มดส้ม
นาย สิทธิชัย หมูเขื่อน

หนังสือที่ชอบ


หนังสือที่ชอบ(ฆาตกรรม)

                                                       

          มนุษย์คนเรานี้มีค่านิยมความชอบที่แตกต่างกันไปบางคนชอบสมถะบางคนชอบฟู่ฝ้าฯลฯ  อย่างในเรื่องของหนังสือก็เหมือนกันบางคนชอบหนังสือในแนวอ่านแล้วสนุกสนาน  บางคนชอบหนังสือในแนวอ่านแล้วตื่นเต้น  บางคนชอบหนังสือในแนวสืบสวนสอบสวนฯลฯ

         ส่วนตัวของผมเองนั้นผมได้อ่านหนังสืออยู่หลายแนวอยู่เหมือนกันแต่รู้สึกธรรมดาเฉยๆ  มีวันหนึ่งผมไปทำงานตามปกติและได้มีโอกาสอ่านหนังสือในแนวสืบสวนสอบสวนโดยบังเอิญ  คือ  หนังสือที่อ่านนั้นเป็นหนังสือของเพื่อนร่วมคนหนึ่งที่เช่ามาจากร้านหนังสือแล้วยังไม่ได้เอาไปคืนผมเลยขอยืมอ่านต่อพออ่านหนังสือเล่มนั้นจบก็มีความรู้สึกชอบขึ้นมาทันที  หนังสือเล่มนั้นชื่อ  “ฆาตกรรม”  เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะเป็นการรวบรวมเอาคดีต่างๆ ที่เป็นคดีฆาตกรรมในหลายๆรูปแบบและทางตำรวจสามารถคลี่คลายคดีนั้นๆ ได้แล้วสามารถจับกุมผู้ที่ก่อคดีนั้นได้  มารวบรวมไว้ให้ผู้อ่านได้อ่าน  ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เขียนได้ดีมากสามารถใช้ภาษาในการเขียนที่ดี อ่านแล้วทำให้เกิดจินตการเห็นภาพ

         ผมจะขอยกมาเล่าให้ผู้ที่ได้มาอ่านในบล็อกของผมสักเรื่องหนึ่งย่อๆ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคดีฆ่าเด็กแล้วยัดใส่กล่องส่งมาทางรถไฟสาย  “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่”  กล่องนั้นมาถึงเชียงใหม่ก็ถูกเก็บไว้ในโรงเก็บพัสดุซึ่งไม่มีใครรู้ว่าในกล่องมันมีอะไรแต่พอได้สัก  1-2  วันศพก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในโรงเก็บพัสดุก็ช่วยกันหาต้นตอของกลิ่นนั้นอยู่นานพอสมควรก็เจอกล่องที่เป็นต้นตอของกลิ่นนั้นเลยช่วยกันเปิดดูปรากฏว่าเจอศพของเด็กผู้ชายจึงได้โทรแจ้งตำรวจเชียงใหม่ให้มาตรวจสอบ  เมื่อตำรวจมาถึงก็ได้เก็บหลักฐานไปพิสูจน์ แต่หลักฐานมีแค่เพียงกล่องใบเดียวที่บรรจุศพมา  กล่องใบนั้นได้เขียนเพียงบ้านเลขที่ผู้รับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ตำรวจจึงไปสำรวจดูตามบ้านเลขที่ตามที่เขียนในกล่องใบนั้นแต่ก็ไม่เจอบ้านเลขที่นั้น  ตำรวจสันนิฐานว่าคนร้ายคงสุมบ้านเลขที่มา  ทางตำรวจต้องทำงานอย่างหนักและได้ผสานงานกับตำรวจทางกรุงเทพฯ ว่ามีใครมาแจ้งคนหายหรือเปล่า  พอตำรวจทางกรุงเทพฯได้ตรวจสอบดูก็พบว่ามีคนมาแจ้งน้องชายของเขาหายตัวไปทางตำรวจเลยเรียกเธอมาและบอกลักษณะของเด็กชายที่ทางตำรวจพบศพให้เธอฟังแล้วให้มาดูศพว่าใช้น้องชายเธอหรือเปล่าปรากฏว่าเป็นน้องชายของเขาจริงๆ ตำรวจได้สอบถามพี่ของศพนั้นว่ามีศัตรูที่นั้นหรือเปล่าเขาก็ตอบว่าไม่เคยมีศัตรูที่ไหนมาก่อนเลยทางตำรวจได้ไปตรวจสอบกล่องที่บรรจุศพมาอีกครั้งคราวนี้พบที่อยู่และชื่อบริษัทที่เป็นเจ้าของกล่องจึงผสานงานไปทางตำรวจกรุงเทพฯ ให้ไปตรวจสอบดูและได้สอบสวนพนักงานทุกคน  ได้พบพิรุจน์บ้างอย่างจากพนักงานคนหนึ่งและตำรวจใช้เวลานานพอสมควรในที่สุดก็จับกุมผู้ร้ายที่ก่อคดีได้  ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทนั้นจริงๆ ผู้ต้องหาได้สารภาพว่าจะจับเด็กมาเรียกค่าไถ่แต่เด็กเกิดขัดขืนจึงเกิดความโมโหจึงได้ฆ่าเด็กแล้วนำไปยัดใส่ในกล่องแล้วเขียนที่อยู่ลงบนกล่องโดยสุมที่อยู่เอาเองแล้วส่งไปยังเชียงใหม่  

         จะเห็นได้ว่าหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้เขียนถึงความสามารถของตำรวจที่สามารถคลี่คลายคดีลงได้ถึงแม้จะมีหลักฐานเพียงไม่กี่ชิ้นก็ตาม  บางครั้งแม้เส้นผมเพียงเส้นเดียวก็สามารถจับกุมผู้ร้ายได้  อย่างเรื่องที่ผมได้เล่าให้ได้อ่านยังมีหลักฐานแค่กล่องเพียงชิ้นเดียวก็ยังสามารถจับผู้ร้ายได้

 

หมายเลขบันทึก: 354702เขียนเมื่อ 28 เมษายน 2010 15:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ

เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาเลยทีเดียว

รูปมัวๆไปนิดนะครับ....แต่เขียนเยอะดีนะครับ ชอบ

ขอบคุณ คุณ firststep ที่มาทักทาย

มดส้มนะครับ

ขอบคุณ พี่ศิลป์สติที่ให้คำติชม

เดี่ยวจะลองปรับดู ok.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี