เวทีในครั้งนี้ ทำท่าจะส่อเค้ารุนแรงในตอนแรก สุดท้ายจบลง ด้วยโดนชาวบ้านล้มเวที ด้วยประชามติเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่เอา และให้เลิกดำเนินการ การทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในการก่อสร้างท่าเรือ จึงล่มปากอ่าว นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ
เชฟรอน ล่มปากอ่าว ชาวบ้านต้านหนัก
โห่ไล่ออกจากพื้นที่
ดินเลนล้านคิว กัดเซาะชายฝั่ง ระบบนิเวศน์ปากน้ำ
เรื่อง/ภาพ สายธารธรรม
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 16 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 53
วันที่ ๘ มีนาคม ๕๓ หากขับรถก่อนเลี้ยวเข้าปากน้ำกลาย สองข้างถนน มีป้ายเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับการก่อสร้างท่าเรือเชฟรอน เมื่อขับรถไปถึง อบต.กลาย สนามหญ้าหน้า อบต.ถูกจัดให้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นชั่วคราว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยอย่างเนืองแน่น พร้อมด้วยสื่อมวลชนแทบทุกช่องทีวี และสื่อที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เวทีเริ่มขึ้นด้วยการกล่าวรายงานของเจ้าหน้าที่เชฟรอน และกล่าวเปิด โดย นายบุญวัฒน์ ชีช้าง รองผู้ว่าราชการจังหวัด และได้กล่าวว่า “ในเวทีครั้งนี้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ รายงานข้อมูลให้จบ แล้วค่อยแสดงความเห็น” จากนั้น นักวิชาการ ที่ดำเนินการในนามบริษัท ยู เอ อี จำกัด ซึงเป็น บริษัทที่ปรึกษา และนักวิชาการของโครงการ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ผลัดกันขึ้นให้ข้อมูล โดยได้กล่าวว่าเวทีวันนี้เป็นเวทีแรก ของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จากการกล่าวเช่นนี้เอง สร้างความสงสัยให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก
จากนั้นเมื่อเวทีรับฟังความเห็นเกิดขึ้น นายมานะ ช่วยชู ชาวบ้านหมู่ที่ ๓ ต.กลาย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ขึ้นให้ความเห็น “ผมเข้ามาเมื่อเช้า เห็นป้ายเชฟรอนยินดีต้อนรับ เต็มไปหมด ไม่ทราบว่าเชฟรอนเป็นเจ้าบ้านแต่เมื่อไหร่ ที่จริงผมต้องต้อนรับเชฟรอน ไม่ใช่เชฟรอนต้อนรับผม มันยังไงยังไงอยู่นะ” หลังจากนั้นเสียงประชาชนก็โห่ร้องขึ้น จากนั้นกล่าวต่อว่า “ตามประกาศกระทรวงทรัพฯ เมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค ๕๒ เอกสารต้องแจกก่อน ๑๕ วัน ดังนั้นเอกสารที่แจกในเต็นท์ใช้ไม่ได้ ดังนั้นเวทีวันนี้ยกเลิก” พร้อมด้วยเสียงของชาวบ้านตะโกน ไม่เอา ไม่เอา จากนั้นเวทีทวีเสียงเข้มข้นขึ้น เสียงไมโครโฟนจากการขึ้นแสดงความเห็นก็ไม่ได้ยิน เมื่อหันกลับไป เห็น เณรเอ ยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อจังหวัดนคร อยู่ที่เครื่องควบคุมเสียง จากนั้น เกิดความวุ่นวายขึ้น ชาวบ้านเฮเข้าไปที่เครื่องควบคุมเสียง พร้อมตะโกนให้ เณรเอ ออกไป ทราบภายหลังว่า วันนี้มีการออกอากาศทางวิทยุ และสัญญาณถูกถ่ายทอดถูกปิด เมื่อชาวบ้านออกไปแสดงความเห็นคัดค้าน ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมมีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร และกระทำด้วยนายกสมาคมสื่อเสียเอง จากนั้นประชาชนที่นั่งฟังรายการวิทยุที่บ้านเกิดความสงสัย และทยอยเข้ามาร่วมในเวทีมากขึ้น จนแน่นขนัด
จากนั้น นายมานะ ช่วยชู นำเสนอข้อมูลต่อ ซึ่งพอจะสรุปประเด็นได้ คือ “นักวิชาการที่ปรึกษาทำไมถึงทำงานวิชาการและเชียร์เชฟรอนอย่างออกหน้าออกตา เชฟรอนมารังแกชาวบ้านเพราะมีท่าเรืออยู่แล้วถึง ๒ ท่า เชฟรอนปกปิดข้อมูลไม้ให้ความรู้ว่าผลกระทบเป็นอย่างไร มุ่งแต่แจกขนมปัง และประเด็นของการขุดลอกร่องน้ำขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาใช่หรือไม่ เรื่องวัตถุระเบิดทำไมไม่มีในเอกสารไม่เปิดเผยแต่มีใน พาวเวอร์พอย ฯลฯ”
ก่อนที่นายมานะ จะพูดจบ นายยุทธนา พิมเสน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกลาย พยายามจะออกมาพูด แต่ทั้งนี้ไม่ได้แสดงความจำนงแต่แรก และพยายามลัดคิว แต่ถูกชาวบ้านส่งเสียงต่อต้าน จนสุดท้ายก็ไม่ได้พูด
จากนั้น นายจงเจริญ โอศิริ ขึ้นแสดงความเห็นเป็นคนที่ ๒ ซึ่งประเด็นจะสอบถามนักวิชาการที่ปรึกษา ซึ่งเคยจัดเวทีเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วว่า “อาจารย์วัชระ ซึ่งเคยรับปากว่าจะเปิดเผยข้อมูลเรื่องการขุดลอกร่องน้ำ นำดินไปทิ้งนับล้านคิว จะเกิดผลกระทบอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร”
จากคำถามของนายจงเจริญ นี้เอง ชี้ให้เห็นว่า เชฟรอนไม่ได้เปิดเวทีรับฟังความเห็นเป็นครั้งแรก แต่เข้าในพื้นที่ เกือบสองปี และเปิดเวทีไปแล้วหลายครั้ง ดังนั้น หลายประเด็นที่ตอบได้เชฟรอนจะตอบทันที แต่ถ้าตอบไม่ได้จะอ้างว่านี่เป็นเวทีครั้งแรก ในตามกระบวนการ มี ๓ ขั้น คือ กำหนดกรอบการศึกษา การศึกษาผลกระทบ และการวางมาตรการป้องกันผลกระทบ ซึ่งหากเป็นไปตามที่เชฟรอนกล่าวอ้าง เวทีวันนี้ต้องพูดถึงกรอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่เลือกตอบบางประเด็น และไม่ตอบบางประเด็น
จากนั้นทางที่ปรึกษาเชฟรอนพยายามให้นักวิชาการและตัวแทนของเชฟรอนขึ้นมาอธิบาย และตอบคำถาม จากนั้นเปิดเวทีรับฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ลุงดี นายสุวิมล ปิยกาญจน์ ชาวบ้านตำบลกลาย พยายามออกไปขอไมล์พูดเพราะได้ยกมือไว้นานแล้ว แต่ทางทีมวิชาการไม่ให้ วุ่นวายพักหนึ่ง ลุงดีจึงตะโกนมา “ผมเป็นคนกลาย คนกลายอยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว ทำไมคนกลายถึงพูดไม่ได้ พวกคุณเป็นคนนอก” หลังจากนั้นทีมวิชาการจึงได้ให้ไมล์ลุงดี ลุงดีพูดอะไรอีกนิดหน่อย และเชิญให้ ลุงวิน จินดานิล ชาวบ้านและนักอนุรักษ์ป่าชายเลนพูด “ทำไมเวทีวันนี้ สิ่งแวดล้อมจังหวัดสักคนก็ไม่มี เชฟรอนมาสร้างท่าเรือ ย่อมมีผลกระทบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาร่วมเลย”
“เชฟรอนบอกว่า สะพานออกไปท่าเรือ เรือประมงลอดได้ ใครจะเชื่อ สักเดี๋ยวก็เขียน บุคคลภายอกห้ามเข้า จะให้ชาวบ้านไปทำมาหากินที่ไหน เวทีวันนี้ก็เหมือนกันเปิดเวทีแปดโมงครึ่ง ชาวบ้านยังไม่ได้กลับจากออกเรือ คนทำสวนยางพาราก็ไม่เสร็จที มันไม่เป็นธรรมไช่ไหมพี่น้อง” นักศึกษาหญิง จากมหาวิทยาราชภัฎนครศรีธรรมราช ในฐานนะพันธมิตรนักศึกษาประชาธิปไตยขึ้นแสดงความเห็น และมีคนพูดต่ออีก ๓ คน และนายสมพงษ์ ภู่ทรัพย์มี พูดเป็นคนสุดท้าย “ผมเคยไปดูงานกับเชฟรอนในครั้งแรกๆ ให้ดูแต่ของดีทั้งนั้น กลับมาให้ปลากับน้ำตาลแว่นมาด้วย” พูดอภิปรายอีกเล็กน้อย “ผมอยากฟังมติของชาวบ้าน เอาให้ชัด ว่าเอาหรือไม่เอา เราคนกลายพูดง่าย” จากนั้น ขอมติจากชาวบ้าน ถามขึ้นว่า ใครเอาเชฟรอนบ้าง ปรากฏว่าทั้งเวทีไม่มีใครยกมือ แม้กระทั่งทีมของเชฟรอนเอง และถามต่อไปว่า ใครไม่เอาเชฟรอนบ้าง ปรากฏว่าชาวบ้านยกมือพรึบ และส่งเสียงโห่ “ท่านรองผู้ว่า ครับ ชัดเจนว่าชาวบ้านไม่เอาเชฟรอน เป็นมติเสียงส่วนใหญ่” หลังจากชาวบ้านยกมือ นายสมพงษ์หันไปบอกกับรองผู้ว่า จากนั้น ชาวบ้านพากันเดินออกจากเวที
เมื่อออกมาที่หน้าประตู อบต. พันธมิตรนักศึกษาเพื่อประชาชน อยู่บนรถเครื่องเสียง เชิญชวนประชาชนยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี และได้อ่านแถลงการณ์ รวมทั้งแสดงละครล้อเลียนบนถนน หน้าตำบลกลาย และเผาท่าเรือจำลอง ก่อนจะแยกย้ายในที่สุด
หลังจากนั้น ช่วงบ่าย เชฟรอนพยายามเปิดเวทีต่อ โดยมีคนในเวทีประมาณ ๑๐ คน และกล่าวหาว่า คนที่เข้าร่วมช่วงเช้า เป็นคนนอกพื้นที่ทั้งสิ้น และทีมงานพยายามถ่ายทอดสัญญาณวิทยุอีกครั้งหนึ่ง แต่มีเสียงคัดค้านว่าไม่เป็นธรรม สุดท้ายก็ไม่ได้เปิด
เวทีในครั้งนี้ ทำท่าจะส่อเค้ารุนแรงในตอนแรก สุดท้ายจบลง ด้วยโดนชาวบ้านล้มเวที ด้วยประชามติเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่เอา และให้เลิกดำเนินการ การทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในการก่อสร้างท่าเรือ จึงล่มปากอ่าว นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ
จากเวทีในครั้งนี้เอง ทางทีมเชฟรอนพยายามกล่าวหาชาวบ้านว่า ไม่ฟังข้อมูล ทั้งที่ความจริงชาวบ้านรับฟังข้อมูลจนจบ และเมื่อชาวบ้านคัดค้าน ก็กล่าวหาว่า เป็นเอ็นจีโอ “ผมอยากยืนยันว่า คนส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นคนกลาย ใครไม่เชื่อดูในวีซีดีได้เลย พอถูกคัดค้าน เชฟรอนเลยเบี่ยงประเด็น” เป สมพงษ์ ภู่ทรัพย์มี ส.อบต. หมู่ที่ ๙ ต.กลาย กล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณที่เผยแพร่ข้อมูลค่ะ
เชฟรอน เข้าหานักการเมือง
ไม่ยอมรับความเห็นของชาวบ้านเลย
และ อบต. นักการเมืองทำท่าจะเอากับเชฟรอนด้วย