การเดินเพื่อสาระของชีวิตหรือที่เราทราบกันดีในชื่อ walk rally นั้น คนที่เขียนหนังสือแล้วทำใหเรามีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น น่าจะเป็นอาจารย์สมชาติ กิจยรรยง ท่านได้เขียนหนังสือชื่อ walk rally : เกมและกิจกรรมเพื่อพัฒนาคนและองค์กรในปี พ.ศ.2540 และ108 เกมและกิจกรรมเพื่อพัฒนาบุคลากร และอีกหลายเล่มในลำดับต่อมา
หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ บทที่ 1 เทคนิคการจัดกลุ่มสัมพันธ์ นันทนาการ และเกมเพื่อการเรียนรู้ บทที่ 2 เทคนิคการจัดวอล์คแรลลี่เพื่อการพัฒนาบุคลากร และบทที่ 3 การทำงานเป็นทีม
ได้นำหนังสือเล่มนี้เป็นตำราหลักประกอบการพัฒนาบุคลากรมาโดยตลอด พบว่าวิธีการอบรมที่เราเคยชินแต่การนั่งฟังวิทยากรบรรยาย กับการที่ให้ผู้เข้าอบรมมีกิจกรรม มีเกมต่างๆ ที่เลือกให้ตรงกับประเด็นหัวข้อหลักสูตรที่อบรม ผู้อบรมจะเรียนรู้ด้วยกลุ่มของเขาเอง วิทยากรเพียงเป็นผู้เลือกเกม และกิจกรรมให้เหมาะสม มีการสรุปด้วยกลุ่มผู้อบรม และสุดท้ายวิทยากรเสริมเพิ่มเติมเต็มส่วนที่ขาด จะทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการอบรมมีมากกว่าการประชุมแบบนั่งฟังบรรยายมาก ผู้อบรมมีความพึงพอใจที่สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ มีข้อคิดสำหรับผู้จะนำเทคนิค walk rally ไปใช้คือ
ขั้นเตรียมการ
๑. วิทยากรหลักจะต้องเลือกทีมงานที่มีความเข้าใจในกิจกรรมอย่างชัดเจน มีการประชุมเตรียมการ ซักถามข้อสงสัยให้แจ่มแจ้ง
๒. การเตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้ครบถ้วน
๓. ดูสถานที่จริง ตำแหน่งฐานต่างๆ ที่จะกำหนด
ขั้นดำเนินการ
๑. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกลุ่มที่อบรม ถ้าสมาชิกเป็นคนที่คุ้นเคยกันแล้วก็จะเตรียมการได้ง่ายหน่อย แต่ถ้าเป็นคนที่มาจากหลากหลายแห่ง ประสบการณ์แตกต่างกัน มีความต่างกันทั้งความรู้ คุณวุฒิ วัยวุฒิ วิทยากรจะต้องมีการวอร์มอัพละลายพฤติกรรมที่ดีก่อน เมื่อบรรยายกาศเริ่มกลมกลืนกันดีแล้วจึงค่อยเริ่มกิจกรรม walk rally
๒. การเลือกเกม กิจกรรม ตามฐานต่างๆ ในการเดินเพื่อสาระของชีวิตแล้ว จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้ว่าต้องการอะไร วิทยากรจึงต้องจัดให้เหมาะสมครอบคลุมประเด็นดังกล่าว และเหมาะสมกับเพศ วัย และระดับการศึกษา
๓. หลังเสร็จการเดินเพื่อสาระของชีวิตแล้ว วิทยากรจะต้องให้ผู้อบรมทุกกลุ่มมาสรุปว่าได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง หลังจากนั้นเชิญวิทยากรประจำแต่ละฐานมาให้ข้อเสนอแนะ สิ่งที่สังเกตเห็นในแต่ละฐานเช่น พฤติกรรมการแสดงออกของสมาชิก บทบาทผู้นำ บทบาทผู้ตาม การรักษากฎกติกา ผลงานของกลุ่ม คำพูดที่เป็นคีย์เวิร์ด(key word)ในการเสริมกำลังใจเชิงบวก คำพูดที่เป็นเชิงลบ และท้ายสุดวิทยากรหลักต้องสรุปภาพรวมของการได้เรียนรู้ในครั้งนี้
๔. การถ่ายภาพ/วิดิโอ ในแต่ละฐาน แล้วนำมาฉายภาพให้ผู้อบรมได้เห็นการแสดงพฤติกรรมของแต่ละกลุ่ม จะมีความสำคัญยิ่ง เป็นสะท้อนข้อมูลกลับที่ดีมากกว่าการที่วิทยากรพูดเสียอีก วิทยากรจึงไม่ควรลืมประเด็นนี้ในการเตรียมการ
ขั้นสรุป
เมื่อเสร็จกิจกรรมมีการประชุมวิทยากรหลักและทีมงาน อภิปรายถึงจุดดี จุดที่ต้องพัฒนา ปัญหาอุปสรรคต่างๆ และข้อเสนอแนะในการทำกิจกรรมครั้งต่อไป
ถ้าสามารถทำได้ตามที่เสนอแนะ จะทำให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในระดับดีขึ้นไปแน่นอน
ขอบพระคุณที่แวะมาให้แง่คิดครับนะครับ เป็นแง่มุมที่น่าสนใจทีเดียว
ขอบพระคุณครับอาจารย์ มือใหม่หัดขับคงจะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนชุมชนเคเอมครับ
ยินดีครับ ความเห้นของคุณสร้างสรรค์มากๆครับ เห็นอะไรเพิ่มเติมอีกครับ พอคุณพูดนี่ภาพชัดขึ้นครับ
;วันนี้(31-5-2011)ผมว่างๆเลยคลิกชื่อสมชาติ+นามสกุล แล้วเข้าดูเฉยๆ
มารายงานต้ัวครับ
081-558-6444 089-127-4646
ดีใจมากเห็นอาจารย์สมชาติ กิจยรรยง เข้ามาดู คงไม่เป็นเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนนะครับ อยากให้อาจารย์เขียนหนังสือกิจกรรมแนวเพิ่มพลังใจ และการคิดเชิงระบบ น่าจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน
ขอเป็นลูกศิษย์อาจารย์แล้วกันนะครับ ผมใช้หนังสือที่อาจารย์เขียนมาพัฒนาองค์กรได้ดีมาโดยตลอดครับ