ปกติ ย่อมเจ้าชู้ย่อมจะรู้ มีบ้านน้อย มากกว่าสองแต่ฉันไม่ ฉันรักจริง เป็นครรลองเรื่องคู่ครอง ฉันรักเดียว ลั่นวาจา แม้นมิได้ องอาจดุจ พญาหงส์ก็ขอคง เป็นระกา ผู้หรรษาแม้นมิได้ เป็นสาคร เป็นคงคาแค่คุณค่า เป็นธารใส ที่ไหลเย็น แม้นมิได้ รวยล้นฟ้า เป็นเศรษฐีก็ยังมี ไม่อับจน ไม่ยากเข็นแม้นมิได้ หล่อดุจเทพ คืนวันเพ็ญก็ยังเป็น นรชาติ ผู้รักเธอ ในวันนี้ เธออาจไม่ คิดรักฉันในวันนี้ ฉันอาจเป็น แค่เพื่อนเกลอในวันนี้ ไม่มีฉัน ในใจเธอวันนี้เธอ อาจคิดถึง ใครอีกคน อาจเสียใจ ที่เธอ ไม่คิดรักคงเศร้านัก คงขมขื่น ดุจยาขมนักกวี ไร้รัก ไร้อารมณ์ย่อมไม่สม เขียนวลี บันเทิงใจ แต่หนึ่งเดียว ในตอนนี้ ที่ฉันรู้เธอไม่รู้ ว่าวันนี้ เธออาศัยอยู่ข้างใน ตัวฉัน ในหัวใจอยู่ข้างใน ใจฉัน ตลอดมา อยากบอกเธอ กระซิบ ผ่านดวงจิตเนรมิต ถ้อยคำ สุดหรรษาดุจจะเป็น ประกาสิทธ์ แห่งวาจาเป็นคำว่า ฉันรักเธอ ก้องโลกา ฉันสาบาน ต่อฟากฟ้า เมืองสวรรค์ในวันนี้ มีเธอ จะรักษาจะกู่ก้อง สาบาน สุดพนาเป็นคำว่า รักเธอ ที่มั่นคง ฝากบอกฟ้า เป็นคำ ที่เสกสรรอัศจรรย์ บอกผืนดิน ผู้ยืนยงเอ่ยต่อผา คีรี ผู้มั่นคงเอ่ยต่อผง ธุลี ในวาโย กระซิบคำ บอกธาตุ ทั้งภูมิภพ ผู้เจนจบ ทั้งหลาย ผู้ยโสผู้สถิต ดำรง ในอาโปทั้งวาโย คีรี บูรพา รุกข เทวดา ท่านทั้งหลายเทพมากมาย ช่วยส่งเสียง ที่หรรษาช่วยอวยพร ส่งเสริม ลั่นวาจาให้ชายชาติ ได้สมหวัง ดั่งตั้งใจ ในวันนี้ คนรักจริง ยิ่งมีน้อยไม่สำออย ดัดจริต หรือแหลได้แค่จะบอก ว่ารักจริง ยิ่งสิ่งใดพูดจากใจ ไม่ตอแหล ผิดวิสัย ไม่รักจริง มีหรือจะ เขียนกวีเป็นวลี ร้อยบท แฝงความนัยน์ที่อดทน กลั่นกลอง จากหัวใจส่งให้ไป ถึงใจ ของน้องนางรักเธอ แสนสุด ทั้งฤทัยในหัวใจ ไม่อยาก จะเหินห่างหวังว่า รักนี้คง ไม่อับปางใจอ้าวว้าง เปล่าเปลี่ยว เมื่อไร้เธอ เดินทางไป ใกล้กัน แค่ข้ามรั้วแต่ใจกลัว ว่าทุกสิ่ง แค่ฝันเพ้อแค่หวังว่า จะไป ให้พบเจอแต่กลัวเธอ สะบัดรัก แหลกชีวี ยิ่งรัก ก็ยิ่งกลัว ว่าอกหักแม้รักนัก ก็หวาดกลัว เป็นทวีอันตัวข้า ก็ได้แต่ เขียวกวีเป็นวลี ระบาย ที่รักเธอ ก็รู้อยู่ ว่าข้าได้ หลงรักข้าประจัก ว่ารักเจ้า ดุจคนเพ้อแม้ตาบอด ก็จำยอม เพราะรักเธอแค่ละเมอ ก็รักเจ้า แม้นิทรา ข้าปลูกรัก ไว้ในใจ ไว้ค่อยเจ้าหวังให้เรา ได้เคียงรัก แสนหรรษาปลูกรักดุจ พฤกษชาติ ดาษนานาดุจมัจฉา ที่ย่อมคู่ กับสาคร ดวงตะวัน แม้ลับ ลาขอบฟ้าแต่ใจข้า นั้นยัง ไม่จากจรยังคงรัก ถวิลเจ้า ยังอาวรณ์อุทาหรณ์ ว่ารักข้า มิเสื่อมคลาย อนุบาล ยันป.4 ที่รักร้าวเป็นเรื่องราว ความรัก ที่สลายเมื่อพบเธอ ก็ขอรักจนตัวตายรักสลาย ก็ขอตาย มลายทั้งกายา ชีวีข้า ไม่เคยเคียง ซึ่งหญิงใดเมื่อข้าได้ พบเจ้า แสนหรรษาทั้งนิสัย ดวงหน้า กริยาถูกใจข้า จนฝันเพ้อ ละเมอหา ขอเรียงรัก ร่ายร้อย เป็นบทกลอน ที่ครูสอน ฉันทลักษณ์ ที่เรียนมาเอามาเขียน เป็นกวี แสนหรรษาเป็นอันว่า ข้ารักเจ้า เป็นครรลอง อันความรัก ที่ส่งให้ จากหัวใจนั้นยิ่งใหญ่ มากมาย ไม่เป็นสองจึงอยากเอ่ย ออกมา เป็นทำนองเป็นครรลอง ความรัก คู่กวี นรชาติ แม้ชีวี จะวางวายกายมลาย สิ้นแล้ว ทั้งอินทรีย์ก็ยังคง ความรัก ที่ภักดีสถิตที่ ในใจ ตลอดมา ข้าขอเว้า ต่ออาทิตย์ ที่เคียงจันทร์เว้าต่อวัน ดีดี ที่หรรษาเว้าต่อปลา ที่ย่อมคู่ กับคงคาเว้าต่อฟ้า ยามราตรี สถิตดาว ได้โปรดเถิด บอกเล่า กันสักนิดเล่าชีวิต ของท่าน เป็นเรื่องราวเล่าชีวิต ที่คู่กัน สุดสกาวที่ดูแวว วาววับ ประทับใจ เป็นตัวอย่าง ครรลอง ให้ลองรักให้ประจัก ซึ่งความรัก สุดสดใสเป็นตำนาน ความรัก ประทับใจที่ทำให้ ตัวข้า ได้รักเป็น และแล้วข้า ก็ได้ มาพบเจ้าใจที่เฉา ก็ฟื้นคืน ทันตาเห็นเมื่อพบเจ้า ตัวข้า ก็รักเป็นแม้ยากเข็น ก็จะลอง ฝากรักไป เธอคือหนึ่ง ในใจที่ ถวิลหาคำพูดจา ไม่ถูกใจ จะแก้ไขไม่พอใจ ในตัวฉัน สิ่งใดใดก็ขอให้ บอกมา จะเปลี่ยนแปลง อยากจะบอก ว่าแรงเห็น เป็นต้องรักถูกใจนัก ดุจเทพ ยิงศรแผลงคมศรเทพ พุ่งมา แล้วปักแทงเข้าสู่แหล่ง ความรัก ที่กลางใจ เมื่อนั้น ก็รักเธอ ทั้งห้วงคิดทุกดวงจิต มีเธอ เป็นสายใยเหมือนมนตรา สถิตรัก ในหัวใจอาลัยรัก ทุกครั้ง ไม่เห็นเธอ อาวรณ์ คิดถึง และห่วงหาแสนหรรษา หลับฝัน ละเมอเพ้อหายใจเข้า หรือออก ยังเป็นเธอสุดละเมอ เพ้อพบ คิดถึงจัง หากเธอคิด สงสัย ว่ามุสาว่าวาจา นี้หรือ จะจีรังฉันยินดี เดิมพัน ด้วยชีวังว่าหมดทั้ง ชีวิน มีรักเดียว วันนี้มอง ผืนป่า พนาหล้าเห็นสัตว์ป่า ท่องรัก กลางทุกเขียวคิดถึงเธอ จึงเห็นว่า ดีทีเดียวจึงอยากเกี่ยว ก้อยรัก สานสัมพันธ์ ความรักฉัน นั้นหรือ ยิ่งใหญ่ได้ก็อยากให้ เป็นตำนาน สืบนิรันดร์คู่ผืนป่า กู่ก้อง ในจรัลคู่ในวัน ดีดี ที่เธอเคียง คำคำนี้ อยากบอกเธอ ว่ารักนะถึงใครจะ ว่าโกหก ก็ขอเถียงว่าความรัก ของฉัน หมายร้อยเรียงออกเป็นเสียง คำกลอน วอนกวี...
สวัสดีครับครูจ่อย...
แวะมาอ่านกลอนรักครับ
อ่านไปอ่านมาหิวลาบครับ (ฮิ ฮิ...)
เจ้าบทเจ้ากลอนนะครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านกลอนรัก
แต่มาเจอข้อความนี้
เมื่อ พ. 05 พฤษภาคม 2553 @ 15:41
#1984303 [ ลบ ]
สวัสดีครับครูจ่อย...
แวะมาอ่านกลอนรักครับ
อ่านไปอ่านมาหิวลาบครับ (ฮิ ฮิ...)
ฮามากกกกกกกกกกค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ได้โปรดเถิด บอกเล่า กันสักนิด
เล่าชีวิต ของท่าน เป็นเรื่องราว
เล่าชีวิต ที่คู่กัน สุดสกาว
ที่ดูแวว วาววับ ประทับใจ
เป็นตัวอย่าง ครรลอง ให้ลองรัก
ให้ประจักษ์ ซึ่งความรัก สุดสดใส
เป็นตำนาน ความรัก ประทับใจ
ที่ทำให้ ตัวข้า ได้รักเป็น
ชื่นชอบตอนที่ยกมานี้ค่ะครูจ่อย ท่านหนานเกียรติหิวลาบ ส่วนหนูหิวส้มตำ อิ อิ