ก่อนเปิดเวทีวันที่ ๘ มีนาคม เครือข่ายประชาชนส่งหนังสือถึง ทีมวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ประสงค์ออกชื่อ แต่เป็นระดับรองอธิการบดีของมหาวทิยาลัยแห่งหนึ่ง ให้วิเคราะห์ ผลกระทบ ความห่วงใย และข้อวิตกกังวล เป็นข้อมูลวิชาการ ที่ถูกต้องและแม่นยำ
ข้อมูลจากนักวิชาการที่มากด้วยน้ำใจ
โต้ข้อมูล นักวิชาการที่รับจ้างเชฟรอน
เรื่อง/ภาพ สานศรัทธา
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 16 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 53
ก่อนเปิดเวทีวันที่ ๘ มีนาคม เครือข่ายประชาชนส่งหนังสือถึง ทีมวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ประสงค์ออกชื่อ แต่เป็นระดับรองอธิการบดีของมหาวทิยาลัยแห่งหนึ่ง ให้วิเคราะห์ ผลกระทบ ความห่วงใย และข้อวิตกกังวล เป็นข้อมูลวิชาการ ที่ถูกต้องและแม่นยำ โดยมีเนื้อหา ดังนี้
ข้อกังวลของประชาชนที่ต้องการ
ให้เจ้าของโครงการ ก่อสร้างศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเหลวในอ่าวไทย ของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด
(1) โครงการจะมีการสร้างท่าเทียบเรือ บอกแต่ว่าเป็นรูปตัวแอล แต่ไม่ได้บอกว่าท่าเทียบเรือมีขนาดกว้างยาวเท่าไร มีเสากี่ต้นที่จะปักลงในน้ำ เสากว้างและยาวเท่าไร เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อกระแสน้ำ
(2) โครงการจะสร้างกำแพงกันคลื่น ยังไม่ได้บอกขนาดและความยาว และรูปแบบ
(3) โครงการจะมีการขุดร่องน้ำเพื่อเป็น (ก) ทางเข้าอออกของเรือมาที่ท่าเทียบเรือ (ข) ขุดแอ่งให้เรือกลับลำเรือ ความลึก 8.5 เมตร ไม่ได้บอกว่าจะขุดกว้างทำอะไร
(4) บนฝั่งจะสร้างอาคาร (ก) อาคารสำนักงาน (ข) อาคารเก็บวัสดุ (ค) อาคารเก็บสารเคมี(ง) อาคารซ่อมบำรุง (ง) พื้นที่จัดเก็บขยะ (ถ้าไม่มีการจัดการที่ดี ฝนตกก็ชะลงทะเล สารระเหยไปในอากาศก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน) (จ) หอเก็บน้ำ (เอาน้ำมาจากไหนในที่สุดประชาชนจะถูกแย่งน้ำใช้หรือไม่) (ฉ) บ่อพักน้ำ เป็นน้ำดีหรือน้ำเสีย
-
อาคารบนฝั่ง
1.1 ประชาชนกังวลใจ เรื่องกลิ่น เสียง ความร้อน จากโรงงาน จึงต้องการให้ออกแบบ พื้นที่ใช้งานของโครงการอยู่ตรงกลางของพื้นที่ และให้เว้นพื้นที่กันชนเป็นระยะทาง ………..กิโลเมตร จากขอบเขตของโครงการทุกด้าน รวมทั้งด้านที่ติดทะเล เพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนชะล้างลงทะเล ห้ามวางท่อน้ำทิ้งลงทะเล ต้องสร้างบ่อบำบัดน้ำทิ้งในพื้นที่โครงการและนำกลับไปใช้ใหม่หากในน้ำทิ้งมีสารที่ระเหยได้ต้องสร้างบ่อบำบัดที่ปิดสนิท ป้องกันสารระเหยจากน้ำทิ้งส่งผลต่อสุขภาพของชุมชน พื้นที่กันชนที่เว้นไว้ต้องปลูกไม้ยืนต้นให้หนาแน่น และเป็นพืชที่ไม่ทิ้งใบ เพื่อให้กรองฝุ่น เสียง และสารพิษ
1.2 ต้องระบุกิจกรรมบนฝั่งให้ชัดเจน ว่าจะมีการขยายกิจกรรมเพื่อทำกิจกรรมอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ปิโตรเคมีขั้นต่าง ๆ หรือมีกิจกรรมใดต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อศึกษาผลกระทบแต่แรก หากให้ข้อมูลกับชุมชนไม่หมดเป็นการแสดงเจตนาที่จะไม่ทำตามกฎหมาย
1.3 ประชาชนทั่วไปเมื่อสร้างบ้าน ก็ต้องสร้างส้วมด้วย ดังนั้นโครงการต้องสร้างบ่อกำจัดขยะเองและสร้างไว้ในที่ตั้งของโครงการ นอกพื้นที่กันชน โดยเฉพาะขยะอันตรายและสารพิษ การมีบ่อขยะในพื้นที่โครงการจะทำให้มีการดูแลที่ดี การที่เจ้าของว่าโครงการจะ จ้างบริษัทอื่นมารับขยะอันตรายไปนั้น ประชาชนขาดความมั่นใจและกังวลใจว่าต่อไปจะมีคนมักง่ายไปรับจ้างขนเอาไปทิ้งหรือไปซื้อที่ดินทิ้งไว้ในชุมชนแล้วนำขยะไปฝังกลบแบบไม่ได้มาตรฐาน ประชาชนก็จะเป็นเหยื่อ ในขณะเดียวกันเจ้าของโครงการก็ถือเป็นความรับผิดชอบของบริษัทที่รับจ้างกำจัดแล้ว ประชาชนมีประสบการณ์ได้เรียนรู้ถึงปัญหานี้ในพื้นที่อื่น จึงต้องการให้เจ้าของโครงการจัดการขยะเหล่านี้ไว้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้มีการพยายามลดขยะและนำกลับไปใช้ใหม่ด้วย
1.4 โครงการมีสิทธิบนที่ดินบนบกของตน แต่ไม่มีสิทธิบนชายหาด ดังนั้นห้ามสร้างสิ่งกีดขวางบนพื้นที่ชายหาดและห้ามทำให้ชายหาดสกปรกจากกิจกรรมของโครงการ
2. ช่วงการก่อสร้างถนน
โครงการไม่ควรสร้างถนนใกล้พื้นที่วัดเขาพนมไตรรัตน์ เพราะวัดเป็นศาสนสมบัติของชุมชน จึงควรหลีกเลี่ยงการรบกวนวัด เพราะถนนใกล้วัดจะก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อให้พระสงฆ์และประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุไปทำบุญและปฏิบัติธรรมได้อย่างสงบสุข เพราะช่วงก่อสร้างจะมีรถวิ่งเข้าออกมาก มีทั้งฝุ่นและเสียง และอาจมีรถขนส่งสารเคมีอันตรายด้วย (ถึงแม้วัดจะอนุญาต แต่วัดเป็นของชุมชน ด้วย และให้ไปถวายความรู้ให้พระทราบถึงสิ่งที่จะรบกวนพระในอนาคตด้วย)
3. ช่วงการขนถ่ายวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ
3.1 โดยทั่วไปโครงการจะให้สัญญากับชุมชนว่าจะลดปริมาณฝุ่น โดยติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่น จากกิจกรรมของโครงการที่ต้องขนส่งวัสดุด้วยรถบรรทุก โครงการต้องกำหนดเวลาการทำงานให้ชัดเจน และโครงการต้องรับผิดชอบต่อปริมาณฝุ่นที่จะเกิดขึ้นมากและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เพราะการขนส่งซีเมนต์ เบนโทไนต์และแบไรท์ สารเหล่านี้มีฝุ่นขนาดเล็ก เช่น ขนาดเล็กกว่า 2 ไมครอน จึงสามารถผ่านเข้าไปในปอดได้ลึก จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลงและอาจเป็นมะเร็งปอดได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถทราบถึงผลกระทบของโครงการเมื่อดำเนินโครงการไประยะหนึ่งแล้ว จึงต้องการให้โครงการตรวจสุขภาพพื้นฐานของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ เช่น ตรวจประสิทธิภาพของปอดไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน โดยประชาชนไปตรวจที่โรงพยาบาลและบริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากนี้เจ้าของโครงการต้องให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มไวต่อการได้รับมลพิษ เช่น ผู้ป่วยที่ไวต่อมลพิษ เช่น เป็นภูมิแพ้ โรคที่เกี่ยวกับปอดและหอบหืดอยู่แล้ว คือ กลุ่ม ภูมิแพ้ ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงมีครรภ์ด้วย ข้อมูลสุขภาพพื้นฐานจะถูกนำมาเปรียบเทียบภายหลังจากโครงการดำเนินการแล้ว เพื่อจัดทำรายงานติดตามลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
3.2 นอกจากสุขภาพของคนแล้วความกังวลใจยังมีต่อสิ่งเจือปนที่จะตกลงทะเล เพราะจะก่อให้เกิดตะกอนของสิ่งแปลกปลอม ซึ่งบางประเภทจมลงก้นทะเล บางชนิดถูกคลื่นซัดขึ้นมา ทำลายทัศนียภาพและการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุขทางใจและส่งผลให้ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น รีสอร์ท ร้านอาหาร เรื่อนำเที่ยว ขาดรายได้ ไม่มีความสุข ซึ่งทำให้เจ็บป่วยได้
4. การขนส่งที่ท่าเรือ
เจ้าของโครงการต้องกำหนดให้เรือของประชาชนสามารถผ่านไปมาได้อิสระ มิใช่เมื่อสร้างท่าเรือขึ้นมาแล้ว จะมากำหนดให้เรือลำอื่นต้องอ้อมไปไกล เพราะการอ้อมไปไกลเสียเวลาและเงินค่าน้ำมัน เนื่องจากพื้นที่ในทะเลเป็นสาธารณะสมบัติ ข้อตกลงนี้ต้องมีการลงนามโดยเจ้าของโครงการผู้มีสิทธิ์ลงนามตามกฎหมาย เพื่อให้ชาวประมงไม่เดือดร้อนเพราะถ้าไม่มีข้อตกลงในอนาคตท่าเรืออาจปิดกั้นไม่ให้เรือลำอื่นสัญจรไปมา และชาวประมงอาจถูกจับดำเนินคดีในฐานะผู้บุกรุก จึงต้องทำข้อตกลงไว้ก่อน ข้อตกลงต้องใช้สืบไปโดยไม่มีกำหนดเวลา
5. ช่วงก่อสร้างองค์ประกอบในทะเล
5.1 เรื่องการขุดลอกร่องน้ำ และจะนำตะกอนดินที่ขุดได้ไปทิ้งอีกจุดหนึ่ง เรื่องนี้มีความเสี่ยงต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติสูง จึงจำเป็นต้องจัดเวทีนำเสนอวิธีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยประชาชนมีสิทธิในการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมรับฟัง เพราะประชาชนไม่ใช่ผู้รู้โดยตรง โดยเจ้าของโครงการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ต้องการให้เจ้าของโครงการระบุปริมาณทรายใต้ท้องทะเลที่จะขุดออกจากการขุดลอกร่องน้ำ)
5.2 ต้องมีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน หากโครงการขุดลอกร่องน้ำและนำตะกอนไปทิ้งอีกจุดหนึ่ง จึงต้องสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่เกี่ยวข้องก่อน หากหลังจากโครงการดำเนินการไปแล้วพบว่ามีผลต่อประชากรสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของชุมชนที่พึ่งพาอาหารทะเลเป็นแหล่งโปรตีนของครอบครัวและอาชีพประมง และอาชีพต่อเนื่องจากการประมง เช่น การแปรรูป การทำกะปิ ฯลฯ หากหลังจากขุดลอกร่องน้ำและนำตะกอนดินไปถมทะเลอีกจุดหนึ่งแล้วตรวจพบว่าเกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชุมชน เจ้าของโครงการต้องชดใช้ จึงเสนอให้ทำข้อตกลงไว้ล่วงหน้าและมีการวางเงินชดเชยไว้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นเงินประกัน มูลค่า 200 ล้านบาท (พอไหม)
6. ทรัพยากร
เนื่องจากประชาชนมีอาชีพประมงชายฝั่ง อาชีพแปรรูปสัตว์น้ำ และประชาชนที่พึ่งพิงอาหารโปรตีนเพื่อเลี้ยงครอบครัวจากสัตว์ทะเลมีความกังวลใจด้าน ผลกระทบของการสร้างท่าเทียบเรือ โดยกังวลใจในขั้นตอน
(1) การก่อสร้าง จะมีการขุดร่องน้ำ การขุดพื้นทรายเพื่อก่อสร้าง จะมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จำนวนและชนิดของสัตว์น้ำวัยอ่อน สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำ สิ่งเหล่านี้จะทำให้สัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา รวมทั้งปลากระบอกซึ่งทุกวันนี้แค่ไปยืนรอปลาแค่น้ำท่วมครึ่งหน้าแข้งก็สามารถมีปลากระบอกไปเป็นกับข้าวของคนในครอบครัว ถ้ามีเวลาจับได้มากก็นำไปขาย ทุกวันนี้ชุมชนมีชีวิตที่พึ่งพาสัตว์น้ำทางทะเลและมีวิถีแบบเศรษฐกิจพอเพียง
(2) ประชาชนไม่ต้องการให้มีการสร้างท่าเรือ เพราะการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งโดยสร้างสะพานยื่นไปในทะเล จะมีผลต่อการปรับทิศทางและความแรงของกระแสน้ำ ซึ่งจะก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในจุดอื่น ชายหาดในพื้นที่นี้และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นชายหาดที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยว
(3) ทะเลในพื้นที่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม คือ ปลาโลมา ทั้งสีชมพูและสีเทาที่มีคุณค่า และเป็นสิ่งดึงดูดการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจในชุมชนอยู่ได้ ทั้งด้านที่พัก รถรับส่งนักท่องเที่ยว เรือท่องเที่ยวซึ่งเป็นเรือประมงขนาดเล็กที่ใช้เวลากลางวันรับส่งนักท่องเที่ยว การสร้างท่าเรือทำให้มีเรือขนาดใหญ่เข้ามารบกวนสัตว์ที่มีคุณค่าของพื้นที่และดึงดูดการท่องเที่ยว
(4) การสูญเสียชายหาด และคราบน้ำมัน รวมทั้งสารเคมี วัสดุตกหล่นลงทะเล สะสมลงสู่พื้นดินกลายเป็นตะกอนเลน ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของของสัตว์น้ำ การขุดเจาะพื้นดินยังเป็นการพลิกหน้าดิน ยังทำให้น้ำใต้ดินขึ้นมาและปนเปื้อนด้วยสารเคมี เช่น โลหะหนัก สารหนู
(5) กิจกรรมบนท่า หลังท่าเรือ เป็นประเด็นที่ห่วงใย จึงต้องการให้บริษัทระบุสารเคมีที่ขนผ่านท่าเทียบเรือ แยกตามความเป็นพิษ เช่น สารก่อมะเร็ง กลุ่ม 1 และกลุ่ม 2A ของ IARC สารเคมีที่ไวไฟ สารเคมีที่ง่ายต่อการระเบิด ฝุ่นละอองจากสินค้า ถ้าไม่ได้แจ้งไว้ว่าจะขนส่งอะไรบ้าง ถ้าในอนาคตเจ้าของกิจการอาจนำท่าเรือนี้ไปขนสินค้าอื่น ๆ ที่ อาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อด้านใดด้านหนึ่ง นอกเหนือจากที่มีมาตรการลดผลกระทบตาม EIA และ HIA แล้ว โรงงานเจ้าของกิจการต้องมารับฟังความเห็นจากประชาชนใหม่ คือทำ EIA และ HIA อีกครั้งเหมือนโครงการที่ขอขยายกิจการใหม่
(6) การปิดกั้นทางเดินเรือของประชาชนทั่วไป เนื่องจากทะเลเป็นสาธารณสมบัติ ถ้ามีการสร้างท่าเทียบเรือยื่นไปในทะเล จะต้องไม่มีการปิดกั้นการสัญจรทางน้ำ หรือรบกวนการเดินทางของประชาชนในชุมชน เพราะบางแห่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะมีเวรยาม หรือปิดกั้นไม่ให้เรืออื่นผ่าน
(7) การที่มีเรือขนาดใหญ่ขนส่งวัสดุและสารเคมี วันละประมาณ 8 ลำ ขนาดเรือ 700-1,200 ตันกรอส และเรือต้องกลับลำเรือ จะก่อให้เกิดน้ำขุ่น และมีเสียงดังใต้น้ำ และอาจจะมีการทำความสะอาดเรือ ทำให้สัตว์น้ำอยู่ไม่ได้ ทำลายทรัพยากร สิ่งเหล่านี้เจ้าของโครงการจะมีมาตรการลดผลกระทบอย่างไร เพราะหลังจากมีโครงการชาวบ้านจะเดือดร้อนทุกครัวเรือนถ้าไม่มีอาหารทะเล และอาจทำให้มีสารปนเปื้อนในอาหารทะเลด้วย ของเสียที่เกิดจากการขุดเจาะอาจมีสารพิษพวกโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและ สารหนูด้วย
ดังนั้นความกังวลใจเหล่านี้ต้องมีการศึกษาเพื่อให้มีมาตรการในการติดตามผลกระทบที่ชัดเจนและทำโดยนักวิชาการที่โปร่งใส เป็นนักวิชาการอิสระ
7. สารเคมีที่ใช้
7.1 เจ้าของโครงการต้องรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบของสารเคมีในภาวะปกติและกรณีฉุกเฉินเพราะสารบางชนิดไวไฟ และมาตรการเตือนภัยต่อชุมชน
7.2 เจ้าของโครงการต้องรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบของเสียที่ขนจากแท่นขุดเจาะโดยวิเคราะห์ผลกระทบทั้ง 3 ด้าน และมีมาตรการรองรับ
ค้นข้อมูล
เบนโทไนท์ (Bentonite)
เป็นดินเหนียวชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยแร่ดินเหนียวมอนต์โมริลโลไนท์ (Montmorillonite) เป็นหลัก มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ มีความเหนียวสูงมาก คือ Liquid Limit มากกว่า 500 และความสามารถขยายตัวได้ (Swellability) สูงมาก คือ 5 ถึง 10 เท่า ของปริมาตรดินแห้ง มีขนาดอนุภาคเล็กมาก มีพื้นที่ผิวจำเพาะปฐมภูมิ (Primary Specific Surface) สูงมากระหว่าง 50 ถึง 120 ตารางเมตรต่อกรัม และพื้นที่ผิวจำเพาะทุติยภูมิ (Secondary Specific Surface) สูงได้ถึง 840 ตารางเมตรต่อกรัม
เรียกว่า เบนโทไนท์เพียง 100 กรัม สามารถครอบคลุมสนามฟุตบอลได้เต็มสนามอย่างสบายๆ คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ มีเสถียรภาพในการแขวนลอยสูง จึงให้เป็นน้ำโคลนป้องกันหลุมเจาะถล่มได้ดี
ข้อมูลของเบนโทไนท์ สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ Clay Mineralogy และ Applied Clay Mineralogy ของ Grim และหนังสือ Fundamentals of soil Behavior ของ Mitchell โดยเปิดดูหัวข้อของกลุ่มแร่ดินเหนียว Smectite หรือ Montmorillonite หรืออาจค้นในอินเตอร์เน็ต โดยใช้ Keyword ดังกล่าวได้ครับ
ขอเป็นกำลังใจในบทบาทหน้าที่ครับ...คนคอนบ้านเรา
เชฟรอนปฏิบัติงาน 180 ประเทศทั่วโลก การที่เขามาผมคงจะบอกไมได้หรอกว่าผลกระทบมันจะไม่มี มันมีแต่เราป้องกันได้ มีระบบการตรวจสอบ มิเช่นนั้นป่านนี้ทั้งโลกนี้ก็คงจะไม่มีเชฟรอน
รายได้การกระจายรายได้ ภายในจังหวัดโรงแรมการท่องเที่ยว เงินหมุนสะพัด สินค้าชาวบ้านชุมชน มีการจับจ่าย
ความคิดนี้คล้ายกับตอนนั้น ที่คนมีความดิดว่าจะไม่เอามหาลัยวลัยลักษณ์ ทุกอย่าง คนค้านก็ค้านไปทั่ว ไม่ได้มีความรู้อารายมารองรับ สรุปกูค้าน ถ้ากูไม่ได้ตังค์
ผมอยากบอกว่า เชฟรอนสร้าง ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก
แต่พื้นที่ไม่เหมือนกันนะครับ ในประเทสไทย เชฟรอนมี
ท่าเรืออยู่แล้ว ต้องการเพียงลดต้นทุนเท่านั้น
อีกอย่างสร้างที่ยริเวณปากน้ำ ขวางทางน้ำครับ
อีกทั้งการขุดลอกร่องน้ำ ปัญหาดินเลนจะตามมาอีกมากครับ
สนามบินปากพูน ของเชฟรอน ก็สร้างได้ไม่มีใครค้านนี่ครับ
เพราะผลกระทบอาจควบคุมได้
แต่ท่าเรือ หายนะแน่นอน
อยากบอกอีกว่า เชฟรอนลงมาแล้วจะดึงโครงการต่างๆลงมาด้วย
เหมือนเชือกจูงวัว
ตอนนี้ ที่รอต่อโครงการเชฟรอนอยุ่ ไฟฟ้าถ่านหิน โรงแยกก๊าซ
หากคุณต้องการเอาไปลงสิชลซิครับ