กิจกรรมยอดนิยมที่ทำในช่วงสงกรานต์ 13 เมษายน 2553

กิจกรรมยอดนิยมที่ทำในช่วงสงกรานต์  13  เมษายน  2553

 

        

                   1.  ทำบุญตักบาตร

                        สืบทอดมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วละค่ะ  สำหรับ  “การทำบุญตักบาตร”  ในวันสงกรานต์วันต้นหรือวันมหาสงกรานต์  โดยวันนี้คนนิยมตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อจัดเตรียมข้าวปลาอาหารและสิ่งของไปถวายพระที่วัด  โดยภาชนะที่ใช้บรรจุมักเลือกสรรเป็นอย่างดี  ส่วนการแต่งตัวนั้นมักจะพิถีพิถันเป็นพิเศษด้วยการใช้เสื้อผ้าชุดใหม่  หลังจากตักบาตรเสร็จแล้ว  จะมีเลี้ยงพระฉันเช้าที่ศาลาการเปรียญพอพระฉันเสร็จ  ยกาสัพพีอนุโมทนาแล้วก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้าน

 

                   2.  สรงน้ำพระ

                        ตามติดมาที่กิจกรรมวันสงกรานต์เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่าง  “การสรงน้ำพระ”  โดยในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทยชาวพุทธนิยมนำดอกไม้  ธูปเทียน  ไปบูชาพระ  พร้อมนำน้ำอบไปประพรมที่องค์พระเพื่อแสดงความเคารพบูชา  เมื่อสรงน้ำพระพุทธรูปแล้วก็มีการสรงน้ำพระสงฆ์กันต่อ  โดยมากมักเป็นสมภารเจ้าวัดและเป็นการสรงน้ำจริง ๆ สรงเสร็จครองไตรจีวรใหม่ที่อุบาสกอุบาสิกานำมาถวาย  จากนั้นท่านก็ขึ้นธรรมมาสน์เทศน์อำนวยพรปีใหม่ให้แก่ผู้ที่ไปสรงน้ำ

 

                   3.  สาดน้ำ

                        ได้ใจวัยรุ่นรวมถึงชาวต่างชาติไปเต็ม ๆ ก็ต้องกิจกรรม  “สาดน้ำ”  โดยหลังจากที่สรงน้ำพระเสร็จแล้วก็จะเป็นคิวของการเล่นสาดน้ำ  เชื่อกันว่าการสาดน้ำช่วยให้ฝนฟ้าตกบริบูรณ์  นอกจากนี้น้ำยังเป็นเครื่องหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์  เมื่อมีน้ำการเพาะปลูกทำไร่ไถนาก็ได้ผล  ที่สำคัญน้ำยังเป็นเครื่องชะระมลทินให้สะอาด  เหตุนี้น้ำจึงเป็นสิ่งที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ อาทิ  อาบน้ำ  ซัดน้ำ  หรือรดน้ำ  เมื่อทำพิธีสมรส  อาบน้ำเมื่อตาย  อาบน้ำเมื่อโกนจุก  หรือบวชนาค

 

                   4.  ปล่อยนกปล่อยปลา 

                        อิ่มใจให้บุญกันต่อไป  “การปล่อยนกปล่อยปลา”  โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นการทำบุญเพื่อแสดงความกรุณาต่อสัตว์    นิยมทำการในวันสงกรานต์และไม่จำกัดว่าจะทำในวัดเท่านั้น 

เหตุที่การปล่อยนกปล่อยปลามักทำในวันสงกรานต์  เนื่องจากก่อนหน้าวันสงกรานต์เป็นหน้าแล้ง  อากาศร้อนจัด  น้ำแห้งขอด  ซึ่งหากน้ำแห้งหมดปลาในนั้นก็จะตาย  ชาวบ้านจึงจับปลาดังกล่าวเลี้ยงไว้ในตุ่มแล้วนำไปปล่อยในวันสงกรานต์    จึงเกิดเป็นประเพณีปล่อยปลาและสานมาถึงปล่อยนกด้วย 

 

                   5.  บังสุกุลอัฐิ

                        ต่อกันที่ประเพณี  “บังสุกุลอัฐิ”  ซึ่งนิยมทำแบบนิมนต์พระมาชักบังสุกุลอัฐิของญาติที่ล่วงลับไปแล้ว  แล้วอุทิศส่วนกุศลให้โดยนิมนต์พระไปยังสถานเก็บหรือบรรจุอัฐิ  หรือถ้าไม่มีอัฐิจะเขียนชื่อผู้ล่วงลับไปแล้วก็ได้  เมื่อบังสุกุลแล้วกระดาษแผ่นนั้น (เหมือนเผาศพ)  การทำบุญอัฐิจะทำวันไหนก็ได้  แต่มักทำในวันสรงน้ำพระหรือวันท้ายวันสงกรานต์