คุณค่าที่เกิดจากบุคคลที่หลายคน ตัดสินแล้วว่า ตัวเขามีคุณค่าน้อยกว่า บุคคลที่ได้รับความสำเร็จเหล่านั้น

          คุณค่าของคนๆหนึ่ง ตัดสินที่ตรงไหน มีรุ่นน้องคนหนึ่งตั้งคำถามนี้ขึ้นมา แล้วถามว่า ในสายตาของพี่แล้ว เขาเป็นบุคคลที่มีคุณค่าหรือเปล่า?

            นายบอนมองรุ่นน้องด้วยความสงสัย เพราะเหตุใด ทำไมถึงได้ตั้งคำถามเช่นนี้

            "ช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่สถาบันแห่งนั้น ผมเป็นแค่นักศึกษาปลายแถว เรียนไม่ดี อาจารย์ไม่ปลื้ม เวลาใครพูดถึงผม ก็จะนึกถึงเรื่องแย่ๆของผมตลอด ตั้งแต่สอบตก ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีเงินลงทะเบียน ขอทุนการศึกษาไม่ได้ หลังจากเรียนจบมาแล้ว เพื่อนหลายคนได้งานดี มีหน้าตาในสังคม ใครๆก็ยกย่องนับถือ เจออาจารย์ที่ตลาด ที่ห้างสรรพสินค้า อาจารย์เดินเข้ามาทักทาย พูดด้วยความชื่นชม ยกย่อง ว่าเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เอง แต่พออาจารย์มาเจอผม อาจารย์ได้แต่มองยิ้มๆ ทักทายแค่ว่า ไปไหนมา สบายดีไหม แล้วก็มองแค่นั้น ไม่ได้พูดอะไรมากมายไปกว่านั้น"

            แหม บ่นออกมาด้วยความน้อยใจ ความจริงแล้ว นายบอนก็มองรุ่นน้องคนนี้เหมือนที่คนอื่นมองนั่นแหละ เพราะรู้จักน้องด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ ด้วยเรื่องราวที่ใครๆก็พูดจากล่าวถึงกันไปทั่ว ถ้าพูดถึงชื่อน้องคนนี้ขึ้นมา ทุกคนจะพูดถึงเรื่องของเขา ด้วยเรื่องที่น้องพึ่งเล่าให้ฟังมานั่นแหละ
           
            "ถึงผมไม่ใช่ศิษย์เก่าดีเด่น ไม่มีเกียรติยศดีเด่นใดๆ แต่วันนี้ ผมคิดว่า ผมก็มีดีเหมือนกันนะ ถึงแม้ผมจะไม่ประสบความสำเร็จในสายวิชาที่ร่ำเรียนมา ไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องศิษย์ปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่ แต่ประสบการณ์แย่ๆ ชีวิตที่ผิดพลาดในตอนเรียน มันก็เป็นประโยชน์ให้กับทุกคนได้เช่นกัน ไม่เฉพาะแต่คนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น ที่น่าสนใจว่า เส้นทางชีวิตของพวกเขานั้น สวยหรู ดีพร้อมเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหัวแถวหรือปลายแถว ก็มีคุณค่าต่อรุ่นน้องเช่นกัน...."

            ฟังที่เขาพูดแล้วอึ้ง เพราะไม่เคยได้ยินคำพูดจากปากของน้องเขามาก่อน เรามักจะได้ยินเรื่องราวของน้องจากคำพูดของคนอื่นเท่านั้น ที่บอกว่า น้องคนนี้ เป็นคนยังไง ทำไมถึงเรียนไม่ดี มีแต่เรื่องแย่ๆตอนที่เรียนอยู่ พร้อมกับเหตุผลมากมายที่ต่างคนต่างวิเคราะห์และตัดสินน้องคนนี้ โดยที่ไม่มีโอกาสได้ฟังน้องคนนี้ พูด อธิบายเหตุผลเลยสักครั้ง หลายคนตัดสินน้องคนนี้ เรียบร้อยแล้ว

            "ถ้ามีโอกาสได้บอกกับใครๆ บอกกับอาจารย์ บอกกับเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องในสถาบันแห่งนั้น อยากจะบอกอะไรเขา"

            "ผมอยากจะบอก อยากเล่าเรื่องราวของผมเอง ให้พวกเขาได้รู้ว่า ผมเป็นยังไง มีปัญหาชีวิตยังไงบ้าง ระหว่างเรียนต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง ทำไมถึงคะแนนไม่ดี ทั้งๆที่เข้าเรียนเหมือนเพื่อนคนอื่น อยากบอกให้รู้ว่า ที่พวกเขารับรู้ ได้เห็นนั้น พวกเขาไม่เข้าใจผม แต่ถึงวันนี้ คงไม่มีโอกาสที่จะทำอย่างนั้นแล้ว เพราะหลังจากที่เรียนจบมาจากที่นั่น ก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาเจอเพื่อนอีกเลย ไม่มีโอกาสไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ไม่ได้กลับไปที่สถาบันเก่า ไม่มีโอกาสที่จะบอกใครๆ แม้แต่คนเดียว"

            "แล้วถ้าบอกเล่าเรื่องราวที่อยากจะบอกเล่าได้ล่ะ บางที สิ่งที่พูดทิ้งไว้ อาจจะมีคนรู้ทีหลัง อาจจะพูดบันทึกเสียงเก็บไว้ หรืออาจจะเขียนเล่าเรื่องราวลงในเวบไซต์ หรือในบล็อก  หรือจะถ่ายวิดีโอลงแผ่นซีดีเก็บไว้ หรือจะพิมพ์เป็นหนังสือเล่าเรื่องราวที่อยากเล่าออกมา แล้วส่งให้บุคคลเหล่านั้น รับรู้ก็น่าจะได้นะ"

            "เคยคิดอยากที่จะเล่าเหมือนกัน นึกถึงตอนที่คุณตาจะเสียชีวิต ลูกหลานไปดูใจ พร้อมหน้ากันที่ห้อง ดูเหมือนคุณตามีเรื่องอยากจะพูดกับลูกหลานหลายเรื่อง แต่คุณตาก็อยู่ได้ไม่นาน ก็จากพวกเราไป ถ้าช่วงที่คุณตายังแข็งแรงอยู่  แล้วพูดสิ่งที่อยากจะพูด หรือเขียนออกมาไว้ก่อนตาย คงจะตายตาหลับ เพราะได้บอกสิ่งที่อยากจะบอก...."


            นี่คือ เนื้อหาที่พูดคุยกับรุ่นน้องคณะเกษตรศาสตร์ มข. คุยแล้ว ก็เกิดความคิดหนึ่งแว๊บขึ้นมา ตัวเองก็อยู่ในแบบเดียวกับรุ่นน้องคนนี้เหมือนกัน สมัยที่เรียน ม.ขอนแก่น ผลการเรียนไม่ได้ดีเด่นอะไรมากนัก ในหลายวิชา ถือว่า ปลายแถวด้วยซ้ำไป เจอรุ่นน้องบางคนที่รู้จัก ก็เข้ามาขอคำแนะนำว่า การเรียนมหาวิทยาลัยเป็นยังไง เรียนชีววิทยา จะทำงานด้านไหนได้บ้าง หัวข้องานวิจัย ทำเรื่องไหนบ้าง  เราก็อธิบายในแต่ละเรื่อง เล่าถึงการเรียน เนื้อหาวิชาต่างๆให้ฟัง งานวิจัยที่ศึกษากันอยู่ มีอะไรบ้าง เล่าให้ฟังแล้ว น้องบอกว่า มีประโยชน์มากๆ ได้รู้ข้อมูลเพิ่มขึ้น เขาเคยไปถามรุ่นพี่คนหนึ่ง ตอนนี้เป็นครู แต่เขาไม่มีเวลาเล่าให้ฟังมากนัก เล่าแค่ว่า ดีนะ น่าเข้าไปเรียน เดี๋ยวไปเรียนแล้วก็จะรู้เองแหละ แล้วก็ไปทำงานต่อ ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลย   ไม่มีเวลาให้ด้วยซ้ำ เพราะมีงานที่ต้องทำรออยู่


            "ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ อย่างการบอกเล่าเรื่องราวที่อยากบอก ซึ่งเรื่องราวนั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดัน หรือทำให้เกิดไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมา ถ้าได้เล่า หรือ เขียนทิ้งไว้ ในวันเวลาที่สามารถทำได้ ในวันข้างหน้า เมื่อมองกลับมายังวันนี้ จะไม่รู้สึกเสียดายเลย ยิ่งถ้าหากไม่มีโอกาสได้พูด หรือบอกเล่าเรื่องต่างๆ เพราะงานล้นมือ ไม่มีเวลาว่าง หรือใกล้จะหมดลมหายใจในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่เรื่องที่เคยเล่าทิ้งไว้ ก็ยังคงอยู่ สามารถที่จะไปอ่าน ฟัง เพื่อรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นได้ เหมือนห้องสมุดที่เก็บข้อมูลไว้ จะเข้าไปค้นหาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้"


            ฟังความคิดของรุ่นน้องแล้ว เข้าท่าว่ะ เพราะประสบการณ์มุมมองที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความผิดพลาด ล้วนแล้วแต่เป็นบทเรียนที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ทั้งเรื่องราวในแง่ดีที่ควรเอาอย่าง หรือความผิดพลาด ที่ไม่น่าจะทำตาม ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิมเสมอ หากรู้ประวัติศาสตร์ ทุกคนก็สามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ความไม่เหมาะสมนั้นขึ้นได้

           
            พลิกดูรายละเอียดงานคืนสู่เหย้า ชีววิทยาขอนแก่น 1 พ.ค.2553  มีกิจกรรมหนึ่ง คือ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของศิษย์เก่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่ได้บอกเล่าข้อมูลที่เป็นประโยชน์สู่กันฟัง  ข้อมูลเหล่านั้น ทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ฯลฯ แต่ก็มีข้อจำกัด คือ เวลาที่กำหนดไว้ในหมายกำหนดการ ซึ่งแต่ละคน มีเวลาพูดได้เพียงช่วงหนึ่ง และคนที่ขึ้นมาพูดประสบการณ์ เป็นเพียงตัวแทนส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีศิษย์เก่าอีกมากมายหลายคน ที่สามารถขึ้นมาบอกเล่าประสบการณ์ต่างๆมากมายหลายเรื่อง ซึ่งคงต้องใช้เวลามากขึ้น  แล้วยังมีศิษย์เก่าที่ไม่ได้มาร่วมงานเช่นกัน น่าจะมีโอกาสได้ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องราวที่ดีๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคนได้รับรู้กันบ้าง


            มีเพื่อนที่เคยเรียนมัธยมมาด้วยกัน มาปรึกษาเรื่องไปร่วมงานคืนสู่เหย้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  เพื่อนที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ขอให้เขาขึ้นเวทีคุยกับศิษย์เก่ามั่ง แล้วเขาจะคุยอะไรดีล่ะ เพราะมีเรื่องที่คุยได้เยอะแยะ เลยบอกว่า เลือกเอาสักเรื่อง อยากพูดอะไรก็พูดไป เพราะมีเวลาพูดบนเวทีไม่นาน แล้วจะมีรายการอื่นบนเวทีต่อไป หลังจากวันนั้น เพื่อนกลับมาเล่าให้ฟังว่า เล่าเรื่องหลังจากเรียนจบราชมงคลแล้ว ไปทำงานตามสาขาที่เรียนมา แต่เล่าไม่จบ เพราะเรื่องมันยาว เลยพูดบนเวทีว่า เดี๋ยวไปเขียนเล่าต่อในอินเทอร์เนตนะครับ พร้อมแจ้งที่อยู่บล็อกของเขาซึ่งอยู่ที่ exteen.com ให้เข้าไปติดตามอ่านเรื่องราวต่อไปได้เลย จะรีบเขียนเล่าเรื่องที่อยากเล่าลงไป เพราะไม่แน่ใจว่า ต่อไปจะมีเวลามาเขียนเล่าอีกหรือเปล่า เพราะงานคงจะเยอะขึ้นจนหาเวลาไม่ได้เหมือนช่วงนี้


            เออ....ไอเดียเข้าทีดีเหมือนกัน เขียนเล่าเรื่องราวลงในบล็อกซะเลย  คนที่สนใจอยากจะเปิดอ่าน จะเข้ามาอ่านตอนไหนก็ได้  เล่าได้แค่ไหนก็แค่นั้น  เพราะความทรงจำของคนเรา ย่อมลืมเลือนไปตามกาลเวลา วันนี้ อาจจะพอจำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าผ่านไปอีก 10 ปี 20 ปี ก็เริ่มจะลืมเลือนรายละเอียดหลายอย่างไปแล้ว จำไม่ได้บ้างแล้ว ขนาดชื่อคน ยังเริ่มจำไม่ค่อยได้ จำผิดชื่ออยู่บ่อยๆ


            จึงเป็นที่มาของบันทึกที่เขียนทิ้งเอาไว้ก่อนตาย .... จากวันนี้ จนถึงวันตาย  ซึ่งคุณค่า สาระของเรื่องที่ถ่ายทอด บอกเล่าออกมา ย่อมไม่ได้อยู่ที่คุณค่าของตัวบุคคล กับความสำเร็จ หรือเกียรติยศ ชื่อเสียงของบุคคลนั้นๆ แต่หากไม่มีเวลา ไม่สะดวก ก็ไม่สามารถที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่อยากจะบอกเล่าออกมาได้ ตรงกันข้ามกับคนที่อาจจะมีคุณค่า มีความสำเร็จ หรือชื่อเสียงเกียรติยศน้อยกว่า แต่กลับสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่อยากบอกได้เต็มที่..... แล้วผู้ที่เข้ามาอ่าน นำเรื่องราวที่รับรู้ เป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดัน หรือเกิดความคิดใหม่ๆขึ้นมาได้ .....


            ...คุณค่าน่าจะอยู่ที่ตรงนี้มากกว่า...

            ...คุณค่าที่เกิดจากบุคคลที่หลายคน ตัดสินแล้วว่า ตัวเขามีคุณค่าน้อยกว่า บุคคลที่ได้รับความสำเร็จเหล่านั้น


6 พ.ค.2553