อนินจาช้างไทย อดีตเคยกู้ชาติ แต่วันนี้คล้ายขอทาน

     ทุกคนที่เป็นคนไทย ล้วนทราบถึงประวัติศาสตร์ของชาติในอดีต ตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ว่าชาติไทยของเราในอดีตได้มีการสู้รบกับศัตรูที่มารุกรานกับชาติไทยของเรา ในกองทัพไทยจะมีกษัตริย์เป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่งพาหนะที่แม่ทัพของไทยใช้สู้รบกับศัตรูก็คือ ช้าง ในอดีตใช้การสู้รบกันบนหลังช้าง ดังนั้น ในอดีตช้างจึงถือเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย ช่วยรบกับศตรู และกอบกู้เอกราชจากพม่าให้กับชาติไทยในหลายๆครั้ง

     การต่อสู้บนหลังช้างในอดีตที่มีการพูดถึงกันให้ได้ยินอยู่เสมอ ดังเช่น การออกรบของพระศรีสุริโยทัย ที่เข็นช้างเข้ารบกับพม่าจนถูกแสงของ้าวจนสิ้นพระชนม์บนหลังช้าง หรือการทำยุตถหัตถีขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่สามารถชนะพระมหาอุปราชบนคอช้างได้

     ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ช้าง มีความสำคัญและบุญคุณต่อชาติไทยของเรามากเพียงไร จนบางครั้งเราไม่สามารถที่จะบรรยายถึงคุณค่าและบุญคุณของช้างต่อชาติไทยของเราได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสมกับบุญคุรที่ได้สร้างไว้ให้กับแผ่นดินไทย

 

แต่ทำไม..............................................

     ในปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ช้าง สัตว์ที่มีบุญคุณต่อแผ่นดินไทย กลับถูกนำมาใช้เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับมนุษย์ โดยนำช้างมาใช้เหมือนว่าช้างเป็นสัตว์ที่ไม่มีคุณค่า นำช้างออกมาจากป่า นำออกมาขอทาน โดยอ้างว่า ที่นำช้างออกมาเดินในเมืองเพื่อหาเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงช้าง แต่ในความเป็นจริงเงินที่ได้จากคนใจบุญที่อยากจะให้อาหารช้างนั้น ช้างได้ประโยชน์หรือคนที่นำออกมาได้ ในตอนนี้ ช้าง กลับกลายเป็นสัตว์มนุษย์นำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์

ช้างไทยมีค่าแค่นี้หรือ ??? มีค่าแค่เพียงช้างที่ขอทานตามท้องถนน ซึ่งก็คงไม่ต่างไปจากขอทานที่อยู่ตามสะพานลอยหรือข้างถนน

 

 

จิตใจคนช่างร้ายนัก ทำได้แม้แต่กับสัตว์ที่มีบุญคุณต่อชาติไทยของเรา.....เพื่อผลประโยชน์คนเรา นี่ช่างทำได้ทุกอย่างจริงๆ

 บทกลอนต่อไปนี้คงเป็นส่วนหนึ่งในความรู้สึกของช้างที่จะบอกคนไทย

….เจ้าช้างเอ๋ย …
เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีต
เคยพลีชีพรักษาไทยให้รุ่นหลัง
เคยสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่มีพลัง
แผ่มนต์ขลังขจรไกลในแหลมทอง
มาบัดนี้เจ้าเป็นเช่นวณิพก
ต้องระหกระเหิรไปใจเศร้าหมอง
ต้องอดมื้อกินมื้อ น้ำตานอง
โอ้พวกพ้อง ช้างหายไป ที่ไหนกัน
พลายรุ่งเรือง เป็นช้างขอทาน เร่ร่อนอยู่ในเมืองกรุง
ต้องย่ำเท้าอยู่บนแผ่นคอนกรีตที่แสนร้อน
ชูงวง เร่ร่อน …รอขอทานอาหาร…จากผู้คนที่ผ่านไปมา
... ท่ามกลางแสงแดดแผดกล้า  .และด้วยความหิวจากวันวาน

 .......................................................................................

โอ้แผ่นดิน..ถิ่นนี้หรือ… เคยร่วมสร้าง        
   ช่างอ้างว้าง...ไร้ผืนป่าให้อาศัย   
   ถิ่นเคยอยู่เหลือแค่…รอยอาลัย                     
   น้ำตาใสไหลริน... สิ้นหนทาง...
ใจถวิลครวญหาป่าอุดม                                
   เคยสุขสม ธารน้ำใส ไหลสล้าง
   อยากลัดเลาะไปตามป่า กินหญ้าฟาง            
   ใจคิดพลาง…น้ำตาตกหัวอกช้าง

ที่มา : http://www.mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=10432