ไม้ยืนต้นเมื่อแข็งแรงแล้วย่อมทนต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติกว่าไม้ล้มลุก
สวัสดีครับ นึกถึงปัญหาบ้านเมือง วันนี้ผู้เขียนมีเวลาว่างๆไม่รู้จะทำอะไรนึกขึ้นมาเปรียบในเรื่องของความแข็งแรงทนทานของต้นไม้ยืนต้นที่มีอายุเป็นร้อยๆปี อุปมากับชีวิตคนก็เหมือนกันย่อมมีความแข็งแรงในชีวิตที่เกิดจากรากฐานของความมั่นคง อันเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงได้เหมือนไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนยาวแล้วยากนักที่จะตายเอง มีอายุหลายชั่วอายุคนนับเป็น 100 ปี ก็ยังไม่ตาย นอกเสียจากถูกทำลายไปโดยมนุษย์(คนปัจจบัน)เพื่อหวังผลประโยชน์จากต้นไม้ต้นนั้น ที่คนรุ่นก่อนปลูกและดูแลรักษาไว้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว และหรือถ้าปล่อยให้หมดอายุตายไปเองตามธรรมชาติ แม้แต่เราคนปัจจบันไม่ต้องรักษาดูแลก็ต้องใช้เวลาหลายๆปี ถึงจะตายไป เพราะเหตุต้นไม้นั้นแข็งแรงมั่นคงแล้ว ผลสุดท้ายก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนใจปัจจุบัน เพียงหวังผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้นเอง(นั้นคือความเป็นจริงในปัจจุบัน)
เปรียบได้หากประเทศชาติทำให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเมืองการปกครองแล้ว หมายถึงรัฐบาลมีการพัฒนาระบบการเมือง การปกครอบ ระบบเศษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง ให้มีความมั่นคงอย่างถาวร ยากนักที่บุคคลในชาติจะลำบากเดือนร้อน เพราะฉนั้นจะทำอย่างไรให้เกิดเหตุปัจจัยการพัฒนาอย่างถาวรในระบบการเมือง การปกครอง ให้ประเทศชาติประชาชนอยู่กันอย่างมีความสุข คนปัจจุบันก็ย่อมต้องช่วยกันรักษาพัฒนา และอย่าคิดทำลายเพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้นก็พอแล้ว รักษาไว้ด้วยความรักสามัคคีเพื่อคนรุ่นต่อๆไป ลูกหลานไทย จะได้อยู่กันอย่างมีความสุขเหมือนดังคนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้พวกเรา ถ้าเราไม่สำนึกแล้วจะให้ไครมาช่วยเราได้(แล้วคนปัจจุบันจะทำลายล้างกันเพื่อใคร ทำลายล้างกันเพื่ออะไรเคยคิดวิเคราะห์หาเหตุผลกันบ้างใหม ความจริงอยู่ที่ใหน เมื่อไรจะปรากฏ รัฐบาลและประชาชนต้องช่วยกันโดยด่วน)
เป็นเรื่องจริงครับพี่เดชา
"คนก็เปรียบเช่น ต้นไม้ เมื่อเติบโตก็จะแข็งแกร็งเอง.."
มีโอกาสไปเยี่ยมน้องบ้างนะครับพี่เดชา..
น่านนะซิ...รบกันทำไม....รบเพื่อใคร
ต้นไม้ใหญ่อายุยืนเป็นหลายร้อยปียังถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์ปัจจุบัน