เมื่อประมาณตีสี่...ข้าพเจ้าได้เห็นข้อความส่งเข้ามา เมื่อเปิดอ่านพบว่า อ้อ...เป็นข้อความจากมดงานตัวน้อยๆ ของเรานี่เอง... "น้องโย๋"...
"เขียนบทคัดส่งงานมหกรรม R2R เสร็จหกทุ่มและพรุ่งนี้จะลุยอีก 3 เรื่อง"
น้องโย๋...เป็นมดงานตัวน้อยๆ ที่ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจมาก และคอยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการขับเคลื่อน R2R โรงพยาบาลยโสธร เป็นพลังเงียบ เล็กๆ หากแต่ยิ่งใหญ่ ทำให้มีความต่อเนื่องในการทำอย่างไม่หยุดยั้ง
จากระบบความเคยชินขององค์กร ที่ทำอะไรต้องอยู่ภายใต้คำว่า authority ศูนย์วิจัยจึงเป็นรูปแบบที่เป็นทางการ เป็นงานบริหารที่อยู่ภายใต้อำนาจของแพทย์ แต่ระดับผลงานนั้นไม่มี หลายครั้งที่ผู้มีอำนาจต้องมาขอผลงานจากแรงงานเถื่อน R2R (ผู้คนเรียกเราว่าแรงงานเถื่อน แต่เราใช้รูปแบบการทำงานแบบ "ใจ" อาสามาทำ) เพื่อนำไปโชว์ระดับโรงพยาบาลและต่อผู้บริหาร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มดงานตัวน้อยๆ ขุ่นเคือง ก็ยังคงก้าวย่างทำหน้าที่ของตนเองต่อไป และยินดีแบ่งปันและป้อนงานให้ผู้อื่นเสมอ
วันนี้...คนหน้างานตัวเล็กๆ หรือเรามักล้อกันว่าเป็นมดงาน (ตามที่ทางศิริราชใช้เรียกขานคนขับเคลื่อนงาน)... ได้แสดงพลังอันเข้มแข็งให้เห็นอีกครั้ง หลังจากที่ดูสภาพของคนในองค์กร อ่อนเปลี้ยเพลียแรงระเหี่ยใจ กระปกกระเปลี้ยกับการคร่ำเคร่งการทำ KPI จนไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ R2R แต่น้องโย๋...ก็ได้ใช้พลังใจ จนทำให้คนหน้างานหลายคนได้หยุดและหันมามองและลุกขึ้นมาปัดฝุ่นใจตนเองออก และนำงานที่สร้างสรรค์มานำส่งเข้าร่วมงานมหกรรม R2R ด้วย
หากจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้ หลายคนไม่มีพลังใจเลย
แต่อย่างน้อย วันนี้การที่น้องโย๋...กระโดดก้าวออกมานำหน้าทุกคนเพื่อบอกว่า R2R นี่นะคือ "คุณค่าของเรา..." ก็พอทำให้เกิดแรงใจขึ้นมาได้บ้าง
โย๋..โทรมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังเมื่อตอนเย็นนี้ว่า...
"R2R ก็เหมือนระดับน้ำตาลในเลือดนะพี่ ช่วงหนึ่งที่เงียบไป เหมือนน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ตอนนี้พุ่งขึ้นมาแล้ว..." น้ำเสียงของน้องโย๋ มีพลังมาก สดใส และมีชีวิตชีวา
สามปี...มานี่ นับตั้งแต่น้องโย๋ก้าวมาอาสามาช่วยงาน R2R ที่ข้าพเจ้าบอกว่าเราทำแบบไม่มีรูปแบบนะ ไม่มีนายสั่งนะ มีแต่เราใช้ "ใจ" เราทำ หนทางแห่งกาลเวลาก็พิสูจน์อะไรหลายอย่างแล้วว่า เราไม่เคยทิ้งกัน และที่สำคัญน้องโย๋...อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ R2R ของใครอีกหลายๆ คนในองค์กรของเรา
๓๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
