วันนี้จะมาแนะนำอุปกรณ์เสริมใน DM Clinic ค่ะ อย่างแรกที่จะเล่าก็คือ “ถุงเขียวใบย่อม ต้อมยามาโรงพยาบาล” บางคนก็สงสัยว่า อะไรคือต้อมยามาโรงพยาบาล คำว่า “ต้อม” ภาษาเหนือแปลว่ารวบรวมค่ะ แบบว่าโกยยาทั้งหมดมาใส่ถุงผ้า มาโรงพยาบาล ทำนองนี้ค่ะ
อะไรเป็นเหตุจูงใจให้จัดทำถุงขึ้นมา? เคยมีคนถามค่ะ เริ่มจากปัญหาก่อนเลยที่คิดว่าหลายๆ โรงพยาบาลน่าจะประสบเหมือนกันนั่นคือ คนไข้ไม่ยอมเอายาตัวเองมาจากบ้าน มาโรงพยาบาลมือเปล่า มาถึงก็อยากจะตรวจไวๆ ได้ยาไวๆ แล้วก็กลับบ้านไวๆ เภสัชกรที่ซักประวัติการใช้ยาจะประสบปัญหามากเพราะไม่รู้ว่ากินยาอย่างไรกันแน่ จึงได้พยายามรณรงค์ให้คนไข้เอายาของตัวเองมาด้วยเวลามาพบแพทย์ วิธีการก็ทำตั้งแต่ ติดประกาศด้วยฟิวเจอร์บอร์ด “โปรด นำยาเดิมมาด้วยทุกครั้ง เมื่อมาพบแพทย์” ต่อมาก็พิมพ์สติ๊กเกอร์สีแสบสันติดบัตรผู้ป่วย และช่วยกันบอก ช่วยกันย้ำ ไม่สำเร็จค่ะ เหมือนเดิม ยังไม่เอายามาเหมือนเดิม
พี่แอ๊ว (หัวหน้า) ก็ให้ไอเดียว่า ที่อเมริกา มี BLUE BAG นะ เป็น BAG ให้คนไข้ใช้จะได้ตรวจสอบการกินยาได้ ปิ๊งเลยค่ะ งั้นเราเอา Green Bag ก็แล้วกันทำนองว่ารักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
ถุงผ้าหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ราคาใบละ 15 บาท

จากนั้นก็เก็บข้อมูลทำวิจัยเป็น R2R ไปพร้อมๆ กันเลย ปรากฏว่า คนไข้เอายากลับมามากขึ้นจริงๆ ค่ะ อย่าลืมไปทดลองทำที่โรงพยาบาลดูนะคะ เพราะว่าก่อนที่เราจะช่วยให้คนไข้ใช้ยาได้อย่างถูกต้องได้ เราจะต้องรู้ข้อมูลการใช้ยาของคนไข้ทั้งหมดก่อนไม่ว่าจะเป็นของจริงที่บ้าน หรือประวัติใน OPD card การส่งเสริมให้คนไข้เอายามานอกจากจะทำให้เภสัชกรซักประวัติการใช้ยาได้ง่ายขึ้น ยังทำให้คนไข้ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ที่จะนำเอายาที่ใช้อยู่ทั้งหมดมาให้แพทย์ เภสัชกรทบทวนการใช้ยา คนไข้บางคนก็บอกว่าใช้ถุงผ้าแล้วภูมิใจที่มีส่วนช่วยลดโลกร้อน อาจจะทำให้ลำปาง “หนาวมาก” มีอุณหภูมิลดลงได้บ้าง...
ได้ส่งผลงาน R2R ปีนี้รึปล่าวจ๊ะ หมดเขตพรุ่งนี้แล้วนะ
หวัดดีค่ะพี่หน่อย
เจอกันทุกวันใน bloc เลยนะคะ เรื่อง R2R ไม่ได้ส่งค่ะ ก็ไม่เป็นไร อะไรทำได้ก็ทำไปก่อนค่ะ เจอกันที่งานประชุมสมาคมฯ นะคะ มีโปสเตอร์เรื่องคลินิกเติมยาไปนำเสนอด้วยค่ะ
เรื่องของคุณปิ ที่เล่า เป็นประโยชน์มากครับ
เพราะผมว่าจะทำเหมือนกัน เรียกถุงว่าอะไรดี เดี๋ยวคิดชื่อก่อน ให้เป็นภาษาอิสานมั่ง
แต่ที่มากกว่า นั้นคือ คุณปิเขียน blog สนุกคร้บ
อ่านแล้วเห็นภาพ และวิธีปฏิบัติ ที่เป็นประโยชน์
ทำให้เนื้อหา น่าสนใจ มากๆ
ขอบคุณครับ
ช่วยคิดชื่อถุงค่ะ เอา ถุง "ม่าบ้าม่าขั่ง" ที่แปลว่าถุงย่ามในภาษาอีกสานดีมั๊ยคะ (ไม่รู้สะกดถูกรึเปล่า)
น้องปิ
พี่ไม่ได้ไปประชุมสมาคมจ้า สงสัยนิดหน่อยว่า ถ้าคนไข้ที่ให้ถุงไปแล้ว รอบหน้าไม่ยอมเอาถุงกลับมาด้วย หรือบอกว่าถุงหายบ่อยๆ จะมีวิธีจัดการยังไงหรือเปล่า ให้ใบใหม่มั๊ยจ๊ะ
มีเหมือนกันค่ะที่ถุงหายไป ตอนแรกก็ strick ว่าคนไหนให้ไปแล้วก็จดไว้ใน OPD card จะได้รู้ว่าให้แล้วยัง แต่หลังๆ ก็หยวนๆ ค่ะ แจกใหม่เลย ไม่รู้จะหวงถุงไว้ทำไม บอกว่าถุงหายก็มีเหมือนกัน ก็แจกอีก (เอาใจสุดฤทธิ์) แต่หายบ่อยๆ นี่ไม่มีนะคะ ส่วนใหญ่คนไข้จะเกรงใจ ไม่กล้าขอ เขิน ระยะหลังๆ คนไข้จะชินกับการต้องเอายามา ใครลืมเอามาก็จะอายเพื่อน กลับบ้านไปเอาถุงมาก่อนก็มีค่ะ
ดีมากเลยคะ เป็นกำลังใจให้คนทำงานต่อนะคะน้องปิ ที่โรงพยาบาลก็มีโครงการถุงผ้าน่าใจ๊คะ ตอนแรกกะจะแจกคะ ไปๆมาๆชวนพ่ออุ้ยแม่อุ้ย บอกต่อกันว่าเอามาด้วยเน้อ และเราจะมีสุขศึกษาเรื่องยาทุกเช้าในกลุ่มคลินิกแต่ละคลินิก จันทร์- การใช้ยาความดันโลหิตสูง อังคาร-การใช้ยาเบาหวาน ก็เลยเป็น presenterเองโดยนำยาเดิมใส่ถุงผ้าเชิญชวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันให้นำถุงผ้ายาเดิมมาด้วยคะ หลังๆเริ่มเอามาเองคะ บ้างก็เอาถุงผ้าจากหลายๆหน่วยงานที่แจกไปมาใช้ บ้างก็เอากระเป๋าใบโตมาใส่ยา บ้างก็เอาย่ามสะพายมา บ้างก็เอาถุงเดิมมาใส่ยาโดยเฉพาะพ่ออุ้ยเดิมไม่อยากพก บ่นว่าเกกะก็เริ่มเอามากันมากขึ้นคะ