ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ชีวิตผม ก้าวไปได้ด้วยแรงใฝ่ฝัน
แทบทุกครั้งเมื่อได้รับเชิญไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ ประเด็นที่ผู้ฟังจะลุกขึ้นถามผมอยู่เสมอก็คือ “ทำไมถึงมาทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาส” บางครั้งก็ถูกถามแรงๆ ว่า “มาทำเรื่องแบบนี้เพื่อต้องการมีชื่อเสียง จะได้ไปเล่นการเมืองใช่หรือเปล่า”
คำตอบก็คือ ผมทำงานมาตั้งแต่ปี 2523 เพราะแรงบันดาลใจมาจากเหตุผลหลักๆ สองประการด้วยกันคือ
หนึ่ง..ผมเกิดและโตที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดที่ยากจนเกือบที่สุดของประเทศ การเกิดที่นั่นจึงได้พบเห็นภาพเป็นจริงของผู้คนในชนบทที่ยากจนแสนเข็ญ แห้งแล้งแสนสาหัส ลูกหลานด้อยโอกาส ผอมโซ ป่วยไข้และตายลงอย่างง่ายดาย ภาพเหล่านี้ยังตราตรึงชัดเจนอยู่ในสมองตลอดเวลา
สอง..การทำกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้เห็นภาพที่ตอกย้ำถึงความด้อยโอกาสของเด็กๆ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในสลัม ในแหล่งก่อสร้างและบนภูเขา
นับแต่คราครั้งนั้น จึงตั้งปณิธานในใจไว้ว่า จบเมื่อไหร่ จะไปอยู่ป่าเขา ไปสอนและดูแลเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสในที่ห่างไกลเหล่านั้น ซึ่งผมก็ทำได้จริงตามนั้น ด้วยการเริ่มต้นเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กถูกทำร้ายทารุณที่อยู่ ณ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ที่ได้ก่อตั้งขึ้นในดงลึกเข้าไปในป่าเมืองกาญน์ ย่านน้ำตกไทรโยคน้อย (ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่ใหม่ย่านเขื่อนศรีนครินทร์ เมืองกาญน์)
ชีวิตอาสาสมัครสองปีเศษ สร้างโลกฝันและความรู้สึกท้าทายอีกมากขึ้นในจิตใจของผม จนตัดสินใจออกจากโรงเรียนเข้าสู่เมือง แสวงหาไปกระทั่งพบจุดลงตัวที่ การสอนหนังสือลูกคนงานก่อสร้าง ที่ติดตามพ่อแม่เข้ามาอยู่ในแหล่งชุมชนบ้านพักคนงานเหล่านั้น เช้าถึงเย็นสอนเด็ก ค่ำคืนสอนผู้ใหญ่ เสาร์-อาทิตย์จัดหาครูเข้ามาสอนอาชีพเสริมแก่แม่บ้านทั้งหลาย
แต่แรงฝันยังไปไม่ถึงที่สุด หลายปีต่อมา ผมจึงชักชวนเพื่อนๆ ที่มีแนวคิดแนวทางทำงานเพื่อเด็ก มาร่วมกันสร้างมูลนิธิฯในอุดมคติขึ้นคือ “มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก” พร้อมวางหลักการสำคัญไว้สามประการคือ
1.ต้องเป็นมูลนิธิฯ ที่มุ่งทำงานเพื่อเด็ก และสร้างเด็กขึ้นมาทำงานแทนเราให้ได้ในอนาคต ประการนี้ประสบผลสำเร็จพอสมควร เพราะปัจจุบันมูลนิธิฯ มีเด็กๆ ที่เติบโตเรียนจบปริญญาสายการศึกษามาร่วมทำงานเป็นครูอยู่หลายคน
2.ต้องเป็นมูลนิธิฯ ที่คิดริเริ่มงานเพื่อเด็กในแนวต่างๆ ปฎิบัติและขยายแนวคิดให้กว้างขวางออกไป ซึ่งประสบผลดีมากเพราะหลายโครงการได้รับการยอมรับและได้นำไปขยายผลต่อ เช่นโครงการครูข้างถนนที่ได้ริเริ่มขึ้นนั้น กรุงเทพมหานครนำไปปรับเป็นโครงการครูอาสาสอน สำนักงานตำรวจนำไปปรับเป็นโครงการครูตำรวจข้างถนน เทศบาลและการศึกษานอกโรงเรียนหลายจังหวัดนำไปปรับเป็นโครงการครูเพื่อเด็กเร่ร่อน และมีองค์กรพัฒนาเอกชนอีกหลายแห่งที่ดำเนินการเช่นนี้ขึ้นตามอีกหลายองค์กรทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
3.ต้องเป็นมูลนิธิฯ ที่ช่วยสนับสนุนให้บุคคล หน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานเพื่อเด็ก สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องและช่วยเหลือเด็กๆ ที่ต้นทางไว้ได้ ทั้งนี้เพราะบุคคลและองค์กรต่างๆ ที่ดูแลเด็กในจังหวัดต่างๆ นั้นถือเสมือนเป็นด่านสำคัญในการป้องกันเด็กไว้ในท้องถิ่น หากมีมากและเข้มแข็งแล้วจะดูแลเด็กได้มาก โดยปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือสนับสนุนไปแล้วเกือบยี่สิบองค์กร
นี่คือคำตอบโดยสังเขปครับ ทำมาด้วยแรงใฝ่ฝันและจิตสำนึกที่มี ส่วนที่มีชื่อเสียงหรือไปเป็นนักการเมืองนั้น เป็นผลที่ตามโดยเราไม่รู้หรอกครับว่า ชีวิตจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม ผมก็ยังมุ่งมั่นทำงานช่วยเด็กเช่นนี้สืบไป อย่างน้อยก็ตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้เราเกิด เราอาศัย ตอบแทนคุณผู้ใหญ่มากมายที่ดูแล ช่วยเหลือ ให้ความรู้ แนะนำ หล่อหลอมเรามาจนเป็นผู้เป็นคนที่สมบูรณ์
สำคัญที่สุดคือ “ผมเชื่อการทำความดี” ว่า โลก ประเทศและสังคมอยู่ได้ เพราะมนุษย์ทำความดีครับ
“””””””””””””””””””””””

.... " ตอบแทนคุณผู้ใหญ่มากมายที่ดูแล ช่วยเหลือ ให้ความรู้ แนะนำ หล่อหลอมเรามาจนเป็นผู้เป็นคนที่สมบูรณ์ " อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีคนที่มีความคิดดี ๆ อยู่ ไม่ได้มีแต่มุมโหดร้ายอย่างในปัจจุบัน .... ครูหยุย เป็นคนที่โชคดี แต่น่าจะคิดดี มากกว่านะ ที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์ ....ขอให้เด็กๆ ที่ครูดูแล ได้รับความคิดนี้ไปทั้ง 100% เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้ม มีน้ำใจต่อกัน