๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๓ กลางคืนนอนไม่ค่อยจะหลับเพราะเครียดปัญหาการจัดที่เรียน ให้กับนักเรียนในโรงเรียนยอดนิยม ที่ประเดประดังเข้ามาทั้งคนในวงการและนอกวงการ เข้าสำนักงานเช้านั่งทำงานเอกสารที่เสนอมาให้สั่งการ เวลา ๐๙.๓๐ น. เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง ปทุมธานี มาพบเพื่อหารือข้อราชการที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงเรียน ฟังแล้วก็สบายใจขึ้นเพราะท่านเป็นผู้มีประสบการณ์สูง จบกฎหมายมาด้วย คงจะนำพาตนเองและโรงเรียนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ไม่มีอะไรให้ห่วงใยกันอีก ก่อนเที่ยงเดินทางไปคลองหลวงเพื่อประเมินโรงเรียนเอกชนที่ขอขยายชั้นเรียน คือโรงเรียนอุดมศึกษารังสิต คลองหก มีท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด และคุณวิภาวรรณ พึ่งโยธิน ประชาสัมพันธ์เขตเดินทางไปด้วย เห็นเที่ยงแล้วจึงแวะ กินข้าวร้านเผ็ด ริมคลองสาม คณะกรรมการที่ไปประเมินโรงเรียนตั้งแต่เช้าติดต่อมา บอกว่าประเมินเสร็จแล้ว จึงกลับสำนักงานเพราะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของเขต ๑ ซึ่งต้องรับผิดชอบโรงเรียนทุกสังกัดยกเว้นมหาวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ปีนี้เขามีเกณฑ์จัดสรรหาให้ จึงไม่ยุ่งยากในการจัดสรร ฝ่ายเลขานุการได้คำนวณมาให้เสร็จ สำหรับผู้กู้รายใหม่จะอยู่ในชั้นปีไหนของหลักสูตรก็ได้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ให้เฉพาะชั้นปีที่ ๑ เลิกประชุมกลับมาทำงานที่ห้อง ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิตมาพบ เพื่อชี้แจงแนวทางรับนักเรียนในส่วนที่เพิ่มเติม โรงเรียนมีระบบคัดกรองที่แข็งแรง เพราะถึงวันนี้ยังมีผู้ประสงค์จะเข้าเรียนมาแสดงความจำนงไว้กว่า ๖๐๐ คน ที่นั่งมีได้ไม่เกิน ๘๐ ที่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯมาก่อน ดูท่านผู้อำนวยการฯ ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ผิดกับผมที่เคยชินกับการช่วยเหลือคนให้ตลอดรอดฝั่ง เมื่อช่วยเขาไม่ได้จึงรู้สึกกังวล เมื่อฟังเหตุฟังผลกันแล้วก็ต้องทำใจอุเบกขา

วันอังคารที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ พายุฤดูร้อนพังบ้านผู้คนภาคเหนือและภาคอีสานไปหลายหลัง กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า กรุงเทพฯและปริมณฑลมีโอกาสเกิดพายุเหมือนกัน เช้านี้จึงขอแรงนักการภารโรงที่เขต ๓ คน มาช่วยตัดยอดไม้ให้เตี้ยลงกลัวเกิดพายุฤดูร้อนจะต้านลมไม่ไหวโค่นทับบ้านพังให้เป็นข่าวขายหน้าคน เขาใช้เวลา ๒ – ๓ ชั่วโมงก็เรียบร้อย พาไปแวะกินข้าวที่ร้านประนอมอาหารป่า วันนี้ไม่มีหัวพุงปลาช่อนต้มยำ กินแต่ของพื้นบ้านและอาหารป่า บ่ายอยู่ทำงานเอกสาร และให้นักการช่วยติดภาพพญาอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่ผนังหลังโต๊ะทำงาน หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน สพท.เพชรบุรี เขต ๒ มอบให้เป็นที่ระลึก เย็นลงไปร้องเพลงแก้เครียด ๒ – ๓ เพลง มีนักร้องประกอบอีก ๔ – ๕ คน ว่ากันจน ๑๘ นาฬิกา วงก็แตกแยกย้ายกันไป
วันพุธที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ วันนี้มีประชุมคณะทำงานพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายที่ สพฐ. ใช้เส้นทางราชพฤกษ์ รถเคลื่อนตัวไปได้ค่อนข้างคล่อง จอดรถลานจอดวัดมกุฎกษัตริยาราม ข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ขึ้นไปห้องประชุมชั้น ๖ ตึก สพฐ. ๒ ทีมงานมากันพร้อมแล้ว จึงจัดรายชื่อผู้เข้าอบรมแต่ละเครือข่ายให้ครบ ๓๐ คน เวลาอบรมจะจัดรวมเป็นภาค เริ่มจากภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ และภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ บ่ายเกิดสถานการณ์รุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมที่อนุสรณ์สถาน หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๒ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ต้องเก็บตัวอยู่ในสำนักงานเพื่อความปลอดภัย ประสานไปยังฝ่ายอบรมที่ประชุมครูอยู่ที่เขตและโรงเรียนอนุบาลปทุมธานีให้เลิกเร็วขึ้น เพราะการจราจร ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นอัมพาตไปทั้งสาย เข้าสำนักงานเย็นเพื่อดูความเรียบร้อย เห็นปกติดีจึงกลับที่พัก
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ ถึงสำนักงานเช้ามืดเพราะเวลา ๐๗.๓๐ น. เพราะนัดหมายประชาสัมพันธ์จังหวัดเพื่อออกอากาศสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่เขากำหนดให้ส่วนราชการต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาประชาสัมพันธ์งาน เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๐๙.๐๐ น. วันนี้เน้นหนักไปในเรื่องการรับนักเรียนซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ปกครองและนักเรียน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานีตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอาคาร ๒ ชั้นล่าง มีห้องบันทึกเสียงและออกอากาศ ๑ ห้อง มีพิธีกรคอยป้อนคำถาม ผมก็ตอบตามประเด็นต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที หลังออกอากาศขึ้นไปห้องประชุมชั้น ๕ เพื่อประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๓ มีเรื่องเกี่ยวข้องกับงานของเขต ๑ เรื่อง คือ การเตรียมการป้องกันนักเรียนทะเลาะวิวาทกัน เพราะใกล้เปิดภาคเรียนแล้วได้ชี้แจงกับที่ประชุมเพียงเล็กน้อยเพราะจะต้องประชุมผู้เกี่ยวข้องจัดทำแผนร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง เลิกประชุมกลับมากินข้าวที่ห้องทำงาน บ่ายทำงานเอกสารสลับกับการรับแขกที่มาติดต่อเรื่องย้ายและฝากเด็กเข้าเรียน สำหรับผู้ขอย้ายก็ให้ความมั่นใจว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ถ้าได้ก็ต้องได้จะไม่กลายไปเป็นคนอื่น สำหรับเรื่องฝากเด็กเข้าเรียนต้องขอสารภาพโดยตรงว่า หมดปัญญาจริง ๆ แม้จะฝากไป โรงเรียนเขาก็สามารถอธิบายได้สมเหตุสมผลที่ไม่สามารถรับเข้าเรียนได้ แนะนำให้ไปติดต่อที่โรงเรียนโดยตรง แต่หากไม่เลือกโรงเรียนเขตสามารถจัดหาที่เรียนให้ได้ทุกคน ผิดหวังกลับกันไป

วันศุกร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ เช้าเดินทางไปห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นวิทยากรบรรยายให้ครูฟังเรื่องนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที กลับมาทำงานที่เขตจนบ่าย ไปประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารการศึกษาสายมัธยมศึกษา ที่ห้องประชุมเล็กชั้น ๒ มีรองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาขอย้ายเพียง ๒ รายโดยไม่มีคู่แข่งขัน ที่จึงเห็นชอบให้นำเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขต อนุมัติต่อไป มีแม่ค้าที่เคยขายข้าวแกงในโรงเรียนแห่งหนึ่งมาหา บอกว่าโรงเรียนให้เลิกขาย มีความลำบากมากเพราะไม่บอกล่วงหน้า ไม่มีความเป็นธรรม นำพวกพ้องเข้ามาขายแทน ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะเป็นมติคณะกรรมการ แนะนำให้มา ผอ.เขตช่วยสั่งการลงไป ต้องอธิบายเขาจนเข้าใจว่า เรื่องขายของในโรงเรียนเป็นเรื่องของโรงเรียน เขตล้วงไปไม่ถึงและล้วงไม่ได้เด็ดขาด ให้กลับไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนขอความเมตตาอีกครั้ง เขาก็กลับไปโดยดี เวลา ๑๗.๐๐ น. เดินทางไปเดอะไพน์ รีสอร์ท อำเภอสามโคก เพื่อรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เสด็จมาทรงปิดค่ายเยาวชนทูบีนัมเบอร์วัน ค่ายที่ ๕ อยู่เฝ้าจนส่งเสด็จกลับประมาณ ๒๑ นาฬิกา แวะไปทานข้าวที่ร้านอี๊เติ้ง อี๊ต้อย บนถนนสายบางบัวทอง-บางปะอิน กับท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด อิ่มแล้วจึงกลับบ้านกัน

วันเสาร์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นวันแรงงานแห่งชาติ คิดว่าห้างร้านบริษัทส่วนใหญ่เขาหยุดงานกัน ใครทำงานในวันนี้ต้องได้ค่าแรงเพิ่มกว่าวันทำการปกติ เดินทางไปบ้านที่พัทยารถติดมาก เพราะผู้คนหลั่งไหลไปพักผ่อน ประกอบกับมีอุบัติเหตุและการซ่อมถนนเป็นระยะ ๆ ถึงบ้านเที่ยงพอดี อยู่สนทนากับญาติเพียง ๑ ชั่วโมงก็กลับ มาแวะทานผัดกะเพราเป็ดตุ๋น ปากซอยเข้าวิทยาลัยมหาดไทย บางละมุง ที่เป็นขาประจำกันตั้งแต่มาเรียน นปส. ผ่านมาคราวใดเป็นต้องแวะมากิน กลับถึงบ้านพักเวลา ๑๖ นาฬิกา เดินทางเข้าเขตสมทบกับท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด และคุณวิภาวรรณ พึ่งโยธิน ประชาสัมพันธ์เขต ไปร่วมงานสังสรรค์ศิษย์เก่าโรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ ของผอ. สุรศักดิ์ สว่างแสง ได้เดินชมบริเวณโรงเรียนซึ่งกำลังปรับปรุงในส่วนของชั้นปฐมวัย โรงเรียนตั้งมา ๘๒ ปีนับว่ายาวนาน อาคารสถานที่จึงเก่าไปตามสภาพ อาคารที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ บริจาคเงินสร้าง ๑ แสนบาทยังคงใช้การได้กำลังปรับปรุงซ่อมแซม ชุมชนเริ่มเข้ามาช่วยในการพัฒนามากขึ้น ได้มอบประกาศเกียรติคุณบัตรให้ผู้มีอุปการคุณ ร่วมกับนายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ดนตรีที่นำมาแสดงในคืนนี้เป็นของโรงเรียนบัวแก้วเกสร ต้องชมเชยในความสามารถของวงนี้ทั้งนักดนตรี นักร้องและหางเครื่อง เสียงโฆษกของโรงเรียนประกาศเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันบริจาคเงินพัฒนาโรงเรียน ศิษย์เก่าเชิญชวนทอดผ้าป่าพัฒนาโรงเรียน วงจรเหล่านี้เห็นมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วงการครูเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ถึงบัดนี้ แนวรบก็ยังไม่เปลี่ยนไป ทั้งโรงเรียนเล็กโรงเรียนใหญ่ ทั้งในเมืองและชนบท ต่างกันแต่เพียงยุทธวิธี ทั้งนี้เพราะกำลังงบประมาณภาครัฐไม่เพียงพอในการสนับสนุนโรงเรียนให้มีคุณภาพได้ ที่ให้มาก็ไม่ตรงกับที่โรงเรียนต้องการ ไปนั่งงานเลี้ยงของโรงเรียนคราวใด รู้สึกว่าตัวเล็กลีบลงไปทุกครั้ง เหมือนเป็นพ่อแม่ที่ยากจนไร้ความสามารถปล่อยให้ลูก ๆ ต้องขอเงินเขาเรื่อยไป อยู่ร่วมงานจน ๒ ทุ่ม จึงเดินทางกลับที่พัก

ข้อคิดก่อนลาสัปดาห์นี้ "บาป ๗ ประการ" จากหนังสือ “วาทะคานธี ” แปลโดย เรืองอุไร กุศลาสัย ๑.เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ ๒. หาความสำราญโดยไม่ยั้งคิด ๓.ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน ๔. มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี ๕. ค้าขายโดยไม่มีศีลธรรม๖. วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ ๗. บูชาสูงสุดแต่ไม่มีเสียสละ
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑
ปัญหาการฝากเด็กเข้าเรียนโรงเรียนยอดนิยมไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้ ถ้ายังมีคำว่า"ยอดนิยม"อยู่
อยากทราบเหมือนกันว่าเป็นหน้าที่ของใครที่จะทำให้ผู้ปกครองเกิดความรู้สึก เกิดความคิดที่ว่า"เรียนโรงเรียนไหน ก็เหมือนกัน เรียนใกล้บ้านดีที่สุด เพราะมาตรฐานเท่าเทียมกัน"
ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียน ครู สำนักงานเขตพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ เลยไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ
อ่านเรื่องเล่าของท่าน ผ.อ. วันที่ 1 แล้ว ผ.อ.ก็รู้ว่าใครควรเป็นแม่ทัพในการแก้ไขปัญหา
เป็นครูมา 30 ปีเศษ จนจะเกษียณอยู่แล้ว ยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้โรงเรียนมีมาตรฐานเท่าหรือใกล้เคียงกันเลย