“คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ชี้ประเด็นการละเมิดสิทธิและเรียกร้องให้ผู้ละเมิดยุติการกระทำดังกล่าวนั้นดีครับ แต่เมื่อได้เสนอตนในบทบาทเป็นตัวกลาง การ "ประณาม" ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจทำให้สูญเสียสถานะความเป็นกลาง”

ขออภัยที่ผมลบข้อความในบันทึก เรื่อง เหตุใดผู้เสนอตนเป็นตัวกลางเจรจาจึงไม่ควรประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง? ออกไปทั้งหมดแล้ว

ผมตัดสินใจลบข้อความในบันทึกนี้ออกเพราะมีกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง
กรุณาให้ความเห็นว่ามีข้อความที่อาจทำให้มีคนเข้าใจว่าเป็นการตำหนิหรือกระทั่งประณามองค์กรที่ผมเขียนถึง ทำให้ผมได้คิดและรู้สึกเสียใจ จึงขอขอบพระคุณกัลยาณมิตรท่านนี้

จริงๆ แล้วผมไม่มีเจตนาประณามใคร (หรือแม้แต่การตำหนิผมก็ไม่ทำ ทำไปแล้วก็รู้สึกเสียใจภายหลังทุกครั้ง พยายามให้เป็นการเตือนการสอนการขอความกรุณาด้วยความจริงใจมากกว่า) เบื้องหลังจริงๆ ของคำว่า "วุฒิภาวะทางธรรม" ในกรณีนี้ที่คนอ่านอาจไม่เข้าใจว่าคืออะไร คำอธิบายของผมคือ ผมคิดว่ามนุษย์เราไม่ว่าระดับปัจเจก กลุ่ม หรือสังคม ไม่ควรมีใครถูกประณาม ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรทั้งสิ้น โดยเป็นการตีความเรื่องพรหมวิหารธรรม (เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา) ของผมเอง และผมจึงไม่ทำเช่นนั้นอีก (แม้ในอดีตเคยทำ)

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๔ พ.ค.๒๕๕๓